ข้อมูลเมือง
map
Perth Go to top

เมืองเพิร์ธเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเมืองฟ้าใส มีธรรมชาติงดงาม และผู้คนในเมืองเพิร์ธต่างก็มีอัธยาศัยที่ดี ดังนั้นเมืองเพิร์ธจึงเป็นเมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งในออสเตรเลีย ตั้งอยู่บนริมฝั่งของแม่น้ำสวอนและขนาบข้างด้วยสวนสาธรณะคิงส์ พาร์ค บริเวณตัวเมืองเพิร์ธนั้นรอบด้านไปด้วยกิจกรรมที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินมากมาย

แทบจะไม่มีใครที่ไม่ประทับใจไลฟ์สไตล์แบบกลางแจ้งของเมืองเพิร์ธ เพราะที่นี่จะมีช่วงเวลาของกลางวันยาวกว่าที่เมืองอื่นในออสเตรเลีย และในช่วงฤดูหนาว อากาศก็จะไม่หนาวจัด

ไลฟ์สไตล์ของเมืองเพิร์ธนั้นเป็นแบบง่ายๆ สบายๆ ภายในตัวเมืองมีสวนสาธารณะมากมายเพื่อการพักผ่อนและสัมผัสกับธรรมชาติ การเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวแต่ละแห่งในเมืองเพิร์ธก็มีความสะดวกสบาย ด้วยระบบบริการขนส่งสาธารณะที่ดี

สถาปัตยกรรมยุคอาณานิคม พิพิธภัณฑ์ แกลลอรี่ ห้างสรรพสินค้า ต่างก็อยู่ในระยะทางที่สามารถเดินถึงกันได้ สวนสาธารณะคิงส์ พาร์คนับเป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในเมืองเพิร์ธ คุณจะได้เห็นภาพทิวทัศน์ของตัวเมือง แม่น้ำสวอน และหอระฆังสวอน เบลล์สอย่างงดงาม

เพิร์ธเป็นเมืองที่มีกิจกรรมบันเทิงยามราตรีและอาหารการกินสารพัดแบบ ผสมผสานกับการดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติ พร้อมไวน์รสเยี่ยมและมื้ออาหารในบรรยากาศภายนอกท่ามกลางอากาศอันแสนบริสุทธ์ ดังนั้นเพิร์ธคือสถานที่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับวันหยุดของคุณ

สถานที่ท่องเที่ยว

คิงส์ พาร์ค
สวนสาธารณะคิงส์ พาร์ค ตั้งห่างจากศูนย์กลางของเมืองเพียง 2-3 นาทีอยู่บนยอดเขาเอลิซ่าและห้อมล้อมด้วยพื้นที่ 400 เฮคเตอร์ เต็มไปด้วยพุ่มไม้ที่มีทั้งดอกไม้ป่าของออสเตรเลียตะวันตกและนกหลากสี เป็นจุดถ่ายรูปวิวระฟ้าของเมืองเพิร์ธที่เยี่ยมที่สุด คุณอาจจะเช่าจักรยานขี่เล่นชมสวน และแวะทานอาหารที่ Fraser’s Restaurant หรือแวะ Aboriginal Art & Craft Gallery ดอกไม้ป่าในสวนนี้จะผลิแย้มสีสันสวยงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี


โรงกษาปณ์เมืองเพิร์ธ
โรงกษาปณ์เมืองเพิร์ธ (Perth Mint) เป็นโรงกษาปณ์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกซึ่งยังคงเปิดทำการเหมือนสมัยแรกเริ่มก่อตั้งในอดีต ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเพิร์ธ เป็นอาคารเก่าแก่ยุคศตวรรษที่ 19 ตอนปลาย ที่นี่ยังเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ลองผลิตเหรียญของตนเอง แล้วแต่จะเลือกเป็นพิมพ์เหรียญทอง พิมพ์เหรียญเงิน หรือเหรียญทองคำบริสุทธ์ แล้วยังเลือกพิมพ์ตัวหนังสือลงบนเหรียญของตัวเองได้ตามใจชอบด้วย
www.perthmint.com.au

AQWA - Aquarium of Western Australia
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำรัฐเวสต์เทิร์น ออสเตรเลียนับเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีทางเดินทะลุผ่านตู้โชว์ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพิร์ธไปทางเหนือประมาณ 20 นาทีมีพันธุ์สัตว์น้ำของออสเตรเลียตะวันตกหลายพันชนิดทั้งแมงกะพรุน ฉลาม ปลาชนิดต่างๆ และเต่า เป็นต้น หากต้องการมีประสบการณ์แบบผจญภัย ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้คุณสามารถดำน้ำลงไปแหวกว่ายเล่นกับฉลามได้
www.aqwa.com.au

หอระฆังสวอน เบลล์ส
ประกอบด้วยระฆังทั้งหมด 18 อันทำให้หอระฆังสวอนเบลล์สเป็นหอระฆังที่กลายเป็นเครื่องดนตรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ในปีค.ศ.1988 นักบุญเซนต์มาร์ตินจากโบสถ์ฟิลด์ส (Fields Church) ในกรุงลอนดอนส่งระฆังมาให้รัฐเวสต์เทิร์น ออสเตรเลียจำนวน 12 อัน ในโอกาสฉลองออสเตรเลียครบรอบสองร้อยปี ต่อมามีการเพิ่มระฆังใหม่จำนวน 6 อันเข้าไปรวมกับชุดเดิมนั้น ระฆังทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ในหอที่ทำด้วยกระจกตรงริมฝั่งของแม่น้ำสวอนตรงถนน Barrack Street Jetty ในเมืองเพิร์ธ คุณจะได้ยินเสียงระฆังก้องกังวาลจากที่นี่ทุกวัน
www.swanbells.com.au

ชายหาด
ที่เพิร์ธนี้มีชายหาดให้คุณเลือกที่จะไปเยือนถึง 19 หาด แต่ละหาดต่างก็มีบรรยากาศในแบบที่ต่างกันไป เหมาะแก่การมาเล่นน้ำและชมพระอาทิตย์อัศดงลงบนผืนน้ำมหาสมุทรอินเดีย หาดที่เป็นที่นิยมได้แก่ Cottesloe, Scarborough, Trigg และ Port ส่วนใหญ่แล้วสามารถเดินทางเข้าถึงได้โดยรถประจำทางสาธารณะหรือหากจะขับรถก็เพียงแค่ 15 นาทีจากตัวเมือง

ฟรีเมนเทิล
ฟรีเมนเทิลเป็นเมืองท่าตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเพิร์ธ เป็นที่รู้จักในเรื่องมรดกทางสถาปัตยกรรมและความผสมผสานของวัฒนธรรม ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ฟรีเมนเทิลจะมีสีสันและมีชีวิตชีวาเพราะมีกิจกรรมต่างๆ มากมายเรียงรายตามริมถนน มีตลาดและร้านคาเฟ่กลางแจ้ง ฟรีเมนเทิลมีชุมชนอิตาเลียนที่แน่นแฟ้น สังเกตได้จากสไตล์ของร้านอาหารและคาเฟ่ในย่านนี้ การเดินทางมายังฟรีเมนเทิลนี้สามารถนั่งเรือล่องมาทางแม่น้ำสวอนหรือจะนั่งรถไฟมาจากเมืองเพิร์ธก็ได้

ตลาดฟรีเมนเทิล
ตลาดฟรีเมนเทิลเปิดทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ ตั้งอยู่บนถนน South Terrace กับถนน Parry Street ทุกๆ สุดสัปดาห์ตลาดแห่งนี้จะมีสีสันด้วยสินค้าจำพวกของเก่าแอนติค นิทรรศการต่างๆ สินค้าหัตถกรรม และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรสดใหม่ ซึ่งรวมทั้งอาหารทะเล ผลไม้ และผักสด และยังมีอาหารจากนานาชาติและเครื่องเทศมากมาย
www.fremantlemarkets.com.au

พิพิธภัณฑ์การเดินเรือรัฐเวสต์เทิร์น ออสเตรเลีย
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่วิคตอเรีย คีย์มีจัดแสดงเรือยอร์ชที่เคยได้รับรางวัล America’s Cup และยังมีเรือสำคัญๆ อีกหลายลำซึ่งเป็นกีฬาประเภทหนึ่งของรัฐออสเตรเลียตะวันตก และนับเป็นสมบัติมรดกตกทอดที่เกี่ยวกับการผจญภัย
www.mm.wa.gov.au

ท่าเรือฟิชชิ่ง โบ๊ท
ที่อ่าวนี้มีเรือประมงจอดเทียบท่าประมาณ 500 ลำ มีร้านอาหารให้เลือกอีกมากมายในย่านนี้ คุณอาจจะเดินเล่นบนทางเดินริมอ่าว แล้วแวะชิมปลาทอดกันมันฝรั่งอันเลื่องชื่อของฟรีเมนเทิล และจิบเบียร์ที่กลั่นสดๆจากโรงเบียร์ Little Creatures Brewery
www.littlecreatures.com.au

ทัณฑสถานฟรีเมนเทิล
ทัณฑสถานฟรีเมนเทิล เปิดเป็นประจำทุกวัน เป็นเรือนจำขนาดใหญ่ ก่อสร้างขึ้นด้วยแรงงานของนักโทษ โดยใช้หินจากฟรีเมนเทิล นับเป็นเรือนจำที่มีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยสูงสุดตั้งแต่ปีค.ศ.1855 ถึงปีค.ศ.1991 มีไกด์ทัวร์พาเดินชมทุกๆ 30 นาที
www.fremantleprison.com.au

เซาธ์ เทอเรซ
ย่านเซาธ์ เทอเรซเป็นย่านที่รู้จักกันดีในนาม “Cappuccino Strip” มีร้านคาเฟ่และร้านอาหารตั้งเรียงรายออกมาบนทางเท้า รังสรรค์บรรยากาศแบบมีชีวิตชีวา ที่นี่คุณจะได้พักผ่อนหย่อนใจกับการจิบกาแฟและมองดูผู้คน

เกาะร็อทเนส
หากชาวออสเตรเลียตะวันตกพูดถึงวันพักผ่อนในต่างประเทศ นั่นหมายถึงการได้มาเยือนเกาะร็อทเนส (Rothness Island) ในวันหยุดของเขา เดินทางโดยเรือเฟอร์รี่จากฟรีเมนเทิล ใช้เวลาเพียง 25 นาที หรือจะนั่งเครื่องบินมาด้วยเวลาสั้นนิดเดียวก็ได้ ในช่วงวันหยุดมีคนมาเยือนเกาะร็อทเนสเป็นจำนวนมากทุกๆ ปี เป็นอ่าวที่มีน้ำใส และชายหาดที่สมบูรณ์แบบ เหมาะแก่การว่ายน้ำ ดำน้ำ เล่นกระดานโต้คลื่น อาบแดด แล่นเรือ และตกปลา อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกาะนี้มีบรรยากาศดีก็คือไม่มีรถยนต์บนเกาะเลย จักรยานจะเป็นที่นิยมมากสำหรับการคมนาคมที่นี่ และก็มีให้เช่าขี่ด้วย เอกลักษณ์ของเกาะนี้คือตัวคว๊อกก้าส์ (Quokkas) ซึ่งเป็นสัตว์ตระกูลจิงโจ้พำนักอาศัยอยู่บนเกาะนี้และมีส่วนในความเป็นมาของชื่อเกาะนี้ด้วย เรือเฟอร์รี่บริการออกจากเพิร์ธ, ฟรีเมนเทิล, และที่อ่าว Hillary’s Boat Harbour ใน Sorrenton เป็นประจำทุกวัน
www.rottnest.wa.gov.au

หุบเขาสวอน
นั่งเรือเฟอร์รี่ออกไปบนแม่น้ำสวอนเพียงครู่เดียวก็จะถึงหุบเขาสวอนซึ่งเป็นย่านปลูกองุ่นแห่งหนึ่งในรัฐเวสต์เทิร์น ออสเตรเลีย คุณจะเห็นวิวทิวทัศน์ของไร่องุ่น ร้านอาหารบูติค และแกลเลอรี่ พักผ่อนยามบ่ายในช่วงฤดูร้อนที่บนระเบียงของคาเฟ่ หรือจะนั่งที่โรงบ่มไวน์เพื่อชิมไวน์ที่ชื่นชอบ แวะโรงงานผลิตชีส ช็อคโกแลต และมะกอกก็เป็นทางเลือกที่ดีคู่กับการเลือกซื้อไวน์ที่ถูกใจสักขวด หากคุณชอบเบียร์มากกว่า ก็แวะที่โรงเบียร์โรงใดโรงหนึ่งก็ได้
www.swanvalley.info

เดอะ พินนาเคิลส์
ขับรถขึ้นไปทางเหนือของเมืองเพิร์ธประมาณ 3 ชั่วโมงจะถึง เดอะ พินนาเคิลส์ (The Pinnacles) ภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นยอดเขาตามธรรมชาติ มีหินปูนงอกเป็นยอดแหลมมีความสูงจากพื้นทรายขึ้นไปประมาณ 5 เมตร การกัดกร่อนที่เกิดขึ้นนี้เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แสงยามรุ่งอรุณและยามบ่ายจะรังสรรค์ภาพตรงเบื้องหน้าให้คุณเห็นได้อย่างแปลกประหลาด เดอะ พินนาเคิลส์นี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Nambung National Park ซึ่งมีชายหาดที่สวยงามและมีเนินทรายตามชายฝั่ง ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมดอกไม้จะผลิบานในบริเวณนี้ซึ่งจะสร้างภาพที่งดงามน่าจดจำให้แก่ผู้มาเยือน

The Peel Region
ห่างจากเมืองเพิร์ธไปทางใต้ประมาณ 1 ชั่วโมง คุณจะได้สำรวจย่านเดอะ พีล เพลิดเพลินกับการล่องเรือที่ Mandurahในแม่น้ำเมอเรย์รับลมสบายๆ พักผ่อนในบรรยากาศสไตล์ฟาร์ม สเตย์ ปิกนิกในสวนที่มีต้นไม้สูงใหญ่ สำหรับผู้รักการผจญภัย อาจจะเลือกเล่นล่องแก่ง ว่ายน้ำเล่นกับโลมา หรือปีนเขาบนลู่ Bibbulmun ที่ Mandurah เป็นเสมือนจุดศูนย์กลางของเดอะ พีล มีเมืองชายฝั่งที่มีอ่าวขนาดเล็กและมีปากน้ำ Harvey Estuary ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม สำหรับด้านตะวันตกติดกับมหาสมุทรอินเดีย ที่นี่เป็นเมืองทางน้ำที่มีชื่อเสียงสำหรับการตกปลา การจับปู และการตกกุ้งด้วย
www.peeltour.net.au

ช็อปปิ้ง

ในเมือง
แหล่งช็อปปิ้งในศูนย์กลางเมืองเพิร์ธเปิดทำการทุกวัน มีแหล่งช้อปปิ้งหลัก 2 ที่คือ ที่ห้างบนถนนเมอเรย์และถนนเฮย์ ทั้งสองที่นี้ตั้งใกล้กับการจราจรและมีร้านค้าหลากหลายรวมทั้งเมเยอร์และเดวิด โจนส์มีทางเดินเชื่อมต่อกันระหว่างห้างและตัวเมืองจากฝั่งเซนต์จอร์จ เทอเรซ ไปยังถนนเวลลิงตั้น
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเพิร์ธมักนิยมซื้ออัญมณีออสเตรเลีย อาทิ เพชร อาร์เกต ทองคำ คาลกูร์ลี และไข่มุกบรูม ร้านอัญมณีและร้านค้าของที่ระลึกมีอยู่มากมายตามแหล่งช้อปปิ้งในเพิร์ธ และที่ London Court, Carillon และ Piccadilly arcades

คิง สตรีท
สุดทางฝั่งตะวันตกของเมืองเพิร์ธคือถนนคิง สตรีทที่มีประวัติศาสตร์ เป็นจุดที่มร. หลุยส์ วิตตองได้พบเห็นศิลปะของชนเผ่าอะบอริจินในรูปแบบที่ผสมผสานกันทั้งในแกลเลอรี่อาร์ต ร้านคาเฟ่ และร้านบูติค ที่นี่มีชื่อว่าเป็นถนนสายช้อปปิ้งสินค้ามีระดับมากที่สุดแห่งหนึ่งของเพิร์ธ อาคารส่วนใหญ่เป็นตึกเก่าที่บูรณะใหม่ ถนนปูด้วยหินแบบยุคเก่า จึงทำให้เรารู้สึกว่ากำลังเดินอยู่ในอดีต

Subiaco
ระหว่างถนนเฮย์ สตรีทกับถนน Rokeby Road ในย่าน Subiaco ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 5 นาที มีร้านค้าแฟชั่นออสเตรเลียมากมาย อุปกรณ์ของใช้ในบ้าน และร้านหนังสือ ย่านนี้มีชื่อด้านแฟชั่นในเมืองเพิร์ธ มียี่ห้อต่างๆ ของดีไซน์เนอร์ทั้งชายและหญิง ตลาด Subiaco ที่บนถนน Station Street ก็เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ไม่ควรพลาด มีร้านขายสินค้าเกษตรสดใหม่ ร้านขายของหัตถกรรม เสื้อผ้า และร้านอาหาร

แคลร์มอนท์
เช่นเดียวกับ Subiaco ที่ แคลร์มอนท์ (Claremont) เป็นที่รู้จักกันในเรื่องแฟชั่นบูติคและเป็นแหล่งช้อปปิ้งระดับบน เป็นจุดแวะพักที่ดีระหว่างเมืองเพิร์ธกับชายหาด Cottesloe Beach สัก 2-3 ชั่วโมงเพื่อเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งแถบ Bayview Terrace และ St Quentin Avenue

ฟรีเมนเทิล
ฟรีเมนเทิล เป็นย่านช้อปปิ้งที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะถ้าหากว่าคุณกำลังมองหาสินค้าแปลกๆ บนถนนเซาธ์ เทอเรซกับปลายถนนไฮ สตรีท (ใกล้กับ The Round House) มีร้านแฟชั่นและร้านขายของใช้ในบ้านที่มียี่ห้อทั้งจากต่างประเทศและของออสเตรเลียเอง อาร์ตแกลเลอรี่แบบร่วมสมัยของศิลปะอะบอริจินและศิลปะออสเตรเลียเป็นอีกจุดที่น่าจะไปเยือน สำหรับสินค้าราคาถูกนั้นหาซื้อได้ตามตลาดใน ฟรีเมนเทิล

อาหารและกิจกรรมสันทนาการ

เพิร์ธมีกิจกรรมกลางคืนและมีอาหารที่มีคุณภาพให้เลือกมากมาย บรรยากาศสนุกสนานมีทั้งในผับและคลับในย่าน Subiaco, นอร์ทบริดจ์, ฟรีเมนเทิล และ เม้าท์ ลอว์ลี่ย์ หรือจะเลือกนั่งรับประทานอาหารสไตล์ท้องถิ่นในภัตตาคารชั้นเยี่ยม ในช่วงตอนกลางคืนย่านนี้จะคึกคักไปด้วยร้านคาเฟ่ ร้านอาหาร ผับ บาร์ และไนท์คลับออกมาตั้งเรียงรายตามทางเดินริมถนน ตามแหล่งร้านอาหารก็มักจะเต็มไปด้วยผู้คนตั้งแต่มื้อกลางวันเรื่อยไปจนถึงช่วงบ่าย

ความหลากหลายของประเภทร้านอาหาร คาเฟ่ ไวน์ และอาหารสดมีมากมาย ผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากที่อื่น จึงทำให้เกิดสไตล์อาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเวสต์เทิร์น ออสเตรเลีย

ในเมืองเพิร์ธการได้ออกไปทานอาหารนอกบ้านนั้นหมายถึงการได้นั่งรับประทานอาหารที่สดใหม่ภายใต้บรรยากาศพลบค่ำที่มีอากาศเย็นสบาย พร้อมจิบไวน์รสเยี่ยมกับเพื่อนรู้ใจ

ในย่านนี้ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางสัปดาห์หรือสุดสัปดาห์ จะคับคั่งไปด้วยผู้คนมากมาย ถนน Rokeby Road และถนนเฮย์ สตรีทคือบริเวณที่จอแจที่สุด ย่าน Subiaco จะเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีร้านอาหารที่มีคุณภาพ และหลากหลายสไตล์ให้คุณเลือกได้ตามใจชอบและตามกำลังงบ ตั้งแต่ร้านประเภทนั่งรับประทานหรืออาจจะซื้อออกไปทานที่อื่น และมีทั้งอาหารสไตล์อิตาเลียนไปจนถึงอาหารเอเชีย

นอร์ทบริดจ์
ที่ี่นี่คือศูนย์กลางความบันเทิงยามราตรีในเมืองเพิร์ธ ที่ถนนวิลเลี่ยม, เจมส์, อาเบอดีน และถนนปาร์กเกอร์ มีร้านอาหารทุกแบบทุกสไตล์ทั้งผับ บาร์ และคลับ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ถนนเหล่านี้จะเต็มไปด้วยผู้คนที่มาจากหลายเชื้อชาติและเต็มไปด้วยบรรยากาศงานรื่นเริง

ฟรีเมนเทิล
ฟรีเมนเทิล เป็นที่เลื่องชื่อในร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนและร้านอาหารทะเล ด้วยเพราะเป็นเมืองท่าที่ทำการประมงและเป็นเมืองที่มีมรดกทางวัฒนธรรม อาหารจำพวกพาสต้า พิซซ่า ฟิชแอนด์ชิพมีขายในราคายุติธรรม แต่ถ้าคุณอยากทานอาหารทะเลคุณภาพเยี่ยมแวะได้ที่ท่าเรือประมงฟิชชิ่ง โบ๊ทและที่เซาธ์ เทอเรซ ร้านคาเฟ่และผับมีให้เห็นอยู่ทั่วไป หรือจะเลือกจิบเบียร์หรือกาแฟตามแต่ใจจะชอบ แล้วพักผ่อนนั่งมองดูความเคลื่อนไหวของผู้คนผ่านไปมา

เม้าท์ ลอว์ลี่ย์
บนถนน Beaufort Street เป็นย่านที่มีร้านอาหารใหม่ๆ มีทั้งประเภทก๋วยเตี๋ยวและบาร์พิซซ่า อีกทั้งยังมีผับที่มีวงดนตรีเล่นสดๆ ด้วย

ลีดเดอร์วิลล์
ย่านนี้อยู่บนถนนอ็อกซ์ฟอร์ด สตรีทที่มักจะชุลมุนวุ่นวายในช่วงเวลาเย็นค่ำ จะเต็มไปด้วยผู้คนทั้งวัยทำงาน และที่มาแบบครอบครัว หรือพวกนักศึกษา ซึ่งจะเลือกเพลิดเพลินตามแต่สไตล์ของตน มีทั้งคาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหารเมดิเตอร์เรเนียน แต่ก็มีอาหารเอเชียและร้านอาหารประเภทปลา ด้วย นอกจากนี้ยังมีร้านขายอาหารประเภทซื้อออกมาทานข้างนอกเช่นพวกพิซซ่าและคาบับเนื้อย่างเสียบไม้ มีร้านกาแฟและผับมากมาย

แคลร์มอนท์
ที่ถนนเบย์วิว เทอเรซ และถนนเซนต์ เควนติน อะเวนิว ในย่านแคลร์มอนท์นับเป็นสถานที่โปรดปรานสำหรับผู้คนที่มองหากาแฟดีๆ ร้านคาเฟ่ และร้านอาหารมีคุณภาพที่คละเคล้าอาหารหลากหลายสไตล์ ย่านแคลร์มอนท์ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางตะวันตกประมาณ 15 นาที ใกล้ชายฝั่ง แคลร์มอนท์เป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่รอบนอกเพิร์ธและได้รับความนิยมสำหรับการไปเยือนมากที่สุด

ค็อทเทสโล
ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แถบ Marine Parade ในย่านค็อทเทสโลจะเต็มไปด้วยผู้คนมากมายทั้งคนในท้องถิ่นเองและนักท่องเที่ยว เพื่อมาสูดอากาศบริสุทธิ์และรับแสงแดดจากริมหาด นอกจากจะมีร้านขายฟิชแอนด์ชิพแบบง่ายๆ แล้ว ยังมีร้านอาหารภัตตาคารมีระดับที่จัดโต๊ะอาหารติดกับวิวอันงดงามของมหาสมุทรอินเดีย หากคุณมีเวลาเหลือ น่าจะไปนั่งจิบเบียร์หรือไวน์พร้อมชมพระอาทิตย์ตกตามผับที่ตั้งเรียงรายริมน้ำ

เพิร์ธ
สุดฝั่งตะวันตกของเมืองเพิร์ธ บริเวณแถบถนนเฮย์, เมอเรย์ และถนนคิงมีทางเลือกให้คุณมากมาย ทุกคืนวันศุกร์จะเป็นคืนที่ยุ่งวุ่นวายที่สุด เต็มไปด้วยผู้คนทั้งทั้งที่มารับประทานอาหารค่ำและทั้งที่มาเดินช้อปปิ้งในตอนดึก มีผับอยู่หลายร้านที่มีอาหารขายด้วย นอกจากนี้ในย่านนี้ยังมีโรงภาพยนตร์และบาร์ด้วย

ย่านริมแม่น้ำ
แม่น้ำสวอนในเมืองเพิร์ธนั้นสวยงามทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ทางฝั่งเมืองมีร้านอาหารมากมายที่ Barrack Street Jetty, Old Swan Brewery และอ่าวมาทิลด้า เบย์ในเนดแลนด์ส หรือจะเลือกนั่งเฟอร์รี่ข้ามฝั่งจาก Barrack Street Jetty มายังเซาธ์ เพิร์ธเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศได้ที่ร้านอาหารในแถบนี้และชื่นชมกับวิวของตัวเมือง ซึ่งจะงดงามมากในเวลากลางคืน

กีฬา

ที่เมืองเพิร์ธคุณจะได้สนุกกับการชมการแข่งขันกีฬานานาชาติ รายการแข่งขันสำคัญรายการหนึ่งของเมืองเพิร์ธคือการแข่งขันเทนนิสรายการฮ็อปแมน คัพ ซึ่งมีสุดยอดนักเทนนิสมืออาชีพของโลกเดินทางมาร่วมแข่งขันในฐานะทีมชาติจากเก้าประเทศทุกเดือนมกราคมของทุกปี ซึ่งการแข่งขันเทนนิสรายการใหญ่นี้ถือเป็นการแข่งขันประเภททีมที่สนุกสนานและมีผู้ชมทั่วโลกคอยติดตามมากที่สุดรายการหนึ่งของโลก

มาถึงการแข่งขันกีฬาทางน้ำที่แฟนๆกีฬากระดานโต้คลื่นไม่ควรพลาด กับการแข่งขัน Australian Surf Life Saving Championships ในเดือนเมษายน 2008 ที่หาดสการ์โบโร่ งานนี้มีนักกีฬากระดานโต้คลื่นเดินทางมาร่วมแข่งขันมากกว่า 7,500 คนทั่วโลก การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นรายการใหญ่ของออสเตรเลียที่แฟนๆต่างๆก็เฝ้าที่จะได้เห็นการปะทะฝีมือบนคลื่นชายฝั่งทะเลรัฐเวสต์เทิร์น ออสเตรเลีย

หรือคุณอาจจะลองเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมกีฬาของชาวออสเตรเลียกับการแข่งขันฟุตบอลออสซี่ รูลส์สุดฮิต ซึ่งในเมืองเพิร์ธสามารถเข้าชมการแข่งขันที่สนุกสนานนี้ได้ที่สนามกีฬา Subiaco Oval.

นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันกีฬาทางน้ำ The Avon Descent ในระหว่างวันที่ 2-3 สิงหาคม ซึ่งผู้คนจะมาร่วมชมการแข่งขันอย่างคึกคักตลอดสองฝั่งของแม่น้ำสวอนและเอว่อน

ทางด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ตก็มีการแข่งขันรถออฟโร้ดประเภทเอ็นดูรานซ์ในรายการ Australian Safari ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับนานาชาติมีผู้ร่วมแข่งขันจากหลายประเทศและทำการแข่งขันทั้งหมดตลอกเก้าวันบนเส้นทางทุ่งทะเลทรายของรัฐเวสต์เทิร์น ออสเตรเลีย จาก คูนูนูร์ร่า ไปถึงเมืองเพิร์ธ ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมถึง 1 กันยายน

ส่วนช่วงท้ายปีในสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน ผู้คนก็มาชุมนุมกันริมฝั่งแม่น้ำสวอนเพื่อเป็นประจักษ์พยานต่อการแข่งขันเครื่องบินผาดโผนรายการที่โด่งดังที่สุดในโลก มาพบกับความระทึกและความตื่นเต้นกับการได้เห็นโชว์ของนักบินที่น่าหวาดเสียวที่สุด รับรองว่าคุณจะหาประสบการณ์แบบนี้ที่ใดไม่ได้นอกจากที่เวสต์เทิร์น ออสเตรเลีย

สภาพภูมิอากาศ

เพิร์ธมีสภาพภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นเมืองที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องมากที่สุดหากเปรียบกับเมืองหลวงในรัฐอื่นๆ ของออสเตรเลีย โดยเฉลี่ยแล้วมีช่วงเวลากลางวันที่มีแสงแดดประมาณ 8 ชั่วโมงตลอดทั้งปี มี 4 ฤดูกาล อุณภูมิสูงสุดเฉลี่ย 29 องศา ต่ำสุดเฉลี่ย 18 องศาในฤดูร้อน ส่วนในฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 18 องศา ต่ำสุดเฉลี่ย 10 องศา เดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคมจะเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด แม้บางครั้งปรอทวัดอุณหภูมิจะสูงถึง 40 องศา แต่ความร้อนจะเป็นในลักษณะแห้งๆ และมีลมพัดผ่านที่เรียกกันว่า Fremantle Doctor ซึ่งเป็นลมที่พัดมาจากมหาสมุทร จะช่วยได้มากในตอนบ่ายๆ ของฤดูร้อน

การเดินทางในเพิร์ธ

โดยเครื่องบิน
สนามบินระหว่างประเทศและภายในประเทศของเพิร์ธอยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 20 นาที มีรถแท็กซี่จอดรออยู่ด้านนอกอาคารและจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการอำนวยความสะดวกในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว

โดยรถบัส รถไฟ และเรือเฟอร์รี่
รถบริการขนส่งมวลชนในเพิร์ธเรียกว่า Transperth มีให้บริการทั้งรถบัส รถไฟ และเรือเฟอร์รี่ภายในเมืองเพิร์ธและ รอบๆเมือง www.transperthwa.gov.au ส่วนบริการของ CAT จะเป็นรถประจำทางที่ให้บริการเส้นทางในเมืองย่านธุรกิจในกลางเมืองฟรี

รถไฟ Indian Pacific
เป็นรถไฟระดับหรูวิ่งบริการระหว่างซิดนีย์และเพิร์ธสองเที่ยวต่อสัปดาห์ ใช้เวลาเดินทางสามวันสามคืน www.gsr.com.au

เที่ยวนอกเมืองเพิร์ธ

บริเวณนอกเมืองเพิร์ธและเมืองที่อยู่รอบๆ มีประสบการณ์อันแตกต่างที่รอให้คุณมาสัมผัส อาทิย่านไวน์ในแถบแม่น้ำ มาร์กาเร็ตซึ่งอยู่ไปทางตอนใต้ของเพิร์ธและมีอากาศเย็น และเมืองคิมเบอรี่ที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือซึ่งเป็นเมืองสมบุกสมบันมีกิจกรรมผจญภัยมากมาย

Margaret River Wine Region
ย่านไวน์ในแถบแม่น้ำมาร์กาเร็ตอยู่ไปทางใต้ของเพิร์ธ ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง เป็นย่านที่มีธรรมชาติงดงามหลากหลายแบบ ทั้งชายฝั่งที่มีปลาวาฬมากระโดดเล่นน้ำโชว์ และชายหาดอันงดงามที่ดึงดูดเหล่าโลมาให้มาชุมนุมกันในแถบนี้ มีป่าไม้ที่มีต้นไม้สูงใหญ่มีอายุเก่าแก่ ดอกไม้ป่าชูช่อเริงร่าราวกับพรมปูบนผืนดิน อุทยานแห่งชาติอันยิ่งใหญ่และถ้ำหินปูน แม่น้ำมาณ์กาเร็ตเป็นย่านผลิตไวน์ชั้นเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีทั้งที่พักและอาหารสดอร่อยคอยรอต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย

ในบริเวณนี้มีชื่อเสียงในด้านการผลิตสินค้าทางการเกษตร มีร้านคาเฟ่และร้านอาหารมากมาย และยังมีสตูดิโอจัดแสดงสินค้าทางศิลปะและหัตถกรรมที่มีสไตล์เป็นของตนเองกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

แม่น้ำมาร์กาเร็ตและเมืองยาลลิงอัพมีหาดที่เหมาะแก่การเล่นกระดานโต้คลื่นมากที่สุดในโลก มีอ่าวที่สงบเงียบหลายแห่ง เหมาะกับการมาเยือนเป็นครอบครัว การดำน้ำ และการตกปลา มีกิจกรรมผจญภัยอีกหลากหลายได้แก่การปีนผาและการเดินป่า เป็นต้น เมื่อได้ยืดเส้นยืดสายแล้ว ก็อาจจะพักผ่อนในกระท่อมกลางป่าอันแสนสงบ

ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม บริเวณแม่น้ำมาร์กาเร็ตจะเป็นเหมือนดังสวรรค์ของคนที่ชอบดูปลาวาฬ ซึ่งจะมีจุดรอชมเป็นระยะๆ ตั้งแต่ดันส์โบโร่จนถึงออกัสต้า
www.margaretriver.com

Valley of the Giants and Tree Top Walk
Valley of the Giants and Tree Top Walk และ Ancient Empire เป็นจุดหมายที่เป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับผู้มาเยือนออสเตรเลียตะวันตก อยู่ใกล้กับเมืองวาลโปลีในแถบ Southern Forest ห่างจากเพิร์ธไปทางใต้ประมาณ 430 กิโลเมตร มีทางเดินขึ้นเขายาวถึง 400 เมตร ไปจนถึงความสูงที่ 40 เมตรเหนือพื้นป่า จากจุดนี้จะมองเห็นวิวของป่าในมุมมองที่สูงในระดับมุมมองของนกเลยทีเดียว หากแค่ได้เดินเล่นบนชั้นล่างก็จะรู้สึกดีแล้ว ส่วนในย่าน Southern Forest ให้มุ่งหน้าไปที่แพมเบอตั้นจะมองเห็นผืนป่าโบราณกว้างใหญ่ จุดสำคัญที่ควรแวะชมคือที่อุทยาน Warren National Park และที่จุดชมต้นไม้ Bicentennial, Diamond และ Gloucester ซึ่งสูงถึง 70 เมตร
www.jrc.net.au/walpoltb/

Albany and Esperance
ที่เมืองอัลบานี่นี้มีทัศนียภาพของชายฝั่งที่งดงาม อย่างเช่นที่ The Gap และที่สะพาน The Natural Bridge อยู่ห่างจากเพิร์ธ 409 กิโลเมตรไปทางตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังมี Whaleworld ซึ่งในอดีตเคยเป็นสถานีปลาวาฬ แต่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นสถานที่ระลึกถึงยุคอดีตโบราณ

ด้านตะวันตกของเมืองอัลบานี่มีเมืองชายฝั่งที่มีเสน่ห์อยู่หลายเมือง อย่างเช่นที่เดนมาร์กซึ่งขับรถออกไปประมาณ 40 นาที เป็นเมืองที่มีบรรยากาศสบายๆ เหมาะแก่การหลีกหนีจากความวุ่นวายในตัวเมือง ที่เมืองเดนมาร์กนี้เป็นหลักแหล่งของชาวไร่ชาวสวนสมัครเล่น มีโรงบ่มไวน์ และเป็นย่านชุมชนคนรักศิลปะ

ด้านตะวันออกของเมืองอัลบานี่คือเอสเพอแรนซ์เป็นเมืองชายฝั่งที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย ชายหาดในเมืองนี้นับเป็นหาดที่ดีที่สุดในโลก เม็ดทรายสีขาวห้อมล้อมด้วยอ่าวน้ำทะเลสีฟ้าสดใส มีสภาพภูมิอากาศที่สบาย ทั้งหมดนี้ทำให้เมืองเอสเพอแรนซ์กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เจริญเติบโตเร็วมากที่สุดในประเทศ

Goldfields
โกลด์ฟิลด์เป็นมืองที่มีตำนานทางประวัติศาสตร์ อยู่ห่างจากเมืองเพิร์ธไปทางตะวันออกประมาณ 555 กิโลเมตร นอกจากมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แล้วยังกล่าวขานว่าเป็นเมืองผีซึ่งมีเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับโชคชะตา บริเวณนี้มีที่พักหลากหลายสไตล์ มีตึกรามบ้านช่องที่เป็นมรดกสืบทอดและมีพิพิธภัณฑ์ด้วย ทะเลทรายของเมืองโกลด์ฟิลด์มีประสบการณ์ผจญภัยที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยว ในย่านนี้มีกิจกรรมให้ทำและให้ชมมากมาย ด้วยเพราะมีภูมิประเทศที่สวยงามและมีชีวิตสัตว์ป่ามากมาย จุดที่น่าแวะไปเยือนคือ Nullarbor Plain หรือแถบชายฝั่ง Eucla Coast

Coral Coast
คอรัล โคสต์อยู่ทางเหนือของเพิร์ธ มีแนวปะการังล้อมรอบ แยกห่างออกจากอ่าวอื่นๆทางทิศตะวันตกและบริเวณทุ่งหญ้าที่สมบุกสมบันทางทิศตะวันออก นับเป็นบริเวณที่มีคุณค่าทางความงามของธรรมชาติ มีอ่าวชาร์ค เบย์ซึ่งได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลก และเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเป็นแหล่งชุมนุมของโลมาที่บริเวณมังกี้ มิอา เกือบทุกวันจะมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหล่านี้ว่ายน้ำมาใกล้ฝั่งเพื่อมารอรับการป้อนอาหาร เรือที่ล่องพาชมพระอาทิตย์ตกจะพาคุณไปพบเห็นชีวิตสัตว์ป่าที่หาดูได้ยาก เช่น ตัวพะยูนและปลาตระกูลเดียวกับปลากระเบน ระหว่างทางไปมังกี้ มิอาควรแวะที่หาด เชลล์ซึ่งเป็นหาดที่เต็มไปด้วยเปลือกหอยสีขาวขนาดเล็กและฝังลึกลงไปถึง 10 เมตร หาดนี้มีความยาวมากกว่า 120 กิโลเมตร

ทางด้านเหนือมีแนวปะการัง Ningaloo Reef เป็นแนวปะการังที่มีบริเวณขอบนอกอยู่ใกล้กับชายฝั่งมากที่สุดในออสเตรเลีย และมีสีสันงดงามท่ามกลางน้ำทะเลสีฟ้าปนเขียวและมีสัตว์น้ำประเภทต่างๆ แหวกว่ายอยู่ นับว่าตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งเลย เพียงแค่ว่ายน้ำออกไปเพียงนิดเดียว ปลาฉลามวาฬซึ่งเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมักจะว่ายมาเยือนในแถบบริเวณอุทยานทางทะเล Ningaloo Marine Park ระหว่างเดือนมีนาคมจนถึงต้นเดือนมิถุนายน การเดินทางให้มาทางเรือจาก Coral Bay หรือจาก Exmouth นอกจากนี้คุณจะได้พบเห็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติในเขตดินแดนเก่าดั้งเดิมแห่งนี้อีกด้วย

Pilbara
อุทยานแห่งชาติ Karijini เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพิลบารา ทางเดินลำธารน้ำในลักษณะคอคอดที่สวยงามและเก่าแก่ในบริเวณนี้มีความลึกถึง 100 เมตร และบางจุดก็มีความกว้างเพียงแค่ 1 เมตรเท่านั้น ขึ้นปีนผาแล้วลงว่ายน้ำตามชั้นของน้ำตก หรือจะลงอาบน้ำในสระที่มีน้ำใสก็ตามแต่จะชอบ แวะที่ Tom Price ซึ่งเป็นเหมืองแร่เหล็กที่มีชื่อเสียง หรืออาจแวะที่คาร์รัตต้าซึ่งเป็นเมืองริมชายหาด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมผจญภัยที่ทุ่งหญ้าอีกนับไม่ถ้วน พิลบาร่ามีแหล่งหินอะบอริจินโบราณอยู่หลายที่ และมีทัวร์บริการแบบแค้มป์ปิ้งกลางป่าด้วย
www.pilbara.com

Kimberley
คิมเบอรี่เป็นบริเวณที่ยังคงไว้ซึ่งสภาพที่ชวนให้น่าผจญภัยมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และเป็นจุดหมายปลายทางที่นิยมสำหรับการมาผจญภัยท้องทุ่งของออสเตรเลียมากที่สุดของออสเตรเลียตะวันตก เป็นแหล่งที่มีอัญมณีหายากเช่น เพชรสีชมพู และไข่มุกที่งดงาม มีที่พักที่เป็นแบบรีสอร์ทหรูหราหรือจะพักไกลออกไปใกล้กับน้ำตกและธรรมชาติ มีป่าเขียวชอุ่ม หุบเขาหินปูน และสถานีปศุสัตว์อันใหญ่โต ทั้งหมดนี้จะมีกลิ่นอายวัฒนธรรมของอะบอริจินโบราณคละเคล้าอยู่ด้วย
www.westernaustralia.net

Bungle Bungle Range
ภูมิประเทศบริเวณที่บากบั่นที่สุดของออสเตรเลียพบได้ที่เทือกเขาบันเกิ้ล บันเกิ้ล ซึ่งอยู่สูงขึ้นไปถึง 200 เมตร มี Gibb River Road ที่เชื่อมติดกับตอนเหนือสุดของออสเตรเลียในรัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่ และติดกับลำธารของ Geikie Gorge, ทะเลสาบ Lake Argyle และที่ราบ Mitchell Plateau แวะเยือนบริเวณนี้ได้จาก Kununurra ซึ่งมีกิจกรรมผจญภัยสำหรับวันหยุดให้เลือกมากมาย
www.westernaustralia.net

Broome
บรูมเป็นเมืองประตูสู่คิมเบอรี่ทางตอนใต้ มีประวัติศาสตร์สมัยยุคบุกเบิก มีที่พักระดับห้าดาว และมีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเอเชียซึ่งนับว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงมรดกของวัฒนธรรมแบบผสมผสาน รอบๆ นอกของเมืองบรูมคือชายหาดเคเบิ้ล ที่มีความยาวของหาดถึง 20 กิโลเมตรประกอบด้วยทรายสีขาวเนียนกับน้ำทะเลสีฟ้าปนเขียว เพลิดเพลินกับการขี่อูฐลัดเลาะตามชายหาดและชมความงามของท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ตก หรือคุณอาจจะแวะเยือนฟาร์มไข่มุก Willie Creek Pearl Farm หรือที่จุดดูนก Broome Bird Observatory และยังมีโรงภาพยนตร์กลางแจ้ง Sun Pictures กับสุสานญี่ปุ่น Japanese Cemetary
www.broomewa.com

ข้อมูลเพิ่มเติม

www.australia.com
www.westernaustralia.com
www.experienceperth.com


Sydney Go to top

ไม่มีที่ใดในโลกที่จะเหมือนเมืองซิดนีย์อีกแล้ว ซิดนีย์ได้รับการลงคะแนนให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกเป็นครั้งที่ 11 จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร US Travel ที่มีชื่อเสียง ซิดนีย์มีทั้งแหล่งช็อปปิ้งและร้านอาหารระดับชั้นนำของโลก มีสวนสาธารณะใหญ่ระดับประเทศตั้งตระหง่านอยู่ในใจกลางเมือง มีไลฟ์สไตล์แบบเมืองชายหาดและมีอ่าวที่สวยงามที่สุดในโลก ซิดนีย์เป็นเมืองสีสันที่จะเป็นแรงกระตุ้นให้คุณมีความสุข

เอกลักษณ์ของซิดนีย์คือความเป็นเมืองที่มีสีสัน ด้วยเพราะสามารถรองรับความต้องการและความสนใจในทุกรูปแบบ ทั้งการผสมผสานในเรื่องของอาหารการกิน การช้อปปิ้ง และกิจกรรมต่างๆ ซิดนีย์เป็นเมืองที่มีสภาพแวดล้อมที่น่าดึงดูดมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

ซิดนีย์เป็นเมืองที่มีความเป็นสากลและแวดล้อมด้วยธรรมชาติ มีป่าไม้ที่เข้าถึงได้ง่าย มีผาหินทรายรูปทรงธรรมชาติ อีกทั้งภูเขาและหุบเขา ในส่วนของเมืองก็คละเคล้าด้วยผู้คนที่มีความเป็นมิตรและมีอัธยาศัย ซิดนีย์เป็นเมืองที่น่าเชื้อชวนให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับชีวิตที่สดชื่น

สถานที่ท่องเที่ยว

ซิดนีย์มีชื่อเสียงในหลายๆ ด้าน นอกจากเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุด มีขนาดใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในออสเตรเลีย ยังเป็นเมืองที่ตั้งอยู่รอบๆ อ่าวที่สวยละลานตา และเป็นเมืองที่มีภัตตาคารหรูหราชั้นหนึ่งระดับโลก มีอาหารทะเลที่สดใหม่ มีกิจกรรมให้คุณได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์รอบๆ อ่าวสวยงามหลายแห่งมีชายหาดที่เป็นประกายและมีความสะดวกสบายสำหรับประสบการณ์ยามค่ำคืนและการช้อปปิ้ง มีเหตุผลอีกมากมายนับไม่ถ้วนสำหรับการมาเยือนออสเตรเลียและจะต้องมาแวะที่ซิดนีย์ให้ได้

ย่านเดอะ ร็อค
ค้นพบประวัติความเป็นมาของออสเตรเลียได้ที่ย่านเดอะ ร็อคซึ่งอยู่ที่ด้านเหนือสุดของถนนจอร์จเป็นย่านที่ยังคงมีตึกรามบ้านช่องตามแบบในอดีต มีผับเก๋ๆ และเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา อย่าพลาดที่จะแวะจิบเบียร์ที่ Lord Nelson ซึ่งเป็นผับที่เก่าแก่ที่สุดในซิดนีย์และมีโรงกลั่นเบียร์เองด้วย จากนั้นก็เดินเล่นชมย่านเดอะ ร็อค
www.rockswalkingtours.com.au

เดินบนฟ้ากับสกายวอร์คที่ตึกซิดนีย์ ทาวเวอร์
สกายวอร์คนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบสูดอากาศที่ใหม่ที่สุดและสูงที่สุดในซิดนีย์ เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์เมืองซิดนีย์ที่เปิดโล่งรอบด้านตลอด 360 องศาบนหลังคาตึกซิดนีย์ ทาวเวอร์ ซึ่งสูงถึง 260 เมตร พื้นบนชั้นชมวิวปูด้วยหญ้าจรดขอบของตึกที่มีกล้องส่องชมเมือง คุณจะมองเห็นเมืองซิดนีย์ที่อยู่เบื้องล่างในมุมมองที่แปลกตา นอกจากนี้คุณจะได้เห็น

วิวของสะพานซิดนีย์ ฮาร์เบอร์, โรงละครซิดนีย์ โอเปร่า เฮ้าส์, ท่าเรือซิดนีย์ ฮาร์เบอร์และะเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดที่คุณจะมองเห็นได้ไกลถึงเทือกเขา Blue Mountains
www.skywalk.com.au

ปีนสะพานกับบริดจ์ไคลม์
สะพานซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์ เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองซิดนีย์ กิจกรรมขึ้นปีนสะพานใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง นับเป็นเวลาที่คุณจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์อันไม่สามารถลืมเลือนได้ โดยเพลิดเพลินกับทัศนียภาพของเมืองสวยสะดุดตากับวิวของอ่าวที่งดงามบนยอดสูงสุดของสะพานซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์
www.bridgeclimb.com

ย่านดาร์ลิ่ง ฮาร์เบอร์
ที่ย่านดาร์ลิ่ง ฮาร์เบอร์ นี้มีกิจกรรมหลากหลายมากมายทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นจุดที่นิยมเป็นอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนซิดนีย์ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กเดินทางมาด้วย แวะชมพิพิธภัณฑ์ Australian National Maritime Museum และสวนหย่อมChinese Gardens เข้าชมภาพยนตร์ IMAX หรือจะแวะดื่มและรับประทานอาหารที่อ่าว King Street Whalfs หรือที่ Cockle Bay ก็ได้ ใกล้ๆ กันนั้นก็มีพิพิธภัณฑ์ Power House ซึ่งอยู่ในเขต Ultimo หรืออาจจะแวะไปแถวไชน่าทาวน์ที่อึกทึก

อย่าพลาดแวะซิดนีย์ อะควาเรี่ยม www.sydneyaquarium.com.au ซึ่งมีสัตว์น้ำทะเลให้ดูมากกว่า 12,000 ชนิด นอกจากนี้ยังต้องแวะที่ Sydney Wildlife World www.sydneywildlifeworld.com.au ซึ่งเป็นสวนสัตว์ประเภทในร่มที่พิเศษไม่มีที่ใดเหมือนตั้งอยู่ใจกลางย่าน Darling Harbour www.darlingharbour.com.au

สวนสัตว์ทาร็องก้า
เด็กๆ จะรักสวนสัตว์ทาร็องก้า เดินทางไปได้โดยข้ามเรือเฟอร์รี่จาก Circula Quay ที่นี่มีโคอาล่าและจิงโจ้ จะได้เห็นลิงชิมแปนซีอย่างใกล้ชิด มีการแสดงบินโฉบไปมาของนกร้องเพลง สวนสัตว์ทาร็องก้ายังเป็นบ้านของสัตว์จำพวกที่หากินตอนกลางคืน และจากที่นี่จะมองเห็นทัศนียภาพของอ่าวซึ่งสวยงามมาก
www.zoo.nsw.gov.au

ซิดนีย์ โอเปร่า เฮ้าส์
ในปี 2007 ซิดนีย์ โอเปร่า เฮ้าส์ ได้ถูกประกาศให้อยู่ในรายชื่อแหล่งมรดกโลกทางด้านสถาปัตยกรรมโดยองค์การยูเนสโก้ร่วมกับสถานที่สำคัญต่างทั่วโลกอีก 851 แห่ง นับว่าซิดนีย์ โอเปร่า เฮ้าส์ เป็นแหล่งมรดกโลกที่มีอายุน้อยที่สุดด้วย

โรงละครซิดนีย์ โอเปร่า เฮ้าส์ ตั้งตระหง่านไปทางด้านตะวันออกของ Circular Quay เป็นอาคารที่สวยงามที่สุดในโลกด้วยดีไซน์ทางสถาปัตยกรรม ที่นี่มีโชว์การแสดงทางวัฒนธรรมหลากหลาย มีบริการทัวร์และร้านอาหารให้เลือกมากมาย เหมาะสำหรับการเดินทัวร์เพื่อทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมของโรงละครแห่งนี้
www.sydneyoperahouse.com

Powerhouse Museum
พิพิธภัณฑ์ที่แสดงงานถึงทั้งด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว สำรวจรถไฟขบวนแรกของรัฐนิว เซาธ์ เวลส์ เด็กๆ จะได้เพลิดเพลินกับการชมและฟังการสนทนาของตัวละครต่างๆ เพื่อเล่าเรื่องการเดินทางในยุคศตวรรษที่ 19 ลองนั่งเล่นบนที่นั่งต่างๆของรถไฟในสมัยก่อน รับฟังการอธิบายเล่าเรื่องราวทั้งเกี่ยวกับเครื่องจักรและประวัติความเป็นมาของรถไฟในรัฐนี้ด้วย
www.powerhousemuseum.com

Australian Museum
พิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติที่เด็กๆ จะได้ใกล้ชิดอย่างแบบเป็นกันเองกับไดโนเสาร์ จิงโจ้ แมลงและอื่นๆ อีกมากมาย แวะชมห้องวิจัย ซึ่งเด็กๆ จะได้ชมสัตว์สต๊าฟที่เก็บรักษาไว้เพื่อจัดแสดงอาทิ จิงโจ้ และนก รวมทั้งสัตว์ชนิดเล็กๆ ที่ต้องใช้กล้องส่องดู มีสนามเด็กเล่นที่มีเครื่องเล่นบอลลูนและชุดตัวละครต่างๆ สำหรับเด็กเล็กๆ ให้แต่งเล่น
www.amonline.net.au

ซิดนีย์ ฮาร์เบอร์
เรียนรู้การแล่นเรือกับ Sydney By Sail www.sydneybysail.com หรือกับ Eastsail www.eastsail.com.au หรือจะเลือกนั่งเรือ Captain Cook Cruise www.captaincook.com.au หรือเรือ Magistic Cruise www.magisticcruises.com.au ออกจาก Circular Quay เพื่อไปสัมผัสบรรยากาศอ่าวซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ นอกจากนี้ยังมีเรือบริการอาหารค่ำพร้อมโชว์การแสดงออกแล่นในยามเย็นด้วย www.sydneyshowboats.com.au

ตลาดปลาเมืองซิดนีย์
อาหารกลางวันสำหรับทั้งครอบครัวเป็นอาหารทะเลรสอร่อยสดใหม่และราคาไม่แพงสามารถหาได้ที่ตลาดปลาเมืองซิดนีย์ นับเป็นตลาดขายส่งอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ อีกทั้งยังคงความสดที่สุดและมีราคาถูกที่สุดด้วย จะเลือกร้านนั่งรับประทานที่ตลาด หรือจะซื้อแบบแพ็คใส่กล่องเพื่อเอากลับมาบ้านด้วยก็ได้ มีทัวร์พาเดินชมทุกวันพฤหัสบดี เวลา 6.55 น.ทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี (ยกเว้นวันหยุดราชการ) ซึ่งนำโดยไกด์ที่จะแนะนำให้รู้จักตลาดแห่งนี้ในทุกด้านรวมทั้งได้ดูการประมูลสินค้าด้วย
www.sydneyfishmarket.com

Jetboat Adventure
มาสร้างความตื่นเต้นให้หัวใจกับบริการของ Ozjetboating www.ozjetboating.com.au , Jetcruiser www.jetcruiser.com.au หรือ MatildaWildCat www.matilda.com.au ที่มีให้คุณได้เลือกใช้บริการบริเวณท่าเรือซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ สนุกสนานกับเรือเจ็ทที่แล่นความเร็ว 70 กม.ต่อชม.เหนือผิวหน้า และหยุดหมุนตัวสปินแบบ 270 องศา รับรองว่าคุณจะหัวหมุนด้วยความสนุกเร้าใจ นอกจากนี้ยังได้ชมวิวที่สวยงามของซิดนีย์ โอเปร่า เฮ้าส์, ฟอร์ท เดนนิสสัน, อ่าวโรส, เกาะโก๊ท, สวนสัตว์ทาร็องก้า, สะพานซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์ และอื่นๆ

เที่ยวรอบเมืองซิดนีย์

ในเมืองซิดนีย์และบริเวณรอบนอกทางฝั่งตะวันออก
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสำรวจเมืองมากขึ้น ซิดนีย์เป็นเมืองที่หล่อหลอมไปด้วยวัฒนธรรมที่เปี่ยมเสน่ห์และความหลากหลายในทั่วทุกมุมเมือง ทั้งจากด้านในของเมืองบริเวณย่านคิง ครอสและดาร์ลิ่ง เฮิร์สต ย่านโบฮิเมียนในแถบเกรบและนอวตั้น จนไปถึงริมหาดบอนไดที่มีบรรยากาศลมเย็นพัดสบายๆ ที่หาดบอนไดนี้มักจะเต็มไปด้วยผู้คนในชุดบิกินี ผู้รักการอาบแดด สำหรับสถานที่พักผ่อนที่น่าสนใจในสไตล์เดียวกันนี้ก็มีอีกที่อ่าวดับเบิ้ล, วูลลฮารา และ แพดดิงตั้น, และเพลิดเพลินกับถนนสายต้นไม้ที่มีร้านขายสินค้าของเก่าจำพวกแอนติคและบาร์เล็กๆ ตั้งเรียงรายอยู่ริมทาง

ย่านคิงคริสและดาร์ลิ่ง เฮิร์สต
คิงคริสเป็นย่านที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในออสเตรเลีย เต็มไปด้วยไนท์คลับ บาร์ ร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ นอกจากแสงไฟยามค่ำคืนแล้ว ย่านนี้ยังมีสถาปัตยกรรมการตกแต่งที่มีศิลปะ อาทิ Elizabeth Bay และ Tusculum House ถัดไปทางตะวันออกของเมือง ย่านดาร์ลิ่ง เฮิร์สต เริ่มต้นตรงไฮด์ พาร์ค ที่ถนนอ็อกฟอร์ดและยาวตรงไปยังย่านคิงครอสตรงถนนวิลเลี่ยม ที่ย่านดาร์ลิ่ง เฮิร์สตนี้เป็นที่จัดงานพาเหรดเกย์และเลสเบียนประจำปีซึ่งจัดในทุกๆ เดือนมีนาคม ในตอนกลางวันมีร้านค้าประเภทแฟชั่น ร้านขายเครื่องใช้ในบ้าน และร้านเกี่ยวกับดนตรีที่คอยดึงดูดคน ส่วนในตอนกลางคืนย่านดาร์ลิ่ง เฮิร์สตดึงดูดคนด้วยโรงภาพยนตร์ บาร์เกย์ที่เป็นกันเอง วงดนตรี คลับและสิ่งบันเทิงยามราตรีตลอดทั้งสัปดาห์

ย่านแพดดิงตั้นและวูลลฮารา
ขับรถออกไปทางตะวันออกเพียงห้านาที จะพบกับย่านแพดดิงตั้นเริ่มต้นที่ถนนอ็อกฟอร์ดเป็นย่านที่มีบ้านหรูๆ, อาร์ตแกลเลอรี่, คาเฟ่, ผับ, ร้านอาหาร และร้านบูติคดีไซเนอร์มากมาย สุดหัวถนนอ็อกฟอร์ดเลี้ยวซ้ายบนถนนควีน สตรีท จะเข้าไปยังย่านวูลลฮารา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นย่านบูติคดีไซเนอร์ที่มีชื่อ และยังมีร้านขายของแอนติคและแกลเลอรี่อีกมากาย ที่อ่าวดับเบิ้ลห่างออกไปจากย่านแพดดิงตั้นเพียงสิบนาทีเป็นบริเวณด้านข้างของอ่าวซิดนีย์เป็นย่านที่มีคาเฟ่และร้านบูติคเช่นกัน แถบบริเวณอ่าวดับเบิ้ลนี้เป็นย่านที่ได้รับอิทธิพลมาจากยุโรป

ย่านนิวตั้นและเกรบ
เกรบเป็นย่านพักอาศัยที่ได้รับความนิยมด้วยสไตล์นิวเอจน่าสนใจด้วยรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและเสน่ห์ของที่พักสไตล์กระท่อมของพวกเหล่าคนงานในย่านที่พักอาศัยในยุคศตวรรษที่ 19 ของผู้คนที่มาจากต่างสถานที่ มีทั้งศิลปิน คนท้องถิ่นที่อยู่มาก่อนเก่า และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ สัมผัสกับย่านนิวตั้นเมืองที่สะท้อนวัฒนธรรมหลากหลายของทั่วโลก เป็นสถานที่ที่คุณจะได้ชนไหล่กับคนจากหลายแหล่งที่มา ทั้งแบบที่แต่งตัวตามสบายสไตล์นักศึกษามหาวิทยาลัยซิดนีย์ และแบบที่แต่งตัวตามแฟชั่นชั้นสูง

หาดบอนได
บอนไดเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นที่นิยมมากของคนในท้องถิ่นทั้งที่มาเล่นวอลเล่ย์บอลชายหาด เล่นกระดานโต้คลื่น วิ่งออกกำลัง เล่นสเก็ตบอร์ด โรลเลอร์เบลด ฯลฯ

โดยมากแล้วผู้คนที่มาที่นี่จะเพลิดเพลินกับการนั่งกลางแจ้งตามคาเฟ่และร้านอาหารที่มีวิวริมหาดไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น เดินเล่นบนทางเดินริมหาด สูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมชมวิวอันสวยงาม เมื่อมาถึงหาดบอนไดแล้ว อย่าพลาดชมงานปะติมากรรมที่ตั้งแสดงริมหาดกว่าร้อยชิ้นในงาน Sculpture by The Sea www.sculpturebythesea.com ที่จัดขึ้นระหว่างสัปดาห์ที่หนึ่งถึงสามของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ส่วนทางด้านเหนือของเมืองซิดนีย์จะมีย่านท่องเที่ยวริมชายฝั่งทะเลอีกแห่งที่ชื่อว่าแมนลี่ เป็นย่านที่เหมาะสำหรับกิจกรรมแบบครอบครัว ระหว่างทางสามารถแวะเที่ยวที่ Milson’s Point และ Mosman-Balmoral.

ย่านแมนลี่
จากซิดนีย์นั่งเรือเฟอร์รี่ประมาณครึ่งชั่วโมงถึงเมืองริมชายฝั่งทะเลที่ชื่อว่าแมนลี่ คล้ายกับหาดบอนได ที่แมนลี่มีคาเฟ่ บาร์และร้านอาหารมากมาย ผู้คนนิยมเล่นโรลเลอร์เบลด กระดานโต้คลื่น วอลเล่ย์บอลชายหาด และว่ายน้ำ นอกจากนี้ยังมีร้านช้อปปิ้งสำหรับเสื้อผ้าชายหาดและศิลปะท้องถิ่น

Milson’s Point
จาก Circular Quay ใช้เวลาเพียงห้านาทีโดยแท็กซี่น้ำหรือเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวซิดนีย์ไปทางเหนือจะถึง Milson’s Point เมื่อมองกลับหลังมาคุณจะเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของอ่าวซิดนีย์ สะพานข้ามอ่าว และโรงละครโอเปร่า นับเป็นภาพวิวที่สวยงามที่สุดของซิดนีย์ มีร้านอาหารและคาเฟ่ให้นั่งเพลิดเพลินชมวิว และยังมีสระว่ายน้ำ North Sydney Pool และสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กๆอย่าพลาดที่จะไปเที่ยวที่สวนสนุกลูน่า พาร์ค เป็นสวนสนุกที่มีบรรยากาศแบบงานคานิวัลตั้งแต่สมัยปี 1960 เด็กๆจะสนุกกับเครื่องเล่นและโชว์มากมาย ที่สำคัญไม่เสียค่าผ่านประตูด้วย

ย่านมอสแมนและหาดบาลมอรอล
ตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของซิดนีย์ มอสแมนเป็นย่านนอกเมืองที่มีบรรยากาศสบายๆ เพียงนั่งเฟอร์รี่ออกจาก Cicular Quay ตั้งอยู่ระหว่างสวนสัตว์ทาร็องก้ากับหาดบาลมอรอล ที่นี่มีร้านค้าแฟชั่นและสินค้าเกษตรมากมาย ชื่นชมบ้านสวยงามพร้อมชมวิวผืนน้ำอันกว้างใหญ่ได้จากที่หาดบาลมอรอล

ช้อปปิ้ง

ซิดนีย์เป็นเมืองสวรรค์ของนักช้อปปิ้งมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจำพวกหัตถกรรม ของที่ระลึกหรือสินค้ามีค่าสไตล์คลาสสิคก็ตาม ซิดนีย์เป็นแหล่งที่มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ มากมาย รวมทั้งอาร์ตแกลเลอรี่ และร้านบูติคที่มีสินค้าทั้งประเภทขนสัตว์ออสเตรเลีย เครื่องประดับอัญมณี เครื่องปั้นดินเผา ภาพวาด สินค้าพื้นเมืองอะบอริจิน และโอปอลกับไข่มุข์ทะเลใต้อันงดงามและเลื่องชื่อของออสเตรเลีย หากกล่าวถึงแฟชั่น ดีไซเนอร์ของซิดนีย์ก็มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ มีแฟชั่นจากดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงให้เลือกมากมาย

ซิดนีย์มีที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่ง ใกล้กับทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ นั่นหมายความว่าซิดนีย์มีตลาดขายของจำพวกสินค้าเกษตรและประมงที่สดใหม่มากมาย ตลาดปลาซิดนีย์ที่ Pyrmont เป็นตลาดที่คุ้มค่าแก่การไปเยือนเพราะมีอาหารทะเลคุณภาพเยี่ยมที่สุดให้คุณเลือก

สถานที่ช้อปปิ้งในซิดนีย์ที่น่าสนใจมีดังนี้

แพดดี้ มาร์เก็ต (วันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์)
ตลาดแพดดี้ มาร์เก็ตหรือไชน่าทาวน์ เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย เป็นแหล่งขายสินค้าราคาถูกทั้งรองเท้า เสื้อผ้า ชุดว่ายน้ำ และชุดชั้นใน และยังเป็นตลาดที่เหมาะแก่การมาเลือกซื้อของที่ระลึกและผลไม้สดประจำฤดูกาล

เดอะ ร็อค มาร์เก็ต (วันเสาร์และวันอาทิตย์)
ตลาดเดอะ ร็อค มาร์เก็ต เป็นมากกว่าตลาดริมถนนที่มีสไตล์ ตั้งอยู่บนด้านเหนือสุดของถนนจอร์จ ภายใต้ร่มเงาของสะพานฮาร์เบอร์ บริดจ์ มีแผงร้านค้ากว่า 145 แผง ขายสินค้าจำพวกศิลปหัตถกรรม ของใช้ในบ้าน อัญมณีและของเก่าสะสม ของเล่น และอาหาร

แพดดิงตั้น มาร์เก็ต (วันเสาร์)
ตลาดแพดดิงตั้น มาร์เก็ตบนถนนอ็อกฟอร์ด เป็นศูนย์รวมไอเดียและบรรยากาศสไตล์โบฮิเมียน ชมแฟชั่นสร้างสรรค์ของดีไซน์เนอร์หลากหลาย หรือจะเลือกเดินหาซื้อของเล่น เครื่องประดับ ของเก่าสะสมก็ได้

Queen Victoria Building & The Galleries Victoria
อาคารควีน วิคตอเรียได้รับการปรับปรุงตกแต่งใหม่อย่างสวยงาม เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในท้องถิ่นว่าตึก QVB ตั้งอยู่ที่บนถนนจอร์จระหว่างถนนมาร์เก็ตกับถนนพาร์คเป็นอาคารช้อปปิ้งสูงสี่ชั้น มีสินค้าประเภทแฟชั่น อัญมณี ของใช้ในบ้าน หรือแม้แต่ดอกไม้สดและขนมจำพวกเค้กและเบเกอรี่ ถัดจาก QVB บนถนนพิทท์คือ Galleries Victoria เป็นช้อปปิ้งมอล์ที่มีของให้เลือกซื้อหลากหลาย
www.qvb.com.au

Pitt Street Mall, The Strand Arcade
ที่นี่นับเป็นแหล่งช้อปปิ้งหลักของซิดนีย์เลยทีเดียว ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างเมเยอร์สและเดวิด โจนส์ ตั้งอยู่บริเวณนี้ และนอกจากนี้ยังมีร้านค้าอีกมากมาย คล้ายๆ กับตึก QVB ในส่วนของโครงสร้างทางสถาปัตย์แบบ Strand Arcade ตั้งอยู่สุดพิทท์ สตรีท มอลล์เป็นสวรรค์ของนักช้อปปิ้งที่ต้องการสำรวจแฟชั่นทั้งของออสเตรเลียเองและของนำเข้าซึ่งรมถึงสินค้าประเภทอัญมณีด้วย
www.strandarcade.com.au

Castlereagh Street
จากถนนมาร์เก็ตเดินลงมายังถนน Castlereagh Steet ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านค้าของดีไซน์เนอร์ระดับสากลอาทิ Chanel, Yves St Laurent, Hermes, Giorgio Armani, Bvlgari, Fendi, Louis Vuitton, Gucci และ Prada ใกล้กันมี Chifley Plaza ซึ่งมีร้านแบรนด์เนมดังๆ เช่น Tiffany&CO, Max Mara, Pancaldi 1888 และแบรนด์ดังของซิดนีย์ Marina Rinaldi

แพดดิงตั้นและวูลลฮารา
ที่ถนนอ็อกฟอร์ดในย่านแพดดิงตั้นเป็นถนนสายบูติคสายยาวสายหนึ่งในซิดนีย์ มีร้านคาเฟ่และเต็มไปด้วยผู้คน สองข้างทางมีร้านแฟชั่นดีไซน์เนอร์ชื่อดังทั้งของออสเตรเลียเองและจากต่างประเทศ และยังมีอาร์ตแกลเลอรี่ คาเฟ่ ผับ และร้านอาหาร ที่ตลาดแพดดิงตั้น (เปิดเฉพาะวันเสาร์) คุณจะได้พบกับร้านขายสินค้าแฟชั่นในราคาย่อมเยา ขึ้นไปจากถนนอ็อกฟอร์ดจะเจอกับถนนควีนสตรีท ย่านวูลลฮาราซึ่งเป็นย่านที่มีร้านบูติคแฟชั่นจากดีไซน์เนอร์มีชื่อ อาร์ตแกลเลอรี่ และร้านค้าอัญมณี

อ่าวดับเบิ้ล
อ่าวดับเบิ้ลห่างราว 10 นาทีจากแพดดิงตั้นโดยรถแท็กซี่ อ่าวดับเบิ้ลมีชื่อเสียงในทุกๆ ด้านทั้งร้านค้า ผู้คน และร้านคาเฟ่กลางแจ้ง ร้านทั้งหมดอยู่ในระยะห่างที่สามารถเดินถึงกันได้ ร้านที่น่าสนใจจะอยู่บนถนน Transvaal Avenue, Knox, Cross, Bay และ Shot Street

The Argyle Stores
ตั้งอยู่ในย่านเดอะ ร็อคสมัยก่อนเคยเป็นโกดังที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนซื้อขนสัตว์กัน ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์ช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นสมัยใหม่ มีทั้งร้านที่ขายแฟชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับ

Newtown
ถนนคิง สตรีทในนิวตั้น เป็นถนนที่รู้จักกันดีว่าเป็นย่านโบฮิเมียน ซึ่งคล้ายกับพวกสไตล์ฮิปปี้ เป็นแฟชั่นสไตล์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยที่นำเอายุคเก่ามาประยุกต์ใช้ใหม่ มีนักออกแบบสไตล์นิวเอจและนักออกแบบอิสระมากมาย นอกจากนี้ยังมีร้านรวงขายของจิปาถะ มีเครื่องประดับและกระเป๋าทำมือ และยังมีร้านเฟอร์นิเจอร์เก่าและร้านขายของสะสมสไตล์แอนติคอีกด้วย

ช้อปปิ้งราคาประหยัด
ซิดนีย์มีร้านค้าระดับธรรมดาสำหรับผู้ซื้อที่มีงบจำกัด อย่างเช่นในย่าน Surry Hills ซึ่งเป็นแหล่งขายสินค้าจำพวกเครื่องหนังที่ไม่แพงลิบลิ่ว แต่ก็มิได้มียี่ห้อดังๆ อย่าง Ralph Lauren ติดเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีย่าน Birkenhead Point Shopping Centre ที่มีร้านค้ายี่ห้อท้องถิ่นอย่าง Country Road, Oxford และ Marcs อีกทางเลือกหนึ่งคือที่ Direct Factory Outlets (DFO) ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามแข่งกีฬาโอลิมปิคของซิดนีย์ ที่นี่มีร้านค้าหลากหลายรวมทั้ง Calvin Klein, Oroton และ Villeroy and Boch

อาหารและกิจกรรมสันทนาการ

กล่าวกันว่าซิดนีย์เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ ในช่วงเวลากลางวันในเมืองจะชุลมุนไปด้วยชีวิตผู้คนและกิจกรรมต่างๆ พอตกกลางคืนก็มีพวกไนท์คลับ บาร์ ดิสโก้ และสถานที่เที่ยวของเกย์แบบสมัยใหม่บนถนนอ็อกฟอร์ดซึ่งจะทำให้คุณตื่นตาตื่นในจนถึงรุ่งเช้า การที่จะสนุกสนานไปกับอาหารมื้อดึกหรือกาแฟรอบสุดท้ายนั้นมิได้เป็นปัญหาหากอยู่ในซิดนีย์เลย

ซิดนีย์เป็นเมืองศูนย์รวมอาหารนานาชาติไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ไทย แอฟริกัน กรีก อิตาเลียน ฝรั่งเศส เลบานอน มีผลิตผลวัตถุดิบที่ใช้ปรุงแต่งอาหารที่สดใหม่ พ่อครัวที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และความผสมผสานของวัฒนธรรมที่ลงตัวจึงทำให้ซิดนีย์เป็นเมืองสวรรค์อย่างแท้จริง

ซิดนีย์กลายเป็นที่กล่าวขวัญถึงมื้ออาหารชั้นเยี่ยมระดับโลกที่มีทั้งภัตตาคารนานาชาติเช่น Tetsuya’s and Rockpool ไปจนถึงร้านคาเฟ่และบาร์สไตล์ฮิปปี้ในย่าน Newtown, Surry Hills และ Glebe ไม่ว่าจะเป็นในแถบดังกล่าวหรือที่อื่นๆ ในบริเวณเมืองซิดนีย์ต่างก็พร้อมหยิบยื่นรสชาติของชีวิตในแบบของเมืองที่มีความตื่นเต้นมากที่สุดให้แก่ผู้มาเยือน

ร้านอาหารในเมือง
แวะเยือนคาเฟ่ ร้านอาหาร หรือบาร์ในเมืองที่โปรดปรานของคุณได้โดยเดินสำรวจไปบนทางเท้า มีมากมายหลากหลายที่รอให้คุณเลือก ไม่ว่าจะเป็นบนถนนจอร์จ, พิทท์, อลิซาเบ็ธ, และถนน Castlereagh นอกจากนี้ยังมีที่ Martin Place ที่คุณจะเพลิดเพลินกับอาหารมือกลางวันท่ามกลางบรรยากาศฝูงชนในวันทำงาน ตามโรงแรมในเมืองมักมีร้านและบาร์ดีๆ ซ่อนอยู่ ถัดไปทางตะวันออกบนถนนแสตนลี่ย์ มีร้านอาหารและคาเฟ่อิตาเลียนเรียงรายอยู่ตามริมถนน

คิงครอส, ดาร์ลิ่ง เฮิร์สต และ เซอรี่ ฮิลส์
บริเวณนี้เป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านอาหารสารพัดชนิดทั้งแบบที่เป็นออสเตรเลียสมัยใหม่จนถึงอาหารฝรั่งเศสและอิตาลี เป็นย่านที่เหมาะแก่การมองดูวิถีชีวิตผู้คน ที่คิงครอสนั้นเต็มไปด้วยไนท์คลับ วงดนตรี สถานบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ ร้านอาหาร คาเฟ่และบาร์ ที่ถนนคราวน์และถนนริลลี่ย์ ในย่านเซอรี่ ฮิลส์ก็มีภัตตาคาร คาเฟ่ และผับเช่นเดียวกับที่ถนนวิคตอเรีย ในย่านดาร์ลิ่งเฮิร์สต ลองแวะที่ Tropicana ซึ่งเป็นสถาบันของซิดนีย์ที่แท้จริงและเป็นสถาบันที่ริเริ่มจัดงาน Tropfest ซึ่งเป็นงานเทศกาลภาพยนตร์สั้นอันเป็นที่นิยมของเมืองซิดนีย์

Potts Point & Woolloomooloo
ที่ Potts Point เป็นศูนย์รวมของบาร์และคาเฟ่ ที่ตรงหัวมุม Woolloomooloo มีร้าน Harry’s Caf? de Wheels ที่คุณสามารถแวะซื้อของว่างทานเล่นในตอนดึก เป็นคาราวานที่ขายอยู่ข้างถนนมีพวกพายและมันฝรั่งบดซึ่งเป็นอาหารริมถนนของชาวซิดนีย์มาหลายปี หากเป็นช่วงเทศกาล ลองแวะที่ Woolloomooloo Finger Wharf จะมีอาหารมากแบบหลากสไตล์ให้เลือก

เดอะ ร็อคส์ และ เซอคิวล่า คีย์
เดอะ ร็อคส์ เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีอาคารเก่าแก่ และตามพื้นถนนจะปูด้วยหินแบบสไตล์ดั้งเดิม เป็นย่านที่มีผับดีๆ คาเฟ่ และร้านอาหารให้เลือกมากมาย แวะร้าน Overseas Passenger Terminal ซึ่งเป็นร้านที่มีอาหารและเครื่องดื่มชั้นเยี่ยม ตั้งอยู่ที่ West Circular Quay ในย่านเดอะ ร็อคส์ ถัดไปทาง East Circular Quay คือ Opera Quays ก็มีร้านอาหารชั้นนำมากมายเรียงรายอยู่ริมอ่าว

ดาร์ลิ่ง ฮาร์เบอร์
ด้านหน้าริมน้ำของอ่าวดาร์ลิ่ง ฮาร์เบอร์และอ่าว Cockle Bay Wharf มีร้านอาหารและสถานบันเทิงให้เลือกมากมาย อาหารทะเลบริเวณนี้เป็นที่นิยมมาก มีบาร์ชั้นนำที่มีวิวริมน้ำอันสวยงาม สถานบันเทิงคาสิโนสตาร์ซิตี้ก็ตั้งอยู่ใกล้ๆกันมีการแสดงโชว์หรือปาร์ตี้ได้ตลอดทั้งคืน

ย่านไชน่า ทาวน์
เลยขึ้นไปจากดาร์ลิ่ง ฮาร์เบอร์คือไชน่าทาวน์ของเมืองซิดนีย์ เป็นศูนย์รวมชุมชนของชาวจีนในซิดนีย์และเต็มไปด้วยร้านอาหารเอเชียที่ราคาไม่แพงมากมาย มีที่ช้อปปิ้งและร้านค้าขายของวัตถุดิบหลากหลาย เข้าทางถนนดิกสันซึ่งเป็นถนนคนเดินจากด้านเหนือตรงไปยังประตูจีนโบราณสีแดงแล้วเดินทะลุไปยังตลาดมาร์เก็ต ซิตี้สัมผัสบรรยากาศและกลิ่นอายของครัวอาหารเอเชีย

ร้านอาหารนอกเมืองซิดนีย์
ร้านอาหารริมอ่าวไม่ได้มีเพียงแค่ในเมืองเท่านั้น ที่ Milson’s Point ซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของสะพานขึ้นไปทางเหนือของเมืองซิดนีย์ จากที่นี่จะมองเห็นภาพพาโนรามาของวิวเมืองซิดนีย์ที่มีสะพานและโรงละครโอเปร่าเป็นองค์ประกอบ นอกจากนี้ที่ Milson’s Point ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่ปิคนิค เพลิดเพลินกับสวนสาธารณะลูน่า พาร์คที่เปิดให้เข้าชมฟรี มีลานละเล่นที่เก่าแก่มาตั้งแต่ปี 1960 ซึ่งมีเครื่องเล่นเช่นรถไฟเหาะ เป็นต้น

ขึ้นไปทางเหนือจากซิดนีย์ประมาณ 15 นาที คือ Crows Nest ที่นี่มีร้านอาหารจากหลากหลายครัวของประเทศต่างๆ อาทิ อินเดีย มาเลเซีย ไทย อิตาลี และญี่ปุ่น ตั้งเรียงรายอยูริมทางเดินบนถนน Willoughby และ Pacific Highway

หาดบาลมอรอล
หาดบาลมอรอลตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของเมืองซิดนีย์ห่างออกไปจากเมืองประมาณ 20 นาที ที่นี่มีร้านอาหารชั้นเยี่ยมหลายร้าน อีกทั้งคาเฟ่ หรือแม้แต่ร้านประเภทฟิชแอนด์ชิพราคาย่อมเยาที่ขายในบริเวณหาดบาลมอรอลที่มีวิวอันสวยงาม

แมนลี่ย์
นั่งเรือเฟอร์รี่ไปทางเหนือของเมืองซิดนีย์ มีร้านคาเฟ่และภัตตาคารร้านอาหารคอยต้อนรับทักทายนักท่องเที่ยว ในย่านนี้จะมองเห็นวิวของมหาสมุทร นอกจากนี้ยังมีผับที่คุณสามารถไปสนุกสนานกับคนท้องถิ่นได้บนถนนคอร์โซ่ ทางฝั่งตะวันออกของเมืองมีอ่าวโรส เบย์และวัตสั้นส์ เบย์ ณ ที่นี่ก็มีทัศนียภาพของอ่าวซิดนีย์ ฮาร์เบอร์อันสวยงาม และเช่นกันที่นี่ก็มีจุดแวะทานอาหารที่น่าสนใจหลายที่

หาดบอนได
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวริมชายฝั่งยอดนิยมแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย มีร้านอาหารทั้งระดับดีเยี่ยมและแบบดั้งเดิมง่ายๆ สไตล์ฟิชแอนด์ชิพตามริมหาด หยุดพักและเพลิดเพลินกับการชมวิวสวยๆ ของมหาสมุทรบน Campbell Parade มีคาเฟ่ริมถนนที่อยู่ออกไปจากถนนหลัก นอกจากนี้ยังมีแหล่งช้อปปิ้งตรง Westfield Bondi Junction ที่มีร้านค้าแบรนด์ดังของออสเตรเลีย

ถ้าคุณโปรดปรานอาหารประเภทพาสต้า และกาแฟดีๆ คุณต้องแวะที่ Leichhardt ย่านที่ได้รับอิทธิพลจากอิตาลีมานานหลายปี ถนนหลักของ Leichhardt คือถนน Norton Street มีร้านอาหาร คาเฟ่ และภัตตาคารอิตาเลียนมากมาย ร้านขายของชำอิตาเลียน Norton Street Grocer ซึ่งมีขายน้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชูบัลซามิก มะกอก ซาลามี ชีส ขนมปัง ที่มีคุณภาพดีที่สุด เหมาะแก่การเสาะหาอาหารอิตาเลียนขนานแท้

บาลเมน
นอกจากย่านบาลเมนจะมีผับสไตล์ออสซี่ให้คุณได้เพลิดเพลินกับคนท้องถิ่นมากมาย ยังมีร้านอาหารให้คุณเลือกอีกสารพัดเช่นกัน แล้วแต่ว่าอยากจะสัมผัสกับบรรยากาศแบบใดทั้งแบบผับไปจนถึงแบบภัตตาคาร

นิวตั้น
สัมผัสบรรยากาศนอกเมืองของซิดนีย์ในแถบนิวตั้น วัฒนธรรมอันหลากหลายของโลกที่ผสมผสานกันสะท้อนออกมาทางสไตล์ของอาหารที่มีอยู่มากมายหลายชนิด ทั้งอาหารไทย เวียดนาม ญี่ปุ่น เม็กซิกัน อิตาเลียน กรีก และแอฟริกัน ในย่านนี้ยังมีผับและโรงภาพยนตร์คอยให้ความบันเทิงแก่ผู้มาเยือน

หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารตามความต้องการ เข้าไปดูได้ที่ www.bestrestaurants.com.au

สภาพอากาศ

รัฐนิวเซาท์เวลส์มีสภาพอากาศแบบอบอุ่นและเบาบางเกือบตลอดทั้งปี อากาศในซิดนีย์ก็เป็นเช่นนั้น มีฤดูร้อนที่ยาวนาน ด้วยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 25 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวจะสั้นและเบาบาง อุณหภูมิมักจะไม่ค่อยต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส

การเดินทางในซิดนีย์

สนามบินซิดนีย์ หรือสนามบินคิงส์ฟอร์ด สมิธ เป็นทั้งสนามบินระหว่างประเทศและภายในประเทศ ห่างจากศูนย์กลางธุรกิจของเมืองซิดนีย์และอ่าวซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร มีรถชัทเทิ้ลของสนามบินวิ่งบริการจากตัวเมืองซิดนีย์และย่านคิงครอสทุกๆ 10 นาที แวะหยุดตามจุดต่างๆ ระหว่างทาง หากจะใช้บริการรถแท็กซี่ ค่าบริการประมาณ 35 เหรียญ

รถประจำทาง รถไฟ และเรือเฟอร์รี่ ซิดนีย์มีเครือข่ายการขนส่งรอบด้านทั้งรถประจำทาง รถไฟ และเรือเฟอร์รี่ ที่ให้บริการรอบเมืองและทั่วทุกบริเวณโดยรอบ รถประจำทางให้บริการตั้งแต่เวลา 6 นาฬิกาเช้าจนกระทั่งเที่ยงคืนเป็นประจำทุกวัน
www.sydneybuses.nsw.gov.au

มีเรือเฟอร์รี่บริการเข้าออกที่ท่าส่วนกลางตรง Circular Quay ประมาณ 10 สาย รวมทั้งเรือที่ให้บริการชมเมืองบริเวณอ่าวด้วย มีเฟอร์รี่บริการตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืนครึ่งเป็นประจำทุกวัน
www.sydneyferries.nsw.gov.au

รถไฟ Cityrail ในซิดนีย์ให้บริการขนส่งรอบเมืองและเป็นจุดต่อไปยังย่านต่างๆ รอบนอกเมือง รถไฟนี้วิ่งบริการตั้งแต่เวลา 4.30 น. จนกระทั่งเที่ยงคืน หลังจากนั้นจะมีรถประจำทางรอบดึกวิ่งให้บริการ
www.cityrail.nsw.gov.au

บัตรโดยสารสำหรับรถประจำทาง รถไฟ และเรือเฟอร์รี่ มีทั้งแบบที่ซื้อแบบเที่ยวเดียว และแบบไปกลับซึ่งซื้อได้บนเรือ หรือจะซื้อเป็นบัตรแบบเหมารายสัปดาห์ หรือแบบรายเดือนก็มี ซื้อได้ที่ศูนย์ข้อมูลรถประจำทาง รถไฟ และเรือเฟอร์รี่ หรือที่สำนักงานบัตรโดยสารที่ Circular Quay และที่สถานี Central Station

การเดินทางรอบเมืองซิดนีย์นั้นง่ายเพียงใช้บัตร Sydney Pass มีทั้งที่เป็นแบบราย 3 วัน 5 วัน หรือ 7 วัน ซึ่งจะรวมบริการรับจากสนามบินสู่สถานีรถไฟ Cityrail เรือชมอ่าว รถบัสที่ให้บริการชมจุดที่น่าสนใจในเมืองมีสองรูปแบบบริการคือ Sydney Explorer and Bondi Explorer อีกทั้งยังสามารถใช้บัตรนี้ขึ้นรถประจำทาง รถไฟที่วิ่งภายในเมืองและเรือเฟอร์รี่แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง พร้อมมีส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่
www.sydneypass.info

See Sydney and Beyond Card เป็นบริการการขนส่งรวมกับบริการทัวร์พิเศษ ทั้งจุดท่องเที่ยว ร้านค้า และร้านอาหารภายในซิดนีย์และรอบนอกเมือง ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ท
www.seesydneycard.com

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในซิดนีย์ ดูได้ที่ www.sta.nsw.gov.au หรือ www.cityrail.nsw.gov.au หรือ(www.131500).



การเดินทางรอบนอกเมืองซิดนีย์

เทือกเขาบลูเมาท์เท่นส์ www.visitbluemountains.com.au
เทือกเขาบลูเมาท์เท่นส์อยู่ห่างจากตัวเมืองซิดนีย์ไปทางตะวันตกประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการเที่ยวในเมือง ที่บริเวณนี้เป็นที่ราบสูงถึง 1,000 เมตร มีวิวของน้ำตก หน้าผาหิน และหุบเขาต่างๆ บริเวณเทือกเขาบลูเมาท์เท่นส์ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปีค.ศ. 2000 ชื่อบลูเมาท์เท่นส์นี้ได้มาจากบรรยากาศของหมอกที่อยู่ท่ามกลางแสงแดดอันสว่างจ้าสะท้อนกับละอองของหยดน้ำมันที่ออกมาจากต้นยูคาลิปตัสในอากาศ และทำให้เกิดเป็นประกายสีฟ้าเรื่อๆ ล่องลอยเป็นดังหมอกควัน

ส่วนที่เลื่องชื่อมากที่สุดของเทือกเขาบลูเมาท์เท่นส์คือบริเวณจุดชมวิว Echo Point ใน Katoomba จากบริเวณนี้จะมองเห็นผาหินใหญ่โตตั้งตระหง่านอยู่สามก้อนเรียงกัน รู้จักกันในนามว่า Three Sisters ที่นี่มีรถรางให้คุณนั่งลงไปยังหุบเขาเบื้องล่าง หรืออาจจะลองนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่วิ่งตัดกับน้ำตก Katoomba ซึ่งสูงถึง 200 เมตรเหนือพื้นดิน สิ่งที่ควรไปชมอีกยังมีอุทยานแห่งชาติ Kanangra-Boyd ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของบลูเมาท์เท่นส์ นอกจากนี้ยังมีถ้ำ Jenolan Caves ซึ่งเป็นบริเวณที่มีทั้งโพรง อุโมค์ และทะเลสาบใต้ดินที่มีการก่อร่างสร้างตัวของหินปูนที่เกิดขึ้นอย่างสวยงามตามธรรมชาติ

เทือกเขาบลูเมาท์เท่นส์เป็นสวรรค์ของผู้รักกิจกรรมกลางแจ้ง มีทั้งการปีนเขา ขี่จักรยานเสือภูเขา การเดินลุยหุบเขาลึก และการเดินป่า หากไม่ต้องการสมบุกสมบันมากนัก ก็มีกีฬาประเภทกอล์ฟ หรือจะเลือกนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อชมอุทยานไปกับไกด์ท้องถิ่น หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.treadlightly.com.au ซึ่งจะมีการแนะนำทัวร์แบบนิเวศวิทยาชมสิ่งแวดล้อมในบริเวณบลูเมาท์เท่นส์

ในแถบนี้มีร้านอาหารและคาเฟ่กระจายอยู่ทั่วไป สำหรับที่พักก็มีทั้งสไตล์ยูสโฮสเตล Bed and Breakfast และโรงแรมหรูระดับห้าดาว

หุบเขาฮันเตอร์ แวลลี่ย์ www.winecountry.com.au

หุบเขาฮันเตอร์ แวลลี่ย์นี้ตั้งอยู่เข้าไปด้านในจากชายฝั่ง ห่างจากซิดนีย์ไปทางเหนือประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นย่านไวน์อันเก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลียซึ่งมีโรงบ่มไวน์มากกว่า 110 แห่ง เพลิดเพลินกับการปิคนิค บาร์บีคิวหรือจะแวะรับประทานอาหารในภัตตาคารชั้นเยี่ยมที่มีอยู่ทั่วไปในย่านนี้ นอกจากนี้ยังมีสวนดอกไม้ให้ชมที่ Hunter Valley Gardens
www.hvg.com.au

แวะช้อปปิ้งได้ที่หมู่บ้าน Hunter Valley Gardens Village อย่าพลาดชิมชีส และช็อคโกแล็ตที่ Hunter Valley Cheese Company ขี่จักรยานเที่ยวออกสำรวจทิวเขาและไร่องุ่น หรือจะนั่งรถม้า หรือขึ้นบอลลูนก็ตามแต่ต้องการ สำหรับนักกอล์ฟ ที่นี่มีสนามกอล์ฟให้เลือกเล่นมากมาย


พอร์ท สตีเว่นส ์ www.portstephens.org.au

พอร์ท สตีเว่นส์เป็นสวรรค์แห่งน้ำสีคราม ซึ่งเป็นสายน้ำที่บริสุทธิ์และมีมาแต่ดั้งเดิมตามธรรมชาติ มีหาดทรายสีทองมากกว่า 26 หาดมีอุทยานแห่งชาติทางทะเล มีประสบการณ์กิจกรรมผจญภัยแบบเบาๆและสนุกสนานตามแต่คุณจะปรารถนา และยังเป็นที่รู้จักกันในนามโลมาแห่งออสเตรเลีย (Dolphin of Australia) พอร์ท สตีเว่นส์อยู่ห่างจากซิดนีย์ราว 2 ชั่วโมงครึ่ง เป็นแหล่งรวมโลมาจมูกขวดและยังมีปลาวาฬตามฤดูกาล มีกิจกรรมเดินป่าและกิจกรรมทางน้ำอีกมากมายไม่จำกัด อาจจะผจญภัยด้วยการนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อไปตามพื้นเนินทรายริมชายฝั่งในย่าน Southern Hemisphere นั่งเรือออกชมโลมาจมูกขวดที่มีมากว่า 160 ตัว หรือจะสัมผัสกับชีวิตสัตว์ที่ฟาร์ม Oakvale Farm and Fauna World นอกจากนี้น่าจะแวะชิมไวน์มากกว่า 200 ชนิดจากโรงบ่มไวน์ในพอร์ท สตีเว่นส์ และอย่าพลาดชิมอาหารทะเลรสอร่อยที่อ่าวเนลสัน

ข้อมูลเพิ่มเติม
www.australia.com
www.visitnsw.com.au
www.seesydney.com



Melbourne Go to top

เมลเบิร์นเป็นเมืองที่มีความตื่นตาตื่นใจด้วยการผสมผสานทั้งความเก่าและความใหม่เข้าด้วยกัน เป็นเมืองหลวงของรัฐวิคตอเรียที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำยาร์ร่า มีสวนสาธารณะริมน้ำ มีสถาปัตยกรรมของยุคตื่นทองในสมัยกลางศตวรรษที่ 18 คละเคล้ากับตึกสูงระฟ้าในสมัยปัจจุบันทำให้มีภูมิทัศน์ของเมืองที่ไม่เหมือนใคร แม่น้ำไหลผ่านใจกลางเมืองอันเป็นเสน่ห์ของเมลเบิร์น ถนนรอบๆ บริเวณนี้มีจัดช่องทางสำหรับขี่จักรยานด้วย ตามริมฝั่งน้ำก็มีคาเฟ่กลางแจ้งตั้งเรียงรายมากมาย

เมลเบิร์นเป็นเมืองที่มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา เป็นเมืองที่มีไลฟ์สไตล์แบบง่ายๆ สบายๆ มากที่สุดในออสเตรเลีย ในขณะเดียวกันก็เป็นเมืองที่มีความสนุกสนานในแบบของโลกยุคเก่าที่มีความทันสมัยและมีสไตล์ ด้วยความผสมผสานทั้งเก่าและใหม่ทางสถาปัตยกรรม ความหลากหลายของผู้คนในหมู่บ้านต่างๆ ร้านค้าแฟชั่นนานาสไตล์ ภัตตาคารร้านอาหารมากกว่า 300 ร้าน อีกทั้งบาร์และคาเฟ่ และยังมีระบบขนส่งที่ดีเยี่ยม ทั้งหมดนี้เป็นส่วนผสมที่ทำให้เมล์เบิร์นเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาและน่าอยู่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก

เมเลบิร์นเป็นที่รู้จักกันในฐานะเมืองที่มีเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ดั่งเช่นที่เฟดเดอเรชั่น แสควร์ ในเมืองเมลเบิร์นเป็นศูนย์กลางงานศิลปะ งานเทศกาลและงานสันทนาการ และเป็นศูนย์รวมอาคารที่มีการจัดสรรที่สำหรับสาธารณะเพื่อเชื่อมโยงตัวเมืองกับแม่น้ำยาร์ร่า ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์อำนวยการท่องเที่ยวเมืองเมลเบิร์น, เอียน พอลเตอร์ เซ็นเตอร์, พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งรัฐวิคตอเรีย และ Australian Centre for Moving Images

เมลเบิร์นเป็นเมืองที่เดินทางท่องเที่ยวได้ไม่ยาก มีรถรางวิ่งรอบเมือง อีกทั้งมีเครือข่ายรถไฟและรถบัส หรือแม้แต่จะเดินเที่ยวเองก็ง่ายดาย หากจะเดินเที่ยวก็น่าจะแวะเดินที่สวนพฤกษศาสตร์โบทานิค การ์เด้นส์ Botanic Gardens หรือที่ Melbourne’s Golden Mile ที่คุณจะได้ชมความเป็นอยู่ของเมืองที่ถือกำเนิดขึ้นในสมัยยุควิคตอเรียตื่นทองเมื่อประมาณกว่า 150 ปี มาแล้ว

สถานที่ท่องเที่ยว

เมลเบิร์นมีสถานที่ท่องเที่ยวมีระดับและมีความลึกลับนับพันที่เชื้อชวนให้ผู้มาเยือนได้มาค้นหา มีทั้งพิพิธภัณฑ์และอาร์ตแกลเลอรี่ แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและชีวิตสัตว์ป่าออสเตรเลีย รวมทั้งงานสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจ

Eureka Skydeck 88
Eureka Skydeck 88 ตั้งอยู่บนชั้นที่ 88 ของอาคารยูเรก้า ทาวเวอร์ ในเมืองเมลเบิร์นซึ่งอาคารแห่งนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาคารที่พักอาศัยที่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่บริเวณเซาธ์แบงค์ นักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนจะได้มีโอกาสใช้บริการของลิฟท์ความเร็วสูงที่นำพาคุณจากชั้นล่างไปยังชั้น 88 ในเวลาไม่ถึง 40 วินาที เมื่อขึ้นไปที่ชั้น 88 แล้วคุณจะต้องไม่พลาดกับการทดสอบความกล้าด้วยการเข้าไปใน “The Edge” กล่องกระจกแก้วนิรภัยที่สร้างยื่นล้ำออกจากนอกอาคาร คุณจะได้รู้สึกเหมือนยืนลอยอยู่ในอากาศที่ความสูง 88 ชั้นเลยทีเดียว  www.eurekaskydeck.com.au

Federation Square
เฟดเดอเรชั่น แสควร์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเมลเบิร์น เป็นจุดเชื่อมศูนย์กลางเมืองกับแม่น้ำยาร์ร่า เป็นแหล่งรวมศิลปะ สถาปัตยกรรม งานเทศกาล วัฒนธรรม ที่พัก และมีลานเปิดกว้างสำหรับเป็นที่สาธารณะ เฟดเดอเรชั่น แสควร์เป็นที่ตั้งของศูนย์รวมศิลปะของออสเตรเลีย มี Ian Potter Centre: NGV Australia และแกลลอรี่อาร์ต 20 แกลลอรี่ก็ตั้งอยู่ที่ เฟดเดอเรชั่น แสควร์แห่งนี้

Melbourne Aquarium
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเมลเบิร์น อะควาเรี่ยม ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองบนริมฝั่งแม่น้ำยาร์ร่า เป็ฯศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำทางทะเลจากมหาสมุทรตอนใต้หลายพันชนิด www.melbourneaquarium.com.au

Melbourne Museum
พิพิธภัณฑ์เมืองเมลเบิร์นเป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ มีทั้งหมด 6 ชั้น ครึ่งหนึ่งของอาคารอยู่ในระดับชั้นใต้ดิน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีการนำเทคโนโลยีล่าสุดเข้ามาประยุกต์ใช้และนำเสนอเรื่องราวต่างๆของเมืองเมลเบิร์นได้อย่างน่าสนใจ http://melbo urne.museu m .vic.gov.au

Melbourne Observation Deck
จุดชมวิวเมืองเมลเบิร์นจากตึก Rialto Towers ที่สูงถึง 253 เมตร เป็นอาคารสำนักงานที่สูงที่สุดในเขตซีกโลกตอนใต้และเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของเมืองเมลเบิร์น ขึ้นชั้นบนโดยใช้ลิฟท์ที่มีความเร็วสูงไปยังชั้นที่ 55 เพื่อออกไปยังดาดฟ้าที่เป็นจุดชมวิวเมลเบิร์นและบริเวณรอบๆ ได้รอบทิศในมุม 360 องศา  www.melbournedeck.com.au

Eureka Observation Desk
จุดชมวิว Eureka Observation Desk อยู่บนชั้นที่ 28 ซึ่งสูงจากพื้นดินประมาณ 285 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเมลเบิร์น ในออสเตรเลีย และในบริเวณซีกโลกใต้เลยทีเดียว ผู้มาเยือนจะประทับใจกับการชมวิวรอบทิศ 360 องศา จากย่านศูนย์กลางธุรกิจของเมืองเมลเบิร์นไปถึง Shrine และสวน Botanic Garden และไกลออกไปอีกจนถึงแดนดีน็องกับอ่าวพอร์ท ฟิลลิป บนชั้นเดียวกันมีคาเฟ่และบริการต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวรวมทั้งร้านขายของขวัญและของที่ระลึก www.eurekaobservationdeck.com.au

Melbourne River
นั่งเรือล่องแม่น้ำเมลเบิร์นที่มีบริการพาชมทัศนียภาพและดื่มด่ำบรรยากาศ ออกเดินทางจากท่าที่เซาธ์แบงค์และที่สะพานปริ๊นเซส บริดจ์ใกล้กับสถานีฟลินเดอร์ส สตรีท www.melbournerivercruises.com.au

Victoria’s Open Range Zoo
สวนสัตว์เปิดวิคตอเรียตั้งอยู่รอบๆแม่น้ำเวอริบีเป็นที่พำนักของสัตว์มากมายทั้งที่มาจากท้องทุ่งแอฟริกา เอเชีย อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย ได้แก่ แรด ฮิปโป เสือชีต้า ยีราฟ ม้าลาย และลิง แวะเยือนคฤหาสน์ที่สวนสาธารณะเวอริบีซึ่งเป็นอนุสรณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และความสำเร็จของเจ้าของบริเวณท้องทุ่งออสเตรเลียในยุคแรกๆ www.zoo.org.au

Victorian Arts Centre & Sunday Market
ศูนย์ศิลปะวิคตอเรียเป็นศูนย์กลางความบันเทิงในย่านเซาธ์แบงค์ของเมลเบิร์น เป็นสถานที่จัดงานแสดงศิลปะหลายงานรวมทั้งการแสดงบนเวทีที่มาจากหลายๆ ประเทศ อาคารของศูนย์มียอดแหลมสูงถึง 160 เมตร อยู่บนถนนเซนต์ กิลด้า ศูนย์ศิลปะวิคตอเรียนี้เปิดให้เข้าชมทุกวันสำหรับการเดินทัวร์ ชมนิทรรศการ และชมการแสดงบนเวทีในตอนค่ำ และทุกวันอาทิตย์เหล่าศิลปินจะมาเปิดร้านขายของบริเวณด้านหน้าศูนย์บนถนนเซนต์ กิลด้ายาวไปจนถึงย่านเซาธ์เกต www.vicartscentre.com.au

The Royal Melbourne Zoological Gardens
สวนสัตว์แห่งนี้นับว่าเป็นสวนสัตว์เก่าแก่ที่สุดในออสเตรเลีย เปิดตั้งแต่ปีค.ศ. 1862 มีสัตว์มากกว่า 350 ชนิดจากทั่วโลกที่จัดให้ผู้คนได้เข้าชมอย่างใกล้ชิดและจัดบรรยากาศรอบด้านเป็นสวนสวยงาม นักท่องเที่ยวจะได้เดินผ่านป่าฝนอันชุ่มฉ่ำและพบกับกอลีล่า ฮิปโปพันธุ์เล็ก ลิงแมนดริวพันธุ์ดุจากแอฟริกา เสือ วอมแบท และตุ่นซึ่งเป็นสัตว์ที่มีถิ่นพำนักในออสเตรเลียเอง www.zoo.org.au

IMAX Theatre
โรงภาพยนตร์ไอแมกซ์เปิดเป็นประจำทุกวัน เป็นโรงภาพยนตร์ที่มีจอฉายสำหรับหนัง 2 มิติ และ 3 มิติ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในโรงมีความสูงประมาณ 2 ชั้น จอฉายมีขนาดใหญ่กว่าจอในโรงภาพยนตร์ทั่วไปประมาณ 10 เท่า มีมุมมองที่ทำให้ผู้ชมมีความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในภาพยนตร์นั้นๆ ด้วย ภาพยนตร์ที่ฉายมีความยาวประมาณ 45 นาที มีทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติอันน่าพิศวง เรื่องราวแปลกประหลาดต่างๆ และเรื่องเกี่ยวกับการท่องไปในอวกาศ www.imax.com.au

ช็อปปิ้ง
คิดถึงเมลเบิร์นเมื่อใด ให้คิดถึงเรื่องช็อปปิ้งเมื่อนั้น เป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้วที่เมลเบิร์นเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองหลวงแห่งการช็อปปิ้งของประเทศออสเตรเลีย โดยเฉพาะความเป็นผู้นำทางด้านแฟชั่น แต่ก็ยังมีด้านอื่นๆ อีกมากมาย คำถามที่จะเกิดขึ้นมิใช่ว่าเราจะซื้ออะไรได้บ้างจากที่นี่ แต่จะเป็นคำถามที่ว่า อะไรบ้างที่เราไม่สามารถหาซื้อได้จากที่นี่ ต่างหาก

ในขณะที่คุณกำลังเดินทัวร์ในเมือง ความสุขของการได้ช็อปปิ้งระหว่างทางนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ ถนนแคบๆ ที่โยงใยถึงกันไม่ว่าจะเป็นถนนเล็กๆหรือจะเป็นถนนใหญ่ๆ ต่างก็มีร้านค้าสไตล์เก่าแก่ที่มีความน่ารักให้คุณได้เพลิดเพลินกับการ ช็อปปิ้งได้ตลอดทาง

เมลเบิร์นเป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำมาหลายต่อหลายปี และเป็นแหล่งกำเนิดสินค้าแบรนด์เนมระดับชั้นนำของประเทศอาทิ Richard Tyler, Joseph Saba, Bettina Liano, Scanlan and Theodore, Jenny Hoo, Alannah Hill, Roy Christou, Perri Cutten, TL Wood, Gorgia Chapman, Glen Rollason, Vanessa Coyle and Natalie Wood ทั้งหมดนี้ต่างมีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ

เมลเบิร์นยังเป็นสวรรค์ของนักช้อปที่ชอบต่อรองราคา มีร้านค้าเอ้าท์เล็ทที่ขายสินค้าจากโรงงานที่มีขายทั้งเสื้อผ้ายี่ห้อดังๆ ในราคาที่ลดสุดๆ สำหรับผู้ที่มีรสนิยมหลากหลายแต่มีงบประมาณจำกัด เมลเบิร์นมีตลาดขายรองเท้า เสื้อผ้า และของกระจุกกระจิกมากมายให้เลือกหลายราคา

เที่ยวช็อปปิ้งในเมือง
การเดินเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการช็อปปิ้งตามถนนและย่านต่างๆในเมลเบิร์น เริ่มต้นที่ปารีสซึ่งอยู่ตรงปลายถนน คอลลินส์แล้วเดินยาวลงไปเรื่อยๆ อย่าลืมแวะที่ถนนลิตเติ้ล คอลลินส์ใกล้กับถนนรัสเซล ซึ่งมีเสื้อผ้าบูติคทั้งของผู้ชายและผู้หญิง มีคาเฟ่และร้านอาหารตั้งเรียงรายอยู่รอบๆ แล้วเดินต่อขึ้นไปยังถนนฟลินเดอร์ส เลน ซึ่งอยู่ระหว่างถนนอลิซาเบ็ธกับถนนสวอนส์ตั้น สำหรับห้างสรรสินค้าใหญ่ๆ เช่น เมเยอร์และเดวิด โจนส์ ตั้งอยู่ที่บรูก สตรีท มอลล์l ส่วนที่อาคารคราวน์ คาสิโนซึ่งตั้งอยู่ที่ย่านเซาธ์แบงค์ ก็มีร้านค้าของดีไซน์เนอร์ชื่อดังจากต่างประเทศหลายร้าน

DFO Spencer Street Factory Outlet
ที่ DFO Spencer Street Factory Outlet นับเป็นศูนย์ช็อปปิ้งร้านค้าเอาท์เล็ทใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง มีร้านคาเฟ่ในนี้ทั้งหมด 16 ร้าน และมีร้านค้า ทั้งหมด 100 ร้านซึ่งอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน DFO นี้เป็นศูนย์ช็อปปิ้งเอาท์เล็ทของออสเตรเลียที่มียี่ห้อชั้นนำกว่า 110 แบรนด์ซึ่งขายในราคาที่ลดถึง 70% DFO ตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนบรูกกับถนนคอลลินส์ซึ่งอยู่ถัดจากสถานีเซาธ์เทิร์น ครอส สเตชั่น

Hidden Secret Tours
เป็นการเดินทัวร์กับกลุ่มเล็กๆ ภายในเมืองเมลเบิร์นในส่วนที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เช่นคาเฟ่หรือร้านกาแฟเด็ดๆ ถนนสายศิลปะชั้นเยี่ยม แหล่งช็อปปิ้งที่คุ้มค่าและแหล่งแฟชั่น และอื่นๆ อีกมากมายที่ทัวร์ฮิดเด้น ซีเคร็ทจะพาคุณไปค้นพบประสบการณ์เที่ยวที่แปลกใหม่ นำโดยคนท้องถิ่นที่รู้จักแหล่งเหล่านี้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มทัวร์อีก 4 สไตล์ทั้งที่พาชมย่านแฟชั่น ศิลปะ และอาหาร อย่างเช่น Gertrude’s Corner ตรงถนน Gertrude Street แวะพบดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ เยือนสตูดิโอ และแวะร้านคาเฟ่ ที่ทำให้ย่านนี้เป็นย่านสำคัญของเมล์เบิร์น The Fashion Triangle Tour พาชมย่านแฟชั่นที่ GPO, Melbourne Central และที่ QV ส่วน Street Art Tour จะพาคุณไปสำรวจย่านจิตรกรรมฝาผนัง ศิลปะลายฉลุ และรูปปั้นในที่สาธารณะ ราคาค่าทัวร์เริ่มต้นที่ 40 เหรียญต่อคนสำหรับการเดินทัวร์ในเวลา 2 ชั่วโมง
www.hiddensecretstours.com

Chapel Street
ที่ถนนชาเปลในย่านเซาธ์ ยาร์ร่านับเป็นย่านช็อปปิ้งที่โก้เก๋มากที่สุดแห่งหนึ่งในเมลเบิร์น มีทั้งดีไซน์เนอร์ในท้องถิ่นคละเคล้ากับดีไซน์เนอร์จากต่างประเทศ มีทั้งร้านค้าและร้านอาหารเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ในย่านเซาธ์ ยาร์ณ่านี้ยังมีแหล่งช็อปปิ้งที่น่าสนใจบนถนนทูแร็คอีกด้วย

Brunswick Street
ถนนบรันซ์วิคอยู่ในย่านฟิทซ์รอยเป็นย่านสไตล์โบฮิเมียนของเมืองเมลเบิร์น คุณจะได้เห็นร้านเก๋ไก๋ขายสินค้าจำพวกเครื่องประดับและเสื้อผ้า ย่านนี้ยังมีร้านคาเฟ่มากมายซึ่งคุณจะได้พบเห็นผู้คนตามลักษณะเอกลักษณ์ของย่านนี้ เหมาะแก่การมาเยือนในช่วงสุดสัปดาห์

Richmond
ย่านริชมอนด์ตั้งอยู่ระหว่างถนนบริดจ์กับถนนสวอน เป็นแหล่งช็อปปิ้งสินค้าราคาย่อมเยา มีสินค้าที่มาจากร้านค้าเอ้าท์เล็ทและจากโรงงานซึ่งมีทั้งยีนส์ ชุดว่ายน้ำ เสื้อ และกระเป๋าในราคาลดกระหน่ำ

Queen Victoria Market
ตลาดควีน วิคตอเรียเป็นสัญลักษณ์ของการค้าขายและไลฟ์สไตล์บนท้องถนนที่มีอายุเก่าแก่ถึง 124 ปี ที่นี่มีขายสินค้าทุกอย่างตั้งแต่ของที่ระลึกไปจนถึงอาหารทะเลที่สดใหม่ ลึกเข้าไปจะมีถนนที่มีร้านค้าเรียงรายมากมาย หรือจะลองนั่งรถรางระยะสั้นที่จะพาคุณไปช็อปปิ้งตามร้านดีไซน์เนอร์ที่มีราคาย่อมเยา www.gvm.com.au

The Arts Centre Sunday Market
ตลาดนัดแห่งนี้มีสินค้างานประดิษฐ์ให้เลือกมากมาย มีร้านค้ามากกว่า 150 ร้าน คุณสามารถเดิน  ช็อปปิ้งในย่านนี้ได้ตลอดเวลาจนกว่าคุณจะพอใจ ที่นี่เปิดตลอดทุกฤดูกาล แรกเริ่มเป็นตลาดที่ขายสินค้าประเภทศิลปหัตถกรรมของรัฐวิคตอเรีย ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีฟลินเดอร์ส สตรีท เพียงข้ามสะพานปริ๊นซ์ ข้างๆ แม่น้ำยาร์ร่า ตลาดนัดแห่งนี้นับเป็นสวรรค์ของนักช็อปปิ้งแห่งหนึ่ง www.theartscentre.net.au/visitus/market

St Kilda Esplanade Art and Craft Market
เดินเล่นไปยังถนนที่มีวิวสวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่งที่ The Upper Esplanade St Kilda และเพลิดเพลินกับตลาดขายของประดิษฐ์ที่มีชื่อเสียง มีศิลปินสไตล์วิคตอเรียกว่า 150 คนที่พร้อมจะสนทนากับคุณเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเอง ตลาดแห่งนี้เปิดทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่ 10 โมงเช้าจนถึง 5 โมงเย็น www.esplanademarket.com

อาหารและกิจกรรมสันทนาการ

เมลเบิร์นเป็นสถานที่ที่น่าชวนหลงใหลกับอาหารการกิน การดื่ม ชีวิตกลางคืน และโรงละคร มีอาหารหลากหลายรสชาติรอให้คุณมาชิมจากตามภัตตาคารร้านอาหาร ร้านคาเฟ่และร้านเหล้ามากกว่า 3,000 ร้าน

บาร์ในเมืองเมลเบิร์นเปิดจนกระทั่งเวลาดึกดื่น คลับมากมายเปิดบริการทั้งเครื่องดื่มและฟลอร์เต้นรำตลอดคืน ทั้งเมืองครึกครื้นไปด้วยดนตรีและร้านอาหารเหมาะสำหรับทุกรสนิยม มีตั้งแต่ดนตรีร็อคจนถึงแจ๊ส ส่วนอาหารก็มีทั้งอาหารสไตล์เรียบง่ายจากนานาชาติไปจนถึงการปรุงและการนำเสนอที่มีระดับหาใครเปรียบไม่ได้

แหล่งร้านอาหารในเมือง
เมลเบิร์นมีร้านคาเฟ่และบาร์ตามย่านช็อปปิ้งและตามซอกซอยมากมาย ที่ฟลินเดอร์สและถนนลิตเติ้ล ฟลินเดอร์ส, ถนนบรูก และถนนลิตเติ้ลบรูก, ถนนควีนและถนนคอลลินส์ ทั้งหมดเป็นแหล่งที่มีร้านกาแฟ ร้านอาหาร พร้อมไวน์ และสถานบันเทิง พร้อมสรรพ บริเวณในเมืองแถวย่านเซาธ์แบงค์ ก็มีแหล่งบันเทิงเปิดบริการตลอดทั้งคืนที่ คราวน์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ซึ่งเป็นคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย มีทั้งโต๊ะและตู้เครื่องสำหรับเล่นเกมส์การพนันมากมาย นักท่องเที่ยวอาจจะเลือกชมภาพยนตร์ หรือฟังดนตรี หรือเลือกเที่ยวตามไนท์คลับตามอัธยาศัย

Lygon Street
ถนนไลก้อนในคาร์ลตั้นเป็นแหล่งร้านอาหารอิตาเลียนที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับอาหารและบรรยากาศของมื้ออาหารสไตล์อิตาเลียนแบบคลาสสิค พร้อมจิบไวน์วิคตอเรียที่ผลิตจากแหล่งไร่ไวน์ที่หุบเขายาร์ร่า แวลลี่ย์ ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก

Chapel Street
ถนนชาเปลอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำยาร์ร่าเป็นศูนย์รวมกิจกรรมมากมาย โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นย่านที่มีร้านอาหารและร้านคาเฟ่ที่มีสไตล์ คุณอาจจะเลือกนั่งจิบกาแฟที่ร้านกาแฟกลางแจ้ง เพลิดเพลินกับการนั่งมองดูผู้คนผ่านไปมา

St Kilda
เซนต์ กิลด้าอยู่ที่แถวริมทะเล เป็นแหล่งที่คุณสามารถเลือกรับประทานอาหารกับบรรยากาศวิวทะเลมีคบื่นกระทบฝั่ง ตั้งอยู่บริเวณถนนฟิทซ์รอยกับถนนแอ็คแลนด์ ซึ่งเป็นย่านที่มีร้านสไตล์บรรยากาศนั่งกินดื่มที่ง่ายๆ สบายๆ

Docklands
ด็อกส์แลนด์เป็นย่านที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ต่อจากศูนย์กลางธุรกิจของเมืองเมลเบิร์น และขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรับประทานอาหารและแหล่งบันเทิงชั้นเยี่ยมของเมลเบิร์น มีทั้งวิวริมอ่าวที่งดงาม มีลานด้านหน้ากว้างใหญ่ มีท่าเรือที่มีประวัติยาวนาน และยังมีสวนทางทะเลที่เพิ่งเปิดใหม่ด้วย ร้านอาหารหลายร้านในย่านนี้ได้รับรางวัลมากมายและยังมีบาร์และคาเฟ่ที่มีสไตล์เก๋ๆ ด้วย

Crown Entertainment Complex
คราวน์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งทางตอนใต้ของแม่น้ำยาร์ร่า ที่ถนนคราวน์เป็นย่านบันเทิงชั้นนำของเมืองเมลเบิร์นที่มีความผสมผสานของความเป็นเลิศในบริการอันอบอุ่นและความตื่นเต้นที่ไม่หยุดนิ่ง แวะเยือนคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งซีกโลกใต้ ที่นี่ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่และบาร์ประมาณ 40 ร้านอีกทั้งโรงภาพยนตร์ ไนต์คลับ สวนเครื่องเล่น และ The Palms at Crown ที่มีความท้าทายหลากหลายรอคุณอยู่ นอกจากนี้ยังมีร้านสินค้าแบรนด์เนมสำหรับผู้รักการช็อปปิ้งทั้ง Burberry, Prada, หรือ Versace  www.crowncasino.com.au

Federation Square
เฟดเดอเรชั่น แสควร์เป็นย่านที่ครึกครื้นของเมืองเมลเบิร์นตรงปลายแม่น้ำยาร์ร่า ข้ามฝั่งถนนจากสถานีฟลินเดอร์ส สตรีท ที่นี่เป็นศูนย์รวมของแกลเลอรี่ โรงภาพยนตร์ ร้านอาหารภัตตาคารที่ได้รับรางวัล มีคาเฟ่และบาร์ มีลานเปิดกว้างสำหรับจัดกิจกรรมงานแสดงและนิทรรศการที่ล้อมรอบไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
มีร้านอาหารมากมายหลายสไตล์เช่น ร้าน FunkFish (ร้านขายอาหารจำพวกปลาแบบง่ายๆ) ร้าน Taxi (ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นประยุกต์) หรือร้าน Chocolate Buddha (ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบเก๋ๆ ที่บริการอาหารออร์กานิค ปราศจากเนื้อสัตว์)  www.fedsquare.com

การเดินทางในเมลเบิร์น

สนามบินเมืองเมลเบิร์นอยู่ห่างจากศูนย์กลางเมืองประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมณ 30 นาที สามารถเดินทางโดยใช้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวก ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางเข้าออกสนามบินสามารถรับได้ที่ศูนย์ข้อมูลในอาคารสนามบินระหว่างประเทศ แผนผังเมืองเมลเบิร์นนั้นออกแบบไว้ง่ายต่อการเดินทาง หลายสถานที่นั้นตั้งอยู่ใกล้กันโดยสามารถเดินถึงกันได้สะดวก มิฉะนั้นแล้วก็สามารถเดินทางถึงกันได้ง่ายโดยรถรางหรือรถไฟ

บริการรถไฟและรถราง
ระบบขนส่งโดยรถไฟและรถรางโยงใยเมลเบิร์นเข้าด้วยกันทำให้การเดินทางภายในเมืองนั้นสะดวกสบาย สถานีฟลินเดอร์ส สตรีทซึ่งอยู่ตรงมุมถนนฟลินเดอร์ส กับถนนสวอนส์ตั้นเป็นศูนย์กลางของการเดินทางโดยรถไฟและเป็นจุดต้นสายและปลายสายของรถไฟทุกขบวนของเมลเบิร์น มีรถรางวิ่งสัญจรบริการภายในตัวเมืองอย่างทั่วถึง นักท่องเที่ยวสามารถโดยสารรถรางซิตี้ เซอร์เคิ่ล สายเบอกันดี้และสายโกลด์ ที่ให้บริการวิ่งรอบเมือง และเชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางการคมนาคมประเภทอื่นๆ รวมทั้งย่านร้านอาหาร NewQuay และย่านสถานบันเทิงของเมือง ตลอดทั้งเส้นทางที่หยุดตามสถานที่ต่างๆใช้ระยะเวลาทั้งหมด 50 นาทีต่อรอบ  แต่ละเที่ยวห่างกัน 12 นาที คุณจะขึ้นหรือลงที่สถานนีใดก็ได้ จะขึ้นกี่ครั้งก็ได้ในช่วงเวลาที่ให้บริการตั้งแต่ 10.00 – 18.00 น. ทุกวัน (หยุดเฉพาะวันคริสต์มาสและวันขอบคุณพระเจ้า)

Melbourne City Tourist Shuttle
รถชัทเทิ้ลบริการแก่นักท่องเที่ยวในเมืองเมลเบิร์นโดยแวะจอดตามจุดท่องเที่ยวต่างๆในเมืองฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย บริการรถชัทเทิ้ลนี้จะพาคุณไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในเมืองได้อย่างสะดวกสบาย ขณะเดียวกันบนรถยังมีบริการข้อมูลสถานที่ต่างๆทั้งแผ่นพับหรือคำบรรยายให้คุณสามารถท่องเที่ยวเมืองเมลเบิร์นได้อย่างเชี่ยวชาญ อีกทั้งคุณจะขึ้นหรือลงที่สถานนีใดก็ได้ จะขึ้นกี่ครั้งก็ได้ในจำนวน 15 สถานีที่มีให้บริการ รถชัทเทิ้ลนี้เปิดให้บริการฟรีตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึงบ่าย 4 โมง เป็นประจำทุกวัน

รถบัสประจำทาง
มีรถบัสวิ่งบริการทั่วไปในรัฐวิคตอเรียทั้งนอกเมืองและในเมืองเมลเบิร์น ถ้าเป็นเวลาดึกก็จะมีรถบัส Night Rider บริการภายในตัวเมืองเมลเบิร์น ซึ่งจะออกเดินทางจากที่หัวมุมถนนสวอนส์ตั้นกับถนนคอลลินส์ หรือที่คราวน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ ตั้งแต่เวลา 24.20 น. ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ นับเป็นบริการการคมนาคมที่ปลอดภัยโดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวยามราตรี

รถแท็กซี่และรถทัวร์
การคมนาคมที่สะดวกสบายสำหรับการเดินทางในเมืองเมลเบิร์นอีกทางเลือกหนึ่งคือแท็กซี่ ซึ่งมีอยู่มากมายและหาได้ง่าย (เป็นรถแท็กซี่สีเหลืองสะดุดตา) นอกจากนี้ก็มีรถบริการจากบริษัททัวร์ที่ทำให้การท่องเที่ยวในเมลเบิร์นของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น

Yarra River Shuttle Service
คือรถชัทเทิ้ลบริการ พาชมวิวอันสวยงามของแม่น้ำยาร์ณ่าและชมเมืองเมลเบิร์น คุณจะได้เลือกขึ้นและลงรถตามจุดหยุดรถทั้งหมด 8 จุด ทุกๆ 30 นาที ตามแต่ใจคุณต้องการ รถชัทเทิ้ลนี้จะวิ่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการเท่านั้น บัตรโดยสารสามารถซื้อได้บนรถหรือที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเมืองเมลเบิร์น (Melbourne Visitors Centre) ในเฟดเดอเรชั่น แสควร์ www.parkweb.vic.gov.au

รถเช่า
มีบริษัทให้บริการรถเช่าหลายแห่งในเมืองเมลเบิร์น มีทั้งรถขนาดเล็ก รถขนาดกลาง รถสเตชั่นวากอน และรถตู้ ในช่วงที่อากาศอบอุ่น รถเปิดประทุนจะได้รับความนิยมมากสำหรับการเช่าขับเที่ยวตามถนนริมชายหาด หรือคุณอาจจะเลือกเช่ารถขับเคลื่อนสี่ล้อเพื่อมุ่งหน้าไปผจญภัยในย่านที่เป็นเทือกเขาแถวนอกเมือง

สำหรับการเดินทางเที่ยวในเมลเบิร์นและบริเวณใกล้เคียงในราคาประหยัด ขอแนะนำให้ซื้อบัตร See Melbourne & Beyond ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวได้เกินกว่า 50 แห่งรวมทั้งมีบริการทัวร์ด้วย ทั้งหมดนี้รวมขายในราคาเดียว (มีทั้งแบบ 2 วัน, 3 วัน หรือ 7 วัน)

สภาพภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศในรัฐวิคตอเรียทั้ง 4 ฤดูนั้นจะอยู่ในสภาพกลางๆ เสมอ ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน) ฤดูร้อน (เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์) ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม) และฤดูหนาว (เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม) อุณหภูมิจะแตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณทั่วรัฐ ตั้งแต่บริเวณริมชายหาดและย่านที่อยู่ภายในที่ติดกับริมทางน้ำ และแถบบริเวณ Snowfields ที่มีหิมะตกในฤดูหนาวซึ่งห่างจากตัวเมืองเมลเบิร์นเพียงแค่ 3 ชั่วโมงโดยรถยนต์ ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นฤดูการเล่นสกีของรัฐวิคตอเรียจะมีหิมะตกสูงถึง 600 เมตร ภาคเหนือและภาคตะวันตกของรัฐวิคตอเรียจะมีสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งกว่าที่อื่นในช่วงฤดูร้อน ส่วนในช่วงฤดูหนาวจะมีสภาพอากาศที่อุ่นและแห้งกว่าในรัฐอื่นๆ

สถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองเมลเบิร์น

จุดที่น่าสนใจของเมลเบิร์นนั้นมีทั้งที่ภายในบริเวณตัวเมืองและรอบนอกเมือง นักท่องเที่ยวควรจะเผื่อเวลาที่จะค้นหาความหลากหลายที่มีอยู่ในรัฐวิคตอเรีย เพื่อความคุ้มค่าในการเดินทาง

The Great Southern Touring Route
ถนนสายเกรท โอเชี่ยน โร้ด ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐวิคตอเรีย ถนนสายนี้ผ่านเมืองหลายเมืองที่มีความงดงามของวิวทิวทัศน์ริมชายฝั่งอันมีมนต์เสน่ห์ รวมทั้งเส้นทางเหมืองทองและอุทยานแห่งชาติแกรมเปี้ยนส์ที่มีชื่อเสียงของเส้นทางท่องเที่ยวเกรท เซาธ์เทิร์น ทัวริ่ง รูธ ซึ่งจะคุณจะได้พบความสวยงามของชะง่อนผาริมชายฝั่งทะเล หินชายฝั่งรูปร่างแปลกตา ภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้หนาทึบสีเขียวขจี น้ำตก และชายหาดท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ กิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่างทั้งการเดินชมป่า การว่ายน้ำ เล่นกระดานโต้คลื่น และการตกปลา เป็นต้น
www.greatsoutherntouring.com.au

สิ่งที่พลาดไม่ได้ของการมาท่องเที่ยวในเส้นทางเกรท โอเชี่ยน โร้ด

  1. Torquay – ร้านค้าเอ้าท์เล็ทขนาดใหญ่ที่ Surf City Plaza ขายเสื้อผ้าและอุปกรณ์เล่นกระดานโต้คลื่นชื่อดังอย่าง Rip Curl, Billabong, Quiksilver
  2. Lorne & Apollo Bay – เมืองตกปลาที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับการทานอาหารทะเลสดอร่อย
  3. Otway Fly Tree Top Walk – ทางเดินชมวิวบนต้นไม้ยาวกว่า 600 เมตรและสูงกว่า 30 เมตรเหนือพื้นดิน www.otwayfly.com
  4. 12 Apostles ที่ Port Campbell – เพลิดเพลินกับเส้นทางขับรถท่องเที่ยวที่สวยงามเพื่อไปชมแท่งหินทะเวลฟ์ อะพอสเซิ่ลทั้งสิบสองที่มีรูปร่างแปลกตาดุจปะติมากรรมจากธรรมชาติหรือเลือกนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวสูงเหนือชายฝั่งทะเล  www.gorhelis.com
  5. Ballarat – ร่อนทองเสี่ยงโชค หรือนั่งรถม้าลากเลื่อน หรือลงไปชมเหมืองทองที่อยู่ใต้ดินที่ซูเวอเรน ฮิลส์ ซึ่งปัจจุบันยังคงรักษาสภาพบ้านเมืองไว้ดั่งยุค 1850 โดยไม่มีเปลี่ยน อีกทั้งผู้คนที่อาศัยอยู๋ในเมืองยังคงแต่งตัวและทำงานตามร้านค้าในยุคเหมืองทอง ซึ่งยามที่คุณไปเยือนจะเหมือนกับย้อนยุคเข้าไปในโลกเก่าทันที และที่นี่ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองบัลลาลัดในยุคโบราณได้อย่างดีที่สุด www.sovereignhill.com.au


Yarra Valley
ใช้เวลาขับรถจากเมืองเมลเบิร์นเพียงหนึ่งชั่วโมง คุณจะได้พบสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ร้านอาหารตกแต่งอย่างมีสไตล์หรูหรา อาหารผลิตจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพและบูติกโฮเต็ลที่ตกแต่งอย่างสวยงามตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของชนบทและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ธรรมชาติโดยรอบยังเปิดโอกาสให้คุณได้สัมผัสชีวิตในแบบชาวออสเตรเลียที่เงียบสงบ ทั้งยังมีโอกาสได้เห็นต้นไม้และสัตว์ป่าพื้นเมืองที่หายากของออสเตรเลีย

สิ่งที่พลาดไม่ได้ของการมาท่องเที่ยวที่หุบเขายาร์ร่า

  1. Dandenongs – เพลิดเพลินกับการจิบชาเคียงข้างกับขนมสโคนร้อนๆที่อบใหม่ในบ้านบรรยากาศชนบท หรือเดินเที่ยวชมหมู่บ้านที่ผลิตงานศิลปหัตถกรรมอย่าง โอลินดา และ แซสซาฟราส์
  2. Puffing Billy – นั่งรถไฟหัวจักรไอน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีนเที่ยวไปตามเส้นทางชมวิว   www.puffingbilly.com.au                                                    
  3. ชมวิวยามเช้าที่สวยงามที่สุดบนบอลลูนลมร้อนที่ลอยเหนือไร่องุ่นอันงดงาม www.globalballooning.com.au
  4. Domaine Chandon – เยี่ยมชมเบื้องหลังการผลิตไวน์ชื่อดังของโลก www.greenpointwines.com.au
  5. Healesville Sanctuary – ที่นี่เปิดโอกาสให้คุณได้ชมสัตว์พื้นเมืองหายากของออสเตรเลียมากกว่า 200 ชนิดอย่างใกล้ชิดทั้งตัวตุ่นปากเป็ด หมีโคอาล่า นกอีมู แทสมาเนี่ยนเดวิล วอมแบ็ท และนกอินทรี  www.zoo.org.au

 Mornington Peninsula
มอร์นิงตั้น เพนนินซูล่าตั้งอยู่ทางใต้ของเมลเบิร์น เป็นศูนย์รวมของนักกอล์ฟที่มาเล่นกอล์ฟกันได้ตลอดทั้งปี มีสนามกอล์ฟให้เลือกมากมายหลายแบบ มักจะจัดให้ตั้งอยู่ในวิวทิวทัศน์ที่งดงาม มีทัวร์และแพ็คเก็จสำหรับดึงดูดนักกอล์ฟมากมายในย่านนี้ นอกจากจะเป็นบริเวณที่อยู่ติดริมชายหาดแล้ว ยังเป็นบริเวณที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ มีจุดสำหรับเล่นน้ำและเล่นกระดานโต้คลื่นด้วย www.visitmorningtonpeninsula.org

สิ่งที่พลาดไม่ได้ของการมาท่องเที่ยวที่มอร์นิงตั้น เพนนินซูล่า

  1. Sunnyridge Strawberry Farm คุณอาจจะเลือกแวะเก็บสตรอเบอร์รี่ที่มีมากในฟาร์มช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน www.sunnyridge.com.au
  2. Ashcombe Maze and Lavender Garden – สวนสนุกที่ทำให้คุณฉงนสนเท่ห์กับสวนวงกตที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย www.ashcombemaze.com.au
  3. Moonraker Dolphin Swim  - พบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นกับการว่ายน้ำเล่นกับโลมา  www.moonrakercharters.com.au
  4. Peninsula Hot Springs -  สปาและแหล่งน้ำแร่ร้อนแห่งเดียวในรัฐวิคตอเรีย  www.peninsulahotsprings.com

Phillip Island Natural Park
เกาะฟิลลิปตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองเมลเบิร์น เป็นจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับครอบครัว ใช้เวลาเดินทางจากเมืองเมลเบิร์นไม่ถึงสองชั่วโมง มีที่พักให้เลือกใช้บริการหลายรูปแบบ อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าอาศัยจำนวนมากและยังเป็นแหล่งที่มีแมวน้ำมากที่สุดในออสเตรเลีย  www.penguins.org.au

สิ่งที่พลาดไม่ได้ของการมาท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติเกาะฟิลลิป

  1. Penguin Parade - ทุกๆวันยามพระอาทิตย์ตกคุณสามารถแวะดูเพนกวินขึ้นฝั่งและเดินเตาะแตะไปตามเนินทรายได้ทุกๆ เย็น หากรักที่จะมาชมเพนกวิน ทัวร์ชมนกเพนกวินจะพาคุณชมเหล่าเพนกวินทั้งหลายตามบริเวณทางเดินที่จัดไว้ให้อย่างดี
  2. Nobbies Centre – ชมแมวน้ำอย่างใกล้ชิดทุกอิริยาบทด้วยกล้องส่องทางไกลกำลังขยายสูง
  3. Koala Conservation Centre – มีทางเดินที่จัดให้อยู่ในระดับสูงเท่าต้นไม้ เพื่อคุณจะได้มองเห็นโคอาล่าอย่างใกล้ชิด
  4. Go Kart – ท้าทายตัวคุณเองด้วยการขี่รถโกคาร์ทที่สนามแข่งรถซึ่งมีลู่แข่งที่มองเห็นวิวของมหาสมุทรอันสวยงาม www.phillipislandcircuit.com.au
  5. Amaze N Things – สวนสนุกที่คุณจะได้สนุกสนานกับกิจกรรมประหลาดพร้อมเกมปริศนา www.amazenthings.com.au
  6. Wildlife Coast Cruises – ทัวร์ล่องเรือสองชั่วโมงชมความงามของทะเลและได้เข้าไปชมอาณานิคมแมวน้ำที่ใหญ่ที่สุดอย่างใกล้ชิด www.wildlifecoastcruises.com.au

ข้อมูลเพิ่มเติม  
www.visitmelbourne.com



Canberra Go to top

แคนเบอร่าเป็นเมืองหลวงประจำชาติออสเตรเลีย ถือเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งรัฐบาลออสเตรเลียที่สำคัญ นอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ การเมืองและการปกครองแล้ว เมืองแคนเบอร่ายังถือว่าเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่ง มีทั้งธรรมชาติที่สวยงามและกิจกรรมกลางแจ้งที่สนุกสนานเช่น การขึ้นบอลลูนลมร้อนชมวิวเมืองยามเช้า การขี่จักรยานเที่ยวไปตามเส้นทางรอบเมืองและป่าเขาที่สวยงาม การเดินป่าและการพายเรือล่องไปตามแม่น้ำ

ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 2 ชั่วโมงโดยรถยนต์จากเมืองซิดนีย์ คุณจะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆที่อยู่ในเมืองและนอกเมือง ร้านอาหารอร่อยหลากหลายประเภท ประสบการณ์การช็อปปิ้งสินค้าถูกใจ และสถานที่ท่องเที่ยวบันเทิงยามค่ำคืน รวมทั้งกิจกรรมที่น่าสนใจมีจัดขึ้นตลอดทั้งปี

แคนเบอร่ามีทรัพยากรทางธรรมชาติอันเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติด้วย สถานที่ท่องเที่ยวในแคนเบอร่าจะล้อมรอบอยู่ตามริมฝั่งของทะเลสาบ Lake Burley Griffin และ Parliamentary Triangle และยังมีการจัดแสดงนิทรรศการระดับโลกที่สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานของงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ งานด้านวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ ที่แสดงให้เห็นถึงมรดกทางวัฒนธรรม ความสำเร็จ และไลฟ์สไตล์แบบร่วมสมัยของออสเตรเลีย

การเดินทางภายในเมืองแคนเบอร่านั้นสะดวกสบาย ถนนหนทางอยู่ในสภาพที่ดี และมีที่จอดรถฟรี มีป้ายบอกทางไปตามจุดสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ดูได้ง่าย คุณสามารถขับรถเองได้ไม่ยาก หรือจะเลือกไปกับรถบัสประจำทาง หรือไปกับทัวร์ที่มีจัดบริการก็ได้

สถานที่ท่องเที่ยว

การมาเยือนแคนเบอร่า คุณจะได้ค้นพบมุมและด้านต่างๆ ของออสเตรเลียทั้งศิลปะ วรรณคดี วิทยาศาสตร์ กีฬา ประวัติศาสตร์ การเมือง และไลฟ์สไตล์ รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวมากมายซึ่งบางแห่งคุณไม่ต้องเสียค่าเข้าชม อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่นำเที่ยวคอยบริการท่านด้วยข้อมูลต่างๆที่น่าสนใจ

Australian War Memorial
“อนุสรณ์สถานสงครามแห่งออสเตรเลีย” เป็นสถานที่รำลึกถึงผู้สูญเสียในสงครามและยังเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์เมื่อครั้งออสเตรเลียเกิดสงคราม www.awm.gov.au

The National Gallery of Australia
“พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งออสเตรเลีย” มีงานศิลปะสะสมมากกว่า 100,000 ชิ้นที่มาจาก 4 แหล่งได้แก่ ออสเตรเลีย พื้นเมืองอะบอริจินและ Torres Strait Islander เอเชีย และจากทั่วสากลโลก ที่แกลเลอรี่นี้มีการจัดแสดงงานทั้งที่เป็นแบบถาวร และแบบตามฤดูกาลและโอกาส www.nga.gov.au/

Parliament House
อาคารรัฐสภาของออสเตรเลียตั้งอยู่บนเนื้อที่ 32 เฮคเตอร์บน Capital Hill และจุดนี้นับเป็นศูนย์กลางของเมืองแคนเบอร่า นักท่องเที่ยวสามารถเข้าแวะชมได้ โดยเปิดเวลา 9.00 น. ถึง 17.00 น.ในวันที่ไม่มีประชุมสภา หรือตั้งแต่ 9.00 น. ถึงเวลาที่จะเปิดประชุมสภา ในวันที่มีการประชุม www.aph.gov.au

Questacon
เควสตากอนเป็นศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของออสเตรเลียที่รวมกาย ใจและอารมณ์ของคนทุกเพศทุกวัยเข้าด้วยกัน โดยถ่ายทอดผลงานผ่านนิทรรศการและการแสดงโชว์หลากหลายสไตล์ www.questacon.edu.au

National Museum of Australia
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติออสเตรเลียจัดแสดงงานสะสมชิ้นสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของดินแดน ประเทศชาติ และผู้คนของออสเตรเลีย หนึ่งในงานแสดงชิ้นสำคัญของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คืองานแสดงศิลปะและวัฒนธรรมชนพื้นเมือง Aboriginal and Torres Strait Islanders ของออสเตรเลีย www.nma.gov.au

Australian Reptile Centre
ศูนย์สัตว์เลื้อยคลานจัดแสดงสัตว์เลื้อยคลานนานาพันธุ์ใน Australian Reptile Gallery และนับว่าใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย ใน Prehistory Gallery จัดแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของเหล่าสัตว์เลื้อยคลานที่ห้องนิทรรศการ Reptiles in Space and Time และยังมีนิทรรศการ Snake Tales ที่เป็นโปรแกรมให้ความรู้และเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสกับงูหลามขนาดใหญ่ที่เป็นมิตรกับทุกคน

Cockington Green Gardens
แวะเยือนโลกจำลองที่ Cockington Green Gardens ชมตึกจำลองที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศชิลี โคลัมเบีย โครเอเธีย สาธารณะรัฐเชค อังกฤษ ฮังการี อินโดนเซีย เม็กซิโก นอร์เวย์ เปรู สโลวาเนีย สก็อตแลนด์ แอฟริกาใต้ สเปน และเวเนซูเอลา  www.cockingtongreen.com.au

National Dinosaur Museum
เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับไดโนเสาร์ รวมทั้งถิ่นกำเนิด แหล่งพำนัก และการสูญพันธุ์ และชมซากพืชซากสัตว์ที่มีมาแต่ก่อนเก่าประมาณหลายล้านกว่าปีได้ที่ National Dinosaur Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย สัมผัสจับกระดูกไดโนเสาร์ที่มีอายุประมาณ 150 ล้านปี และชมชิ้นงานแสดงอื่นๆ อีกกว่า 300 ชิ้นที่มีอายุย้อนหลังไปอีกประมาณ 450 ล้านปี www.nationaldinosaurmuseum.com.au

National Zoo & Aquarium
สวนสัตว์แห่งชาติและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งชาติคือที่เดียวในออสเตรเลียที่รวบรวมนำเอาสัตว์ทุกประเภททั้งที่เป็นสัตว์ดั้งเดิมของออสเตรเลียเองและสัตว์จากต่างประเทศ อีกทั้งยังมีสัตว์น้ำทะเลและน้ำจืดจัดแสดงอยู่ในที่เดียวกัน สวนสัตว์นี้จัดสถานที่แสดงสัตว์ที่ใหญ่โอ่อ่าเป็นธรรมชาติ และมีทัศนียภาพที่เปิดกว้าง www.zooaquarium.com.au

Telstra Tower
Telstra Tower เป็นอาคารโทรคมนาคมสูง 195 เมตรเหนือยอดเขา Black Mountain เป็นจุดชมวิวเมืองแคนเบอร่าและบริเวณใกล้เคียงได้รอบทิศทาง 360 องศา บนชั้นชมวิวนี้ก็มีร้านอาหารและคาเฟ่เปิดบริการ

Australian Institute of Sport
สถาบันกีฬาแห่งออสเตรเลียเป็นแหล่งก่อกำเนิดของนักกีฬาโอลิมปิกของออสเตรเลียทุกประเภท ที่สถาบันกีฬาแห่งออสเตรเลียนี้ผู้เข้าชมจะได้มีโอกาสได้เห็นและเรียนรู้โครงการพัฒนานักกีฬาทุกชนิดของออสเตรเลียทั้งวิธีการฝึกซ้อม เก็บตัว การดูแลนักกีฬาทางด้านโภชนาการและการฝึกฝนนักกีฬาด้านต่างๆ ระหว่างที่คุณเข้าเยี่ยมชม คุณยังมีโอกาสได้พบปะกับนักกีฬาทีมชาติของออสเตรเลีย หรือแม้แต่ลองทดสอบสมรรถภาพร่างกายของคุณเองว่าจะฟิตขนาดไหนได้ที่ ‘Sportex’ ศูนย์นิทรรศการด้านกีฬาซึ่งมีนักกีฬาระดับทีมชาติของออสเตรเลียมาคอยต้อนรับและตอบข้อซักถามต่างๆเกี่ยวกับกีฬาให้คุณอย่างเป็นกันเอง www.ausport.gov.au/tours

Floriade
ทุกๆปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สวนสาธารธณะ Commonwealth Park ในเมืองแคนเบอร่าจะเปลี่ยนไป กลายเป็นทุ่งดอกไม้ที่สวยงามในช่วงเทศกาลดอกไม้บานประจำปีซึ่งมีระยะเวลาสามเดือนโดยเริ่มตั้งแต่กลางเดือนกันยายนเป็นต้นไป กิจกรรมในช่วงเทศกาลดอกไม้บานมีมากมาย ทั้งการแสดงต่างๆ งานออกร้า รวมทั้งกิจกรรมสนุกๆสำหรับเด็กๆด้วย    www.floriadeaustralia.com

ช้อปปิ้ง

แคนเบอร่าเป็นเมืองสวรรค์สำหรับผู้รักการช้อปปิ้งเมืองหนึ่ง มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้ามากมาย รวมทั้งแกลเลอรี่และร้านขายของเก่า (Antique)

City Centre
บนถนน City Walk และ Northbourne Avenue เป็นย่านธุรกิจการท่องเที่ยว และเป็นที่ตั้งของที่ทำการไปรษณีย์กลาง ข้ามถนนในตลาด City Market คุณจะพบร้านขายอาหารสด คาเฟ่ ร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ

Canberra Centre
Canberra Centre ตั้งอยู่ที่ใจกลางของศูนย์กลางธุรกิจในตัวเมืองแคนเบอร่าบนถนน Bunda Street ที่นี่เป็นแหล่งรวมห้างสรรพสินค้าชื่อดังทั้ง David Jones และ Myers และยังมีร้านค้าแฟชั่นมากมายเช่น Sportsgirl, Cue, Witchery และ Country Road

Manuka
Manuka Plaza เป็นแหล่งช้อปปิ้งแฟชั่นที่มีราคาและมียี่ห้อ และยังมีสินค้าจำพวกของใช้ในบ้าน ในย่านนี้มีคาเฟ่ที่เปิดให้นั่งกลางแจ้งเรียงรายตามริมถนน ที่หัวมุมถนน Franklin Street และ Flinders Way นอกจากนี้ยังมีซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหารที่เปิดให้บริการตลอก 24 ชั่วโมง

Westfield Belconmen
ที่ Westfield Belconmen, Benjamin Way และ Belconnen เป็นศูนย์รวมห้างสรรพสินค้าชื่อดังและมีร้านค้ามากกว่า 200 ร้าน

Woden Plaza
Woden Plaza อยู่บนถนน Keltie Street ใน Philip เพิ่งได้รับการปรับปรุงด้วยงบประมาณถึง 120 ล้านเหรียญออสเตรเลีย เป็นแหล่งรวมความบันเทิงยามว่างและแหล่งช้อปปิ้งของเมืองแคนเบอร่าที่สมบูรณ์ที่สุด และยังมีร้านอาหารที่มีรสชาติอร่อยให้เลือกชิมมากมาย

Old Bus Depot Markets
ตลาดนักวันหยุดที่เปิดบริการทุกวันอาทิตย์ เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงระดับประเทศจากสินค้าที่หลากหลาย รวมทั้งยังเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อย สินค้าหัตถกรรมที่ขึ้นชื่อ และบรรยากาศที่ชวนน่าเที่ยวมากที่สุด มีร้านค้าต่างๆมากกว่า 200 ร้าน และยังมีการแสดงดนตรี การแสดงละครข้างถนน การแสดงเปิดหมวกที่คุณไม่ควรพลาด www.obdm.com.au 

อาหารและกิจกรรมสันทนาการ

ในแคนเบอร่ามีร้านอาหารและบาร์ประมาณ 300 แห่ง และมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งในแบบสมัยใหม่และแบบเก่า หรือจะเป็นแบบสไตล์เทคโนก็มีให้เลือก มีทั้งผับและคลับสำหรับการนั่งดื่ม ส่วนใหญ่แล้วร้านเหล่านี้จะอยู่ภายในตัวเมือง ใน Kingston และใน Manuka หลายๆ ที่มีวงดนตรีเล่นสด ดีเจ หรือจะเป็น Talk Show แบบ Comedy ก็มี จุดเที่ยวยามค่ำคืนเหล่านี้มีบริการอาหารแบบเบาๆ และการแสดงบนเวทีโดยนักดนตรีออสเตรเลียนและนักดนตรีจากต่างชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบสำรวจด้านวัฒนธรรม ขอแนะนำให้ชมนิทรรศการที่ National Gallery of Australia หรือที่ National Museum of Australia ชมการแสดงและคอนเสิร์ตร็อคได้ที่โรงละคร Canberra Theatre งานเทศกาล แกลเลอรี่ สถานทูต สวนหย่อม แหล่งช้อปปิ้งและสถานกีฬา เหล่านี้นับเป็นกิจกรรมสันทนาการที่นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยจะมีความสุขสนุกสนานเพลิดเพลินเมื่อได้มาเยือนแคนเบอร่า

นอกจากนี้ยังมีสถานที่แนะนำเพื่อความเพลิดเพลินดังนี้
ย่านในเมืองและแถบตะวันตก
ในตัวเมืองแคนเบอร่ามีร้านอาหาร ผับ บาร์ และไนท์คลับมากมาย โดยเฉพาะที่ถนน West Row ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นถนนแห่งการกินของแคนเบอร่า รวมทั้งที่ ถนน Akuna และถนน Alinga ด้วย ซึ่งมีทั้งอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เม็กซิกัน เอเชียน และอิตาเลียน

ย่านคิงสตั้นและมานูก้า
ห่างจากตัวเมืองแคนเบอร่าไปทางตอนใต้เพียง 5 นาที ที่ถนน Canberra Avenue และถนน Kingston กับถนน Manuka ซึ่งสามารถเดินถึงกันได้มีทั้งบาร์และร้านอาหารที่มีสไตล์ ร้านอาหารส่วนมากจะตั้งอยู่ที่จัตุรัส Green Square บนถนน Kingston

ย่านดิ๊กสัน
Dickson หรือที่กันรู้จักกันดีว่าไชน่าทาวน์ อยู่ทางตอนเหนือของเมืองแคนเบอร่าเรียงรายไปด้วยร้านอาหารเอเชีย และร้านค้าขายของต่างๆ นอกจากนี้ยังจะได้บรรยากาศความผสมผสานของวัฒนธรรมอันหลากหลายจากสไตล์อาหารที่มาจากประเทศต่างๆ

ย่านยาร์ราลัมลาและโอคอนเนอร์
ย่าน Yarralumla เป็นที่ตั้งของที่พักอาศัยของผู้ว่าการรัฐ และใกล้กับบริเวณที่นักการเมืองหลายคนพักอาศัย ย่านนี้จึงมีร้านอาหารภัตตาคารและคาเฟ่ที่มีระดับ ส่วน O’ Connor อยู่ใกล้กับย่าน Lyneham ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองแคนเบอร่า มีร้านคาเฟ่และมีดนตรีแสดงที่มีสีสันเหมาะกับลูกค้าสไตล์โบฮิเมียน

Lakeside Dining
ทะเลสาบ Lake Burley Griffin เป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางของแคนเบอร่าและมีร้านอาหารชั้นเยี่ยมให้คุณเลือกได้ตามใจชอบตั้งเรียงรายอยู่ริมน้ำที่กั้นระหว่างอาคารัฐสภากับตัวเมืองออกจากกัน คุณจะได้เห็นวิวที่สวยงามดังภาพถ่าย

การเดินทางในเมืองแคนเบอร่า

การเดินทางจากสนามบินระหว่างประเทศของแคนเบอร่าเข้าสู่ตัวเมืองโดยรถยนต์ใช้เวลาเพียง 10 นาที ถนนหนทางและการจราจรในเมืองแคนเบอร่ามีความสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง คุณจะรู้สึกได้ว่าการเดินทางไปไหนมาไหนนั้นเป็นเรื่องง่าย แคนเบอร่าเป็นเมืองที่อยู่ล้อมรอบภูเขาและทะเลสาบ ดังนั้นผังเมืองจึงไม่ได้เป็นไปในลักษณะตัดตรง ขอแนะนำให้พกแผนเพื่อใช้อ้างอิงในการเดินทาง

รถบัสประจำทางในแคนเบอร่ามีทั้งหมดประมาณ 347 คัน ให้บริการการขนส่งสาธารณะไปทั่วทุกที่ในแคนเบอร่า การเชื่อมต่อรถโดยสารก็มีทั่วทุกจุด โทร.13 17 10 หรือ 61 2 6207 7611
www.action.act.gov.au

วิธีเดินทางสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองแคนเบอร่าที่ดีที่สุดคือการนั่งรถบัสสองชั้นที่เปิดหลังคาพาทัวร์ชมเมือง เพลิดเพลินกับบริการพาเดินทางไปรอบเมืองทุกๆ 80 นาที คุณสามารถอยู่บนรถจนทัวร์ครบรอบเมือง หรือจะเลือกขึ้นลงตามจุดสถานท่องเที่ยวสำคัญๆก็ได้
www.canberradaytours.com.au

สภาพภูมิอากาศ

แคนเบอร่ามีที่ตั้งอยู่ที่ละติจูด 35 องศาใต้ มีแนวระยะห่างจากเส้นศูนย์สูตรพอๆ กับซานฟรานซิสโกและโตเกียว เป็นพื้นที่ที่อยู่ลึกเข้าไปห่างจากชายฝั่งประมาณ 150 กิโลเมตร และสูง 571 เมตรเหนือมหาสมุทรแปซิฟิค

แคนเบอร่ามี 4 ฤดูได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนกันยายน-เดือนพฤศจิกายน) เป็นฤดูที่มีสีสัน ฤดูร้อน (เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์) อากาศจะอบอุ่นจนถึงร้อน ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม) เป็นช่วงที่อากาศดีที่สุดในรอบปีมีอุณหภูมิที่น่าชื่นใจเหมาะแก่การมาเยือน ชมใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูหนาว (เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม) อากาศจะเย็นเยือก อย่างไรก็ตามแคนเบอร่าก็ยังมีแสงแดดตลอดทั้งปีมากกว่าที่ซิดนีย์และเมลเบิร์น

สถานที่ท่องเที่ยวรอบเมืองแคนเบอร่า

มีสถานที่น่าแวะเยือนอีกมากมายเพียงขับรถออกจากนอกเมืองแคนเบอร่าในระยะทางสั้นๆ ขอแนะนำสถานที่ที่น่าไปเยือนดังนี้

Canberra Wine District
คุณสามารถขับรถไปยังย่านผลิตไวน์ในแคนเบอร่า และขับรถเที่ยวเรียบชายฝั่งหรือจะมุ่งหน้าไปยังภูเขาหิมะ (Snow Mountains) คุณจะอาจจะขับไปพักไป หรือขับยาวไปเรื่อยๆ ตามแต่ใจคุณ

โรงบ่มไวน์ที่มีอากาศเย็นในแคนเบอร่ามักจะอยู่บริเวณนอกเมืองและมีทัศนียภาพที่งดงามดังภาพวาด  แวะรับรายละเอียดและแผนที่ที่ Kamberra Wine Tourism Complex จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรจะเลือกไปเยือนโรงบ่มไวน์ที่ใดดีจากทั้งหมด 24 แห่ง

ขับรถไปตามถนน Barton Highway ประมาณ 20 นาทีจะถึงโรงบ่มไวน์หลายแห่งซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ยี่ห้อที่มีชื่ออาทิ Brindabella Hills, Pankhurst และ Surveyor’s Hill ถัดไปอีกไม่ไกลบนถนน Nanima Road เป็นย่านร้านอาหารที่ใหม่ที่สุดในย่านนี้ เช่นที่ Poachers Pantry Smokehouse Caf? ซึ่งมีทั้งโรงบ่มไวน์ ร้านขายสินค้าจากฟาร์ม และภัตตาคารที่ปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว์รมควัน

ถัดจาก Barton Highway ไปประมาณ 15 นาทีคุณจะได้พบโรงบ่มไวน์อีก 7 แห่ง ทุกแห่งมีป้ายบอกเส้นทางไปอย่างชัดเจน ชิมไวน์ยี่ห้อดังอาทิ Clonakilla, Helm Wines และ Jeir Creek สำหรับอาหารกลางวันและอาหารค่ำ หรือแม้แต่กาแฟรสเยี่ยม ขอแนะนำให้แวะที่ Barrique Restaurant and Caf? และที่  Crisp’s Lane Caf? ซึ่งจะมองเห็นทัศนียภาพทอดยาวไปยังที่ไร่องุ่น
บริเวณที่สามในย่านผลิตไวน์ของแคนเบอร่าอยู่ไปทางตอนเหนือของเมือง เป็นเส้นทางสู่ซิดนีย์บนถนน Federal Highway ที่นี่คือบริเวณทะเลสาบ Lake George เป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นเยี่ยม ทั้ง Pinor noir ซึ่งได้รับรางวัลจาก Lark Hill มาหลายรางวัล และ Reisling จาก Gidges Estate ออกจาก Federal Highway ไปยัง Madew Winery และคุณจะได้พบ grapefoodwine ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในออสเตรเลียที่อยู่ในไร่องุ่น

Canberra to the Coast
สำหรับผู้รักชายหาด ไม่ควรพลาด Canberra to the Coast เดินทางเพียง 20 นาทีคุณก็จะมาถึง Bungendore หมู่บ้านประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยร้านขายของงานประดิษฐ์และงานศิลปะ แกลเลอรี่งานไม้และงานหนัง และยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านเบเกอร์รี่ที่มีอัธยาศรัยดี

Braidwood
จุดท่องเที่ยวต่อไปคือที่ Braidwood เป็นเมืองเงียบสงบ อยู่ครึ่งทางระหว่างแคนเบอร่ากับชายฝั่ง เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์และเสน่ห์เป็นของตนเอง เดินสำรวจร้านสินค้าหัตถกรรม ตึกเก่าโบราณที่มีสีสัน และมีการจัดเทศกาลต่างๆ ประจำฤดูกาล

Batemans Bay         
หากมุ่งหน้าต่อไปยังชายฝั่ง คุณจะเดินทางไปถึงอ่าว Batemans Bay ซึ่งคุณจะได้เดินเที่ยวบนชายหาดแสนสวยและแวะทานฟิชแอนด์ชิพ หรืออาจจะแวะชมแกลเลอรี่ และเดินสำรวจเมืองริมทะเลอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง

Mount Kosciuszko  
การขับรถไปยังเขา Mount Kosciuszko นั้นไม่ใช่เรื่องยากและเป็นเส้นทางที่มีทัศนียภาพงดงาม เป็นทางขึ้นเนินและจะผ่านเมืองต่างๆ ที่มีความเป็นกันเอง มีดอกไม้ป่าให้เห็นมากมายหากคุณได้เดินทางมาตรงฤดู นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบน้ำลึกสีฟ้าที่เต็มไปด้วยปลาเทร้า แวะเยือนหมู่บ้านเก่าแก่ Monaro ถนน Cooma ซึ่งเป็นได้รับการบันทึกให้เป็น National Trust และมีเมือง Jindabyne ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ไม่ควรพลาดเดินชมความงามของเขา Mount Kosciuszko

Country Drives
การขับรถเที่ยวออกจากเมืองแคนเบอร่าไปยังเมืองใกล้เคียงสามารถทำได้ใน 2 ถึง 5 วัน คุณอาจเลือกซื้อทัวร์ Capital and Country ซึ่งจะเดินทางมาจากซิดนีย์ไปยังเมลเบิร์นแต่วิ่งผ่านมาที่แคนเบอร่าด้วย เส้นทางทัวร์จะรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงาม มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งจะแวะพาเที่ยวที่ Albury Wodonga เมืองแถบแม่น้ำ Murray River และ Bendigo อีกทั้งยังพาเที่ยวแคนเบอร่าเมืองสำคัญซึ่งอยู่ระหว่างทางจากซิดนีย์ไปเมลเบิร์น

ข้อมูลเพิ่มเติม
www.australia.com
www.visitcanberra.com.au
www.canberra.cityserch.com.au



Adelaide Go to top

อะเดลเลดเป็นเมืองหลวงของรัฐเซาธ์ ออสเตรเลีย เป็นเมืองที่มีเสน่ห์อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมของชนชาติต่างๆกว่า 1.2ล้านคน และยังได้ชื่อว่าเป็น “เมือง 20 นาที” เพราะคุณสามารถเดินทางจากเหนือจรดใต้อย่างสะดวกสบายได้ภายในระยะเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง

ตัวเมืองล้อมรอบไปด้วยสวนสาธารณะและถนนหนทางที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ชั้นดีแลดูมีชีวิตชีวา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ หลากหลายของชุมชน ซึ่งย้ายถิ่นฐานจากกว่า150ประเทศสู่ตอนใต้ของออสเตรเลีย จึงทำให้เกิดความหลากหลายในวัฒนธรรมและอาหารนานาชาติ

กล่าวได้ว่าเมืองอะเดลเลดเป็นเมืองที่มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างง่ายๆสบายๆ แต่ภายใต้ความมีเสน่ห์ของชุมชนอันหลากหลายย่อมมีความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุสิ่งก่อสร้างควบคู่กันไปเสมอ ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปในปี ค.ศ.1895 สตรีชาวออสเตรเลียทางตอนใต้ได้กลายเป็นสตรีอันดับแรกของโลกที่ได้รับการอนุญาตให้เข้าไปเป็นตัวแทนในรัฐสภา มหาวิทยาลัยอะเดลเลดเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศที่ยอมรับสตรีเข้าศึกษา และรัฐเซาธ์ ออสเตรเลียยังเป็นรัฐแรกที่ได้แพร่หลาย “กฎหมายต่อต้านการแบ่งแยก”

อะเดลเลดยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเทศการผู้คนนับพันจากทั่วโลกที่ชื่นชอบในศิลปะมาที่นี่เพื่อร่วมงานเทศกาลเมืองอะเดลเลด (Adelaide Festival) ซึ่งจัดขึ้นเพียงสองปีครั้ง และเทศกาลฟรินจ์ (Festival Fringe) ซึ่งประกอบด้วยเทศกาลอาหาร ไวน์ และการแข่งขันรถซูเปอร์คาร์

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

นอร์ท เทอเรซ
ถนนสายวัฒนธรรมของอะเดลเลดเป็นศูนย์รวมของประวัติศาสตร์และศิลปะของรัฐเซาธ์ ออสเตรเลีย ซึ่งประกอบด้วย หอสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลปะ ตลอดจนพิพิธภัณฑ์การตั้งรกรากของรัฐจะอยู่บนถนนสายนี้ และ ที่นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาวัฒนธรรมของรัฐเซาธ์ ออสเตรเลีย

หอสมุดแห่งรัฐเซาธ์ ออสเตรเลีย
หอสมุดแห่งรัฐเซาธ์ ออสเตรเลีย เป็นที่แสดงของสะสมของส่วนตัวของท่านเซอร์ โดนัลด์ แบรดแมน ซึ่งเป็นของสะสมและของที่ระลึกเกี่ยวกับกีฬาคริกเก็ตในช่วงค.ศ.1927-1977 มีอีกสิ่งที่แฟนกีฬาคริกเก็ตไม่ควรพลาด คือการไปแวะเยี่ยมชมสนามคริกเก็ตรูปไข่ที่ได้ชื่อว่าเป็นสนามที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งการเยี่ยมชมนั้นยังจะได้ทราบทั้งประวัติของสนาม และ รวมไปถึงประวัติของเหล่าแชมเปี้ยนส์ที่เคยมาเล่นที่สนามแห่งนี้อีกด้วย

วัฒนธรรมอะบอริจินที่เก่าแก่
เมืองอะเดลเลดเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์ที่สุดที่จะที่จะสื่อถึงชนเผ่าอะบอริจินและวัฒนธรรมร่วมสมัย The South Australian Museum’s Aboriginal Cultures Gallery ที่ North Terrace เป็นสถานที่เก็บสิ่งประดิษฐ์และเอกสารเกี่ยวกับชนเผ่าอะบอริจินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสิ่งของแสดงถึง 3,000รายการ พร้อมกับมีการแสดงด้วยระบบมัลติมีเดีย และในบริเวณใกล้ๆกันยังมี Tandanya National Aboriginal Culture Institute ซึ่งเป็นศูนย์แสดงงานศิลปะของชนเผ่าอะบอริ-จิน ที่ได้รับรางวัลต่างๆ A Tauondi tour of Adelaide แสดงให้เห็นถึงความหลากหลากของชนเผ่าอะบอริจินที่อาศํยอยู่ในรัฐเซาธ์ ออสเตรเลีย

สวนพฤกษศาสตร์รัฐเซาธ์ ออสเตรเลีย
สวนแสดงพันธุ์ไม้และดอกไม้ของอะเดลเลด อยู่ทางด้านตะวันออกสุดของนอร์ท เทอเรซ มีเรือนกระจกอายุกว่า 200ปีที่สวยงามมากและถือเป็นเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในเขตซีกโลกใต้ด้วย http://www.environment.sa.gov.au

ศูนย์ไวน์แห่งออสเตรเลีย
70% ของไวน์ที่ส่งออกทั้งหมดของออสเตรเลีย เป็นไวน์จากรัฐเซาธ์ ออสเตรเลีย ดังนั้นรัฐเซาธ์ ออสเตรเลียจึงเป็นตัวเลือกที่ง่ายที่สุดสำหรับการตั้งศูนย์ไวน์แห่งออสเตรเลีย ซึ่งจะมีการจัดแสดงไวน์ที่ผลิตในออสเตรเลียกว่า 10,000 ชนิด และรวมทั้งจากที่อื่นๆอีกกว่า 50 ที่ ซึ่งสถานที่ตั้งของศูนย์ไวน์แห่งออสเตรเลียนั้นตั้งอยู้ถัดจากสวนพฤกษศาสตร์รัฐเซาธ์ ออสเตรเลีย ซึ่งอยู่บริเวณนอร์ท เทอเรซ ที่ศูนย์ไวน์แห่งนี้จะพาท่านเดินทางจากอดีตสู่ปัจจุบันจนถึงอนาคตของอุตสาหกรรมไวน์ของออสเตรเลีย http://www.wineaustralia.com.au

อะเดลเลด เซ็นทรัล มาร์เก็ต
ตลาดนี้ตั้งอยู่ติดกับไชน่าทาวน์ ซึ่งรวบรวมของสดจากท้องถิ่นในราคาถูกมาขายในเช้าวันเสาร์ ฝูงชนนับหมื่นกว่า 60สัญชาติจะหลั่งไหลมาเบียดเสียดแย่งกันซื้อ ผลไม้ ผักสด เนื้อสัตว์ ปลา เป็นต้น ซึ่งของเหล่านี้จะเก็บเกี่ยวจากฟาร์มสดๆก่อนนำมาขายภายใน 24ชม. ตลาดสดนี้มีมานานแล้วและยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ตลาดจะเปิดทุกวันอังคาร พฤหัส ศุกร์ เสาร์ และเป็นที่รวมอาหารอร่อยในอะเดลเลด http://www.adelaide.sa.gov.au/centralmarket

Jam Factory Craft and Design Center
ที่นี่ท่านจะได้พบกับการทำงานของช่างฝีมือต่างๆสาขาพร้อมบริการไกด์นำเที่ยวเป็นเวลา 2 ชม. งานฝีมือต่างๆจะแบ่งออกเป็น 4สายงานอาชีพ คือ เครื่องแก้ว เซรามิค ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ และ ออกแบบเครื่องใช้ประเภทโลหะ นอกจากนั้นยังมีศูนย์แสดงงานศิลปะอีก 2 แห่งซึ่งจัดนิทรรศการและจำหน่ายตลอดปี

Sky City
สถานบันเทิง บาร์ ร้านอาหาร และ แหล่งการพนัน รวมกันอยู่ที่นี่ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง ในตึกใหญ่ของสถานีรถไฟ ซึ่งสร้างด้วยหินทรายโบราณ จัดเป็นอีกหนึ่งแห่งยอดนิยมของรัฐก็ว่าได้

เมืองเกล็นเน็ลก์
20 นาทีโดยรถรางโบราณจากใจกลางเมือถึงเมืองชายหาดแถบชานเมืองเกล็นเน็ลก์ซึ่งตามท้องถนนจะมีบรรดาการแสดงเปิดหมวก เล่นดนตรี และการแสดงอื่นๆ ท่านอาจจะลองขี่จักรยาน เล่นกระดานโต้คลื่นหรือเล่นเรือใบได้ที่นี่รวมทั้งยังได้มีโอกาสชมโลมา หรือว่ายน้ำกับโลมาในทะเลด้วย http://www.dolphinboat.com.au

ประวัติศาสตร์การเดินเรือ
ประวัติเมืองอุตสาหกรรมริมทะเลของออสเตรเลียใต้ สามารถหาชมได้ที่ท่าเรืออเดลเลด ซึ่งอยู่ห่างจากย่านธุรกิจไปทางตะวันตกเฉียงเหนือเพียง 20 นาที มีทัวร์เดินเที่ยวทุกอาทิตย์ผ่านท่าเรือเก่า จากนั้นล่องเรือที่ท่าเรือริเวอร์ซึ่งคุณอาจจะได้ชมโลมาว่ายน้ำไปมาตามธรรมชาติ เรือจะล่องผ่านพิพิธภัณฑ์ทางทะเลของรัฐเซาธ์ ออสเตรเลีย การรถไฟแห่งชาติ และป่าชายเลนซึ่งก็เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว

ช็อปปิ้งสนุก

ย่านเวสต์ เอ็นด์
ช็อปปิ้งเป็นสิ่งเร้าใจในอะเดลเลด ท่านจะได้พบกับโฉมใหม่ของการช็อปปิ้งที่ถนนฮินด์ลี่ย์ที่อยู่ทางตะวันตกของเมือง ซึ่งที่ตั้งของ Jam Factory Contemporary Craft and Design, Lion Arts Theater และ University of South Australia

ย่านอีสต์ เอ็นด์
คาเฟ่ บาร์ข้างถนน ผับสไตล์โบฮีเมียน ร้านกาแฟเก๋ๆ ร้านขายเสื้อผ้าทันสมัยในเมืองแถวถนนรันเดิ้ลที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมือง ทุกอาทิตย์จาก 9.00 – 16.00 น. จะมีร้านขายของเรียงรายตามถนนกว่า 6 0ร้าน เป็นเอกลักษณ์ของถนนช็อปปิ้งแห่งนี้

ห้างรันเดิ้ล
เป็นศูนย์กลางการช็อปปิ้งของเมืองอเดลเลด มีร้านค้าย่อยมากกว่า 550 ร้าน จนดูเหมือนกับว่าเป็นสะพานระหว่างถนนฮินด์ลี่ย์กับถนนรันเดิ้ล ตลอดสองฝั่งเรียงรายไปด้วยภัตตาคารน้อยใหญ่ คาเฟ่มากกว่า 50 แห่ง ร้านค้าย่อยและร้านอาหารที่เรียงรายกันเป็นแถวนี้เป็นศูนย์กลางแห่งความจอแจของเมืองอะเดลเลดแทบจะเกือบตลอด 24 ชม.

เซ็นทรัล มาร์เก็ต
เดิมนั้นชื่อ ซิตี้ มาร์เก็ต ย้อนกลับไปเมื่อปีค.ศ.1869 สถานที่ตั้งของตลาดนี้ ถูกตั้งเป็นที่ชุมนุมของเกษตรกร ผู้ขายส่ง และขายตรง แต่ปัจจุบันนี้ตลาดแห่งนี้ได้กลายเป็นที่นำเสนออาหารสดที่ดีที่สุดในเมืองอะเดลเลด ด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลายที่ได้รับอิทธิพลจากนานาประเทศรวมทั้งประเทศอิตาลี กรีซ ญี่ปุ่น เวียดนาม เลบานอน จีน และ เยอรมัน

นอร์ท อะเดลเลด
เช่นเดียวกับร้านอาหารและคาเฟ่ชั้นดี นอร์ท อะเดลเลดถือเป็นแหล่งชอปปิ้งชั้นดี ซึ่งที่เมลเบิร์น สตรีท ท่านจะได้พบกับร้านค้าที่ได้คัดสรรมาอย่างดี

ฮาร์เบอร์ ทาวน์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์
ประกอบไปด้วยร้านค้าแฟชั่นมากกว่า 90 ร้านและร้านขายของใช้ในบ้านที่ขายถูกกว่าถึง 60%

พอร์ท อะเดลเลด
แหล่งชอปปิ้งที่ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 20 นาทีโดยรถยนต์ เป็นเมืองท่าที่มีการเติบโตของจำนวนประชากรอย่างเรื่อยๆ มีร้านค้า ร้านขายของเก่าที่มีสเน่ห์ นับเป็ฯแหล่งช็อปปิ้งอีกแห่งที่ไม่ควรพลาด

แหล่งท่องเที่ยวบันเทิงและร้านอาหาร

รัฐเซาธ์ ออสเตรเลียเป็นแหล่งรวมอาหารและไวน์ชั้นนำของประเทศ ในร้านอาหารมีอาหารชั้นดี บริการชั้นเลิศ และ ยังคุ้มค่ากับราคาด้วย ชาวพื้นเมืองที่นี่มีการผลิตเมนูอาหารได้อย่างหลากหลายจนกลายเป็นแหล่งพบปะใหม่ของผู้คนสำหรับผู้ที่ต้องการทานอาหารอร่อย ร้านอาหารต่างๆตกแต่งอย่างมีระดับแต่ยังคงไว้ซึ่งความดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงมานาน อะเดลเลด มีร้านอาหารชั้นดีมากมายซึ่งมีตั้งแต่ร้านที่มีระดับราคาแพงไปจนถึงระดับธรรมดาที่มีราคาเหมาะสมไว้คอยบริการ ส่วนด้านความบันเทิงในอะเดลเลดนั้นก็มีความหลากหลาย มีทั้งไนท์คลับแนวทันสมัย บาร์ที่เปิดจนถึงดึก และ ผับที่บรรยากาศแบบสบายๆ อีกทั้งยังมีการแสดงดนตรีสดและบาร์ไวน์มากมาย

ถนนรันเดิ้ล
ถนนรันเดิ้ลเป็นส่วนที่อยู่ทางตะวันออกของเมือง เป็นศูนย์กลางของร้านอาหารกลางแจ้ง ซึ่งจะได้บรรยากาศของสไตล์เมดิเตอเรเนี่ยน ซึ่งจะมีร้านอาหารและคาเฟ่มากมายกว่า 50 ร้าน บริการอาหารนานาชาติเช่น อิตาเลี่ยน กรีก ญี่ปุ่น อินเดีย ไทย เม็กซิโก ฯลฯ ควบคู่ไปกับไวน์บาร์และผับอีกมากมาย

ถนนฮินด์ลี่ย์
เป็นที่ตั้งของไนท์คลับและ ร้านอาหาร ยอดนิยม และ หรูหรา ของเมืองซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมือง และ ถนนนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของวงออเคสตร้าของอะเดลเลดอีกด้วย

ถนนกอร์จเกอร์
ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของอาหารสด และ เป็นที่ตั้งของ อะเดลเลด เซ็นทรัล มาร์เก็ต ซึ่งเป็นที่ที่เหล่าบรรดาพ่อครัวฝีมือดีจะมาสร้างสรรเมนูเด็ดๆให้ได้ลิ้มลองกัน มีทั้ง อาหาร จีน ไทย เวียดนาม และ มาเลเซีย อีกทั้งยังมีร้านอาหารทะเลที่มีชื่ออีกหลายร้านตั้งอยู่บนถนนนี้เช่นกัน

นอร์ท อะเดลเลด
เป็นย่านชุมชนที่ค่อนข้างมีฐานะ มีบ้านหลังใหญ่มากมายอยู่ในย่านนี้ ดังนั้นเพื่อสนองความเป็นอยู่ของผู้คนในย่านนี้ จึงเป็นที่ตั้งของร้านอาหารและคาเฟ่ดีๆมากมาย โดยเฉพาะบนถนนเมลเบิร์นและถนนโอคอนเนล

ถนนคิงวิลเลี่ยมและสวนสาธารณะไฮด์ ปาร์ก
ถนนนี้อยู่ทางตอนใต้ของเมือง ซึ่งเป็นที่ขึ้นชื่อของการหาคาเฟ่ดีๆ ร้านอาหาร รวมทั้งแหล่งชอปปิ้งในช่วงสุดสัปดาห์

ร้านอาหารริมทะเล
สถานที่ริมทะเลรอบๆเมืองเมืองเกล็นเน็ลก์, เฮ็นลี่ย์ และ แกรนจ์ มีร้านอาหารในลักษณะเป็นกระท่อมริมทะเล คาเฟ่ที่ทันสมัยและยังมีอาหารทะเล ร้านพิซซ่า หรืออาหารออสเตรเลียดั้งเดิมไว้คอยบริการในโรงแรมเก่าแก่ที่หรูหราริมทะเล

ร้านอาหารในเมือง
ถ้าพูดถึงในตัวเมืองแล้ว มีอาหารหลากหลายชนิดให้ได้ลองชิม บนถนนอันลี่ย์และเดอะ พาเลซจะมีร้านอาหารชั้นดีและคาเฟ่ ซึ่งเหมาะสำหรับครอบครัว หรือ ผู้ที่หาร้านอาหารสำหรับโอกาสพิเศษๆ

ผับ
ในเมืองอะเดลเลดมีโรงแรมทั้งหมดกว่า 600 โรงแรม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตึกแบบเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ ระเบียงจะถูกตกแต่งด้วยงานเหล็กดัดลวดลายแปลกตา ยังมีต้นองุ่นตกแต่งรอบๆระเบียงพร้อมบริการเบียร์เย็นหรือไวน์ของพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อยๆสำหรับผู้ที่ชอบดื่มไปกินไปไว้คอยบริการด้วย

เที่ยวรอบๆเมืองอะเดลเลด
อะเดลเลดเป็นเมืองที่สะดวกสบาย เดินทางไปไหนได้ง่ายและสามารถทำให้ท่านหลงเสน่ห์ได้ง่ายด้วยเช่นกัน ปัญหารถติดไม่เป็นปัญหาของที่นี่ เพราะที่นี่มีการวางผังเมืองของถนนหนทางไว้อย่างดี ง่ายต่อการหาทางไปไหนมาไหนและถนนก็ยังกว้างพอที่จะไม่ทำให้รถติดเช่นกัน การเดินทางในอะเดลเลดนั้นดีตรงที่ว่าคุณสามารถเดินทางไปยังที่ต่างๆจากในเมืองได้ในเวลาไม่เกิน20นาทีโดยรถยนต์

อะเดลเลดยังเป็นเมืองที่มีขนาดเล็กและภูมิประเทศก็เป็นพื้นที่ราบซึ่งเหมาะแก่การเดินเท้าด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังมีรถเมล์ รถไฟ และ รถราง เป็นพาหนะในการเดินทางไว้คอยบริการในราคาที่ย่อมเยา บริเวณอะเดลเลด ฮิลล์ยังเป็นสถานที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม ความเขียวขจีถูกแต่งแต้มด้วยหมู่บ้านเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานอย่างหมู่บ้านแฮนดอร์ฟ เช่นเดียวกับความสวยงามของเมืองริมทะเลอย่างเกล็นเน็ลก์

การเดินทางโดยเครื่องบิน

การเดินทางโดยเครื่องบินที่อะเดลเลดนั้นก็สะดวกสะบายเช่นกัน สนามบินทั้งภายในและภายนอกประเทศนั้นตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองทางตะวันตกเพียงแค่ 8 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

- South Australian Visitor & Travel Centre ให้บริการด้านข้อมูลและการจองตั๋วทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งอยู่ในอาคารหลักของสนามบิน เปิดทำการตลอด 365 วัน ยังมีบริการรับจองรถแท็กซี่ไปสนามบิน คิดค่าบริการจองแท็กซี่ราคา 2 ดอลล่าร์(ออสเตรเลีย) โดยเพิ่มจากราคาค่าแท็กซี่จากย่านใจกลางเมืองมายังสนามบิน 15 ดอลล่าร์
- Skylink Shuttle ให้บริการในเส้นทางระหว่างสนามบิน, ในตัวเมือง, และท่ารถไฟระหว่างรัฐ (สาย Keswick) มีค่าบริการ 7.50 ดอลล่าร์ต่อเที่ยว
- JetBus วิ่งระหว่างสนามบิน, ในตัวเมือง และย่านต่างๆรอบเมือง

บริการรถปรับอากาศ / รถโดยสาร
สถานีขนส่งรถบัสตั้งอยู่ที่ 101-11 1ถนนแฟรงคลิน รถบัสที่ให้บริการวิ่งทั้งในรัฐและระหว่างรัฐนั้น จะเดินทางเข้าและออกจากสถานีนี้ทั้งหมด ซึ่งมีบริษัทเดินรถมากมายไว้คอยบริการในออสเตรเลียใต้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1800 182 160 หรือ เข้าที่เว็บไซท์ www.bussa.com.au

บริการรถไฟ
The Overland, The Ghan และ The Indian Pacific(เส้นทางซิดนีย์ – เพิร์ธ ผ่านเมืองอะเดลเลด) เป็นรถไฟที่ให้บริการระหว่างรัฐ ซึ่งจะเดินทางเข้าและออกจากสถานีเคสวิค ซึ่งตั้งอยู่บนถนนริชมอนด์ อยู่ห่างใจกลางเมืองเพียงแค่สามกิโลเมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือจองบริการได้ที่ Great Southern Railway โทรศัพท์ 13 24 17หรือ www.trainways.com.au

บริการขนส่งสาธารณะ
Adelaide Metro เป็นระบบการขนส่งของเมืองอะเดลเลด ที่มีไว้คอยบริการประชาชนของที่นี่ด้วย รถไฟ รถบัส และ รถราง มีรถบัสที่ไม่คิดค่าบริการไว้คอยรับส่งในย่านธุรกิจ รถบัสที่ว่านี้จะมีสีเหลืองสดใสจะคอยวิ่งวนตามถนนสายหลักๆ ไปจนถึงสถานที่สำคัญๆต่างๆ ได้แก่ เซ็นทรัล มาร์เก็ต, สถานีรถราง, นอร์ท เทอเรซ, อีสต์ เทอเรซ, แสควร์, สวนสาธารณะ, รันเดิ้ล มอลล์ และ สุดท้ายที่สถานีรถไฟ

ท่านที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของเมโทร ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ ตารางเวลา หรือ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสามารถติดต่อได้ที่ The Passenger Transport Info Center ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนคิง วิลเลี่ยม และเคอรี่ส์ สตรีท ตั๋วบริการของเมโทรนั้นมีวางขายทั่วไปตามร้านค้าต่างๆมากกว่า 1,000แห่ง รวมทั้งที่ ไปรษณีย์ และ ร้านขายหนังสือพิมพ์ หรือร้านขายของทั่วไปที่มีสัญลักษณ์ของ Metro

รถโดยสารในเมืองฟรี!
คุณสามารถเดินทางท่องเที่ยวในเมืองอะเดลเลดด้วยบริการรถโดยสารที่จัดไว้ให้บริการฟรี เส้นทางวิ่งของรถบริการนี้จะจอดตามป้ายรถโดยสารตามจุดต่างๆระหว่างเขตนอร์ท เทอเรซ และ เซาธ์ เทอเรซ หรือ 99C bus คุณสามารถค้นหาตารางวิ่งและเส้นทางเดินรถได้ที่ Adelaide Metro website

รถราง
รถรางสายเกล็นเนลก์ได้ขยายการให้บริการเพิ่มเมืองเดือนตุลาคม 2007 โดยวิ่งระหว่างเส้นทางเขตนอร์ท เทอเรซในตัวเมืองไปจนถึงย่านชายหาดต่างๆ Glenelg การเดินทางระหว่างเส้นทางในเขตนอร์ท เทอเรซ และ เซาธ์ เทอเรซ จะให้บริการฟรี แต่ถ้าหากคุณต้องการเดินทางไปยังเกล็นเนลก์ต้องซื้อตั๋วเพิ่ม คุณสามารถค้นหาตารางวิ่งและเส้นทางเดิน รถได้ที่ Adelaide Metro website.

แท็กซี่
แท็กซี่ทั้งหมดในอะเดลเลดยินดีรับบัตรเครดิตทั่วไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความสะดวกควรจะตรวจสอบกับผู้ขับก่อนทุกครั้ง การขึ้นรถแท็กซี่ที่อะเดลเลดนั้นจะมีจุดขึ้นรถทั่วไปตลอดถนนทั้งเมือง และยังมีบริการเรียกแท็กซี่ผ่านทางโทรศัพท์ด้วยเช่นกัน


อุณหภูมิ

ภูมิอากาศของรัฐเซาธ์ ออสเตรเลียนั้นบ่อยครั้งจะได้รับการกล่าวว่าเป็นเมืองที่มีอากาศเหมือนประเทศฝั่งเมดิเตอเรเนี่ยน ซึ่งอากาศนั้นจะไม่เย็นมากนักในช่วงฤดูหนาว อากาศจะอบอุ่นในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของตัวเมืองในหน้าร้อนจะอยู่ที่ประมาณ 28.8องศา ส่วนในหน้าหนาวนั้นจะต่ำสุดที่ประมาณ 15 องศา แต่ถ้าออกไปรอบนอกบริเวณตัวเมืองที่อยู่ริมทะเล อุณหภูมิก็จะต่ำกว่าในตัวเมืองประมาณ1-2องศา ในช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคมนั้นจะเป็นช่วงหน้าร้อนของที่นี่ ซึ่งจะมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้นอีก1ชั่วโมงจากเวลาปกติเพื่อที่จะลดเวลาการทำงานตอนกลางวันให้น้อยลงอีกด้วย

ที่เที่ยวรอบๆเมืองอะเดลเลด

สิ่งที่เป็นที่สุดยอดในการมาเที่ยวที่รัฐเซาธ์ ออสเตรเลียคือเมืองอะเดลเลดถือเป็นประตูที่นำไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวแปลกๆใหม่ๆหลายแห่งรอบๆ และ แต่ละที่นั้นก็ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 3 ชั่วโมง

อะเดลเลด ฮิลล์
อยู่ห่างจากใจกลางย่านธุรกิจเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้นเอง ที่นี่เป็นจุดที่มีการทำไร่องุ่น และฟาร์มเล็กๆ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสินค้าชั้นดีของรัฐเซาธ์ ออสเตรเลียหลายชนิด บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของ National Motor Museum และยังได้รับรางวัลWinning wildlife experience ที่ Warrawong Sanctuary และ Cleland Park

หุบเขาบารอสซ่า
ที่นี่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางเหนือประมาณหนึ่งชั่วโมง มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในการผลิตไวน์คุณภาพ มีร้านอาหารห้าดาวไว้บริการหลายร้าน ที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามไร่องุ่น และ ตามเนินที่เป็นขั้นบันไดมีครอบครัวกว่า 500 ครอบครัวที่ทำการเกษตรเกี่ยวกับไร่องุ่น ซึ่งสามารถผลิตองุ่นได้กว่า 60,000ตัน แล้วกระจายไปยังผู้ผลิตไวน์ต่างๆกว่า50 ราย รวมไปถึงผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงอย่าง Jacob’s Creek, Seppelt, Penfolds และ Peter Lehmann

เฟลอเรีย เพนนินซูล่า
ที่นี่ตั้งอยู่ห่างจากอะเดลเลดไปทางใต้ราวหนึ่งชั่วโมง เป็นสถานที่ที่มีความผสมผสานระหว่างธรรมชาติหลายๆอย่างไว้ด้วยกัน มีทั้ง หน้าผา ถ้ำ โต้คลื่น และ ชายหาดเก่าแก่ สถาพดินและภูมิอากาศในแถบนี้ทำให้สามารถผลิตอาหารและ ไวน์ชั้นดีได้ โดยเฉพาะไวน์ Mclaren Vale ที่มีชื่อเสียง ที่นี่ยังมีประสบการณ์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจอีกหลากหลายเช่น ดูปลาวาฬจากชายฝั่ง ดูนกเพนกวินที่เกาะแกรไนต์ และดูนกที่บริเวณปากแม่น้ำเมอเรย์ ในอุทยานแห่งชาติคูร็อง

เกาะแคงการู
30เปอร์เซ็นต์ของเกาะนี้เป็นพื้นที่ราบ ซึ่งอุดมไปด้วยต้นไม้และสัตว์หายากนานาชนิดที่ถูกนำมารวมอนุรักษ์ไว้อยู่ที่นี่ ผู้ที่มาเยี่ยมชมยังสามารถได้ใกล้ชิดกับแมวน้ำที่ Seal Bay สำรวจหินแกะสลักที่ยิ่งใหญ่ได้ที่ Remarkable Rock และยังได้มีโอกาสชมอาหารพื้นบ้านบนเกาะเช่น น้ำผึ้ง เกาลัด ไวน์ น้ำมันยูคาลิปตัส และ ชีสจากนมแกะ เกาะนี้สามารถเดินทางโดยเครื่องบินเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง หรือ ถ้าจะเดินทางด้วยรถบัสก็จะต้องไปต่อเรือด้วยอีกทอดหนึ่ง

หุบเขาแคลร์
ตั้งอยู่ทางเหนือของอะเดลเลดประมาณชั่วโมงครึ่ง เป็นที่ที่อุดมไปด้วยไร่องุ่น ป่าละเมาะอันเก่าแก่และทุ่งสัตว์ที่กว้างใหญ่ รวมทั้งเมืองที่เป็นมรดกเก่าแก่ทางอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองแดงในอดีต

ยอร์ก เพนนินซูล่า
เป็นท่าเรือสำหรับตกปลาของกษัตร์จอร์จ มีปลามากมายหลายชนิดในแถบนี้ และยังเป็นแหล่งชายหาดเล่นกระดานโต้คลื่นที่มีชื่อเสียงอีกด้วย ในขณะที่ส่วนเกือบใต้สุดของที่นี่ ยังเป็นแหล่งที่นิยมชมชอบของเหล่าบรรดานักดำน้ำ นักโต้คลื่น นกตกปลาแซลมอนและผู้คนที่ชอบตั้งแคมป์เดินป่า ส่วนทางตอนเหนือของที่นี่ก็เป็นส่วนที่มีแร่ทองแดงอยู่มากและได้เป็นที่มรดกอีกแห่งหนึ่งด้วย การเดินทางไปยังที่นี่ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงจากตัวเมือง

ริเวอร์แลนด์
เป็นหนึ่งในแม่น้ำเมอเรย์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และริเวอร์แลนด์ยังเป็นที่รู้จักกันอย่างดีว่าเป็นถิ่นที่มีความสำคัญกับอุตสาหกรรมการทำไวน์ของออสเตรเลีย เขตริเวอร์แลนด์มีพันธุ์องุ่นดีเป็นอันดับสามของออสเตรเลีย และยังเป็นที่ตั้งของ Banrock Station Wine และ Wetland Centre ซึ่งเป็นที่จำหน่ายไวน์ที่ดีที่สุดและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของประเทศ การจะไปเยี่ยมชมที่นี่สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์โดยใช้เวลาประมาณสามชั่วโมง

เมอเรย์แลนด์ส
ถ้าล่องตามแม่น้ำเมอเรย์ลงไปทางใต้ ก็จะได้พบกับเมอเรย์แลนด์ส ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเหล่าเรือบ้านของมันนาม (Munnam) ท่านสามารถที่เช่าเรือในวันสบายๆล่องเรือไปตามแม่น้ำได้ตามอัธยาศัย ที่นี่อยู่ห่างจากอะเดลเลดไปทางตะวันออกประมาณหนึ่งชั่วโมง และ เป็นที่ตั้งของ Monarto Zoological Park ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 10,000,000ตารางเมตรเป็นพื้นที่ที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืชและสัตว์ที่หายาก

Eyre Peninsula
Eyre Peninsula เป็นพื้นที่ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะเลตะวันตกประกอบไปด้วยส่วนของ Great Australian Bight มีชายหาดที่งดงาม, อ่าวที่เงียบสงบ, หน้าผาสูง 60 เมตรน่าอัศจรรย์ และ การสนุกกับการโต้คลื่น เป็นทางผ่านไปสู่ Nullarbor Plain ที่ส่วนด้านหัวของอ่าว ถือว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกของการชมปลาวาฬ southern right whales ยามที่ปลาวาฬนั้นอพยพไปหาที่อยู่ใหม่ในช่วงฤดูหนาว ยังมีเมืองตกปลาเล็กๆอีกหลายแห่ง เช่น Ceduna, Streaky Bay และ Elliston ล้วนแต่เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงของบรรดาเหล่านักโต้คลื่น รวมไปถึงหาดแคคตัสด้วย ที่นี่ยังมีฟาร์มหอยนางรมที่ดีอยู่ด้วยอีกหลายแห่ง ถ้าท่านต้องต้องการไปเที่ยวทางด้านตะวันตกของที่นี่ก็สามารถขับรถไปได้โดยใช้เวลาประมาณสามชั่วโมง แต่อาจจะต้องใช้เวลาเที่ยวในพื้นที่ทั้งหมดเป็นเวลาห้าวันถึงจะครบทั้งหมด

เทือกเขาฟลินเดอร์สและทุ่งกว้าง
ที่นี่เป็นพื้นที่บริเวณใหญ่ของออสเตรเลียใต้ สถานที่สำคัญในแถบนี้ก็จะมีทะเลสาบน้ำเค็มที่มีชื่อว่า Lake Eyre ซึ่งกินพื้นที่กว่า 8,000ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าประเทศสิงคโปร์ถึงกว่าสิบเท่า ในระหว่างทางที่จะไปยังทะเลสาบนี้ จะมีจุดแวะพักที่น่าสนใจอยู่ที่หนึ่ง นั่นก็คือ William Creek Hotel ได้ชื่อว่าเป็นโรงแรมที่มีผับที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่ทำให้ท่านรู้สึกเหมือนกับได้ปลีกตัวออกมาจากความวุ่นวายของในเมือง ประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ของโอปอลทั่วโลกนั้นมีที่ผลิตจากเมือง Cooper Pedy ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือออสเตรเลียใต้ ส่วนลงมาทางตอนใต้จะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันแปลกตาที่ Flinders Ranges และ Wilpena Pound ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางเหนือของอะเดลเลดราวสามชั่วโมง

ชายฝั่งทะเลไลม์สโตน
ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่น ทะเลสาบสีฟ้าอันลึกลับที่อยู่ในภูเขาแกมเบีย, ถ้ำนาราคูร์เต้ เป็นถ้ำที่ถูกจัดเป็นแหล่งมรดกของโลก และ Coonawarra เป็นแหล่งไวน์ที่มีชื่อเสียง Historic Penola เป็นที่ตั้งของ Order of St Josephites ซึ่งริเริ่มโดยแม่ชีแมรี่ แม็คคิลล็อบ ที่นี่ยังมีกุ้งน้ำจืดที่มีคุณภาพอีกด้วยแถวๆบริเวณเมืองที่อยู่ริมทะเลเช่น Robe และ Kingston SE



Northern Territory Go to top

รัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณหนึ่งในหกของพื้นที่ประเทศออสเตรเลีย โดยมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณแค่ 200,000 คน รัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่นั้นยังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะแหล่งธรรมชาติอันทรงคุณค่า รวมทั้งเขตมรดกโลกอย่างอุทยานแห่งชาติคาคาดูและอูลูรู-คาต้า จูต้า (หินแอร์สร็อค) และแหล่งวัฒนธรมชาวเผ่าอะบอริจิน

รัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่นั้นมีความหลากหลายทางธรรมชาติมากไม่ว่าจะเป็นพืชพันธุ์หรือสัตว์ป่า คุณสามารถเห็นดอกไม้ป่าบานทั่วท้องทะเลทราย ดอกบัวบานในหนองบึง จระเข้น้ำเค็ม is to Broglas และนกป่าหลากสายพันธุ์ต่างส่งเสียงร้องเล่นเต้นระบำอยู่ตามต้นไม้ใหญ่

การมาเที่ยวที่รัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่ จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้สัมผัสกับประสบการณ์ท่องเที่ยวน่าประทับใจที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก สถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มีชีวิตชีวาซึ่งคุณสามารถสัมผัสมิตรไมตรีแห่งความจริงใจได้หากเพียงลอมาร่วมพักอาศัยในฟาร์มของเรา สถานที่ที่เต็มไปด้วยความน่ามหัศจรรย์แห่งธรรมชาติเมื่อความงามแห่งสภาพภูมิทัศน์สามารถแปรเปลี่ยนได้ดั่งสีของสายรุ้งด้วยแสงแห่งวัน สถานที่แห่งวัฒนธรรมโบราณที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความเชื่อจากยุคดึกดำบรรพที่คุณสามารถมาสำรวจเรื่องราวในอดีตนี้ได้ด้วยตัวคุณเองผ่านการผจญภัยตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือการเดินทางที่สะดวกสบายใช้เวลาบินในช่วงสั้นๆจากประเทศในแถบเอเชีย nortern territory is far away from the hustle and bustle of city life คุณจะหลงใหลในสเน่ห์ที่มากไปด้วยคุณค่าทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของรัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่

เราจึงขอเชื้อเชิญให้คุณมาพบกับเรื่องราวที่น่ามหัศจรรย์ของเรา

One Territory, six destinations
หนึ่งรัฐ, จุดหมายแห่งการท่องเที่ยวหกแห่ง
คุณสามารถพบเรื่องราวและความน่ามหัศจรรย์แห่งรัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่ได้จากสถานที่ท่องเที่ยวตามจุดหมายสำคัญๆหกแห่ง จากเขตร้อนชื้นในท็อป เอ็นด์ ไปจนถึงเขตทะเลทรายในเซ็นทรัล ออสเตรเลีย

Top End
เขตท็อปเอ็นด์
เขตท็อป เอ็นด์ เป็นที่รู้จักกันดีว่าคือพื้นที่เขตอากาศร้อนชื้นที่อยู่ทางตอนเหนือของรัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่ มีเมืองดาร์วินเป็นเมืองศูนย์กลาง และยังเป็นที่ตั้งของเขตมรดกโลกอย่างอุทยานแห่งชาติคาคาดู, พื้นที่อาร์นเฮ็ม แลนด์, เขตแคทเธอรีนที่อยู่ลงมาทางตอนใต้ของท็อป เอ็นด์

ในท็อป เอ็นด์ คุณจะได้สัมผัสกับสภาพอากาศในเขตร้อนชื้น การใช้ชีวิตกับกิจกรรมกลางแจ้งท่ามกลางผู้คนที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งไมตรี คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอะบอริจินได้จากการฟังเรื่องราวในอดีตผ่านชาวอะบอริจิน พบกับธรรมชาติอันหลากหลายบนพื้นที่กว้างใหญ่และพบกับการใช้ชีวิตสนุกสนานริมชายฝั่งทะเลอันเป็นไลฟ์สไตล์ที่มีชื่อเสียงของออสเตรเลีย

Central Australia
เซ็นทรัล ออสเตรเลีย
เซ็นทรัล ออสเตรเลียคือพื้นที่ในแถบทุ่งกว้างของรัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่ที่ประกอบไปด้วยสถานที่ที่น่าสนใจอย่าง เท็นแน็นท์ ครีก, อลิศ สปริงส์ และอูลูรู / แอร์ ร็อค ซึ่งสถานที่เหล่านี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับสภาพภูมิประเทศแบบท้องทุ่งกว้างของออสเตรเลียอย่างแท้จริง ทั้งพื้นดินสีแดงสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม และเส้นขอบฟ้าที่ไม่สิ้นสุด คุณจะรู้สึกแปลกตากับพื้นที่แห่งท้องทุ่งของออสเตรเลียที่ไม่จำกัดเพียงพื้นที่อันแบบราบแต่ยังมีหินและเทือกเขาที่ทำให้ภูมิทัศน์ของพื้นที่บริเวณนี้มีความสวยงามน่าสนใจ

ในเซ็นทรัล ออสเตรเลีย คุณจะได้พบกับประสบการณ์ท้องทุ่งกว้างอย่างแท้จริง ทั้งสีสันแห่งไมตรีจิตของผู้คน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก มาเรียนรู้การใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมแบบทะเลทรายจากชาวอะบอริจินและพบกับสัตว์ป่าและธรรมชาติที่น่าสนใจ

Things to do around Darwin • Kakadu • Katherine
สิ่งน่าสนใจใน ดาร์วิน – คาคาดู - แคทเธอรีน

Darwin
เมืองดาร์วิน

ล่องเรือชมอ่าว
แสงสีแดงเข้มยามพระอาทิตย์ตกทำให้การล่องเรือยามเย็นบริเวณดาร์วิน ฮาร์เบอร์ นั้นเป็นที่ประทับใจมากยิ่งขึ้น เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองดาร์วินผ่านทางสายตา หรือดื่มด่ำกับบรรยากาศและสายลมทะเลอันอบอุ่นขณะที่จิบเครื่องดื่มเย็นๆเพลินใจไปกับบรรยากาศรอบตัว

เที่ยวชมตลาดท้องถิ่น
ทำตัวกลมกลืนไปกับวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วยการเที่ยวชมตลาดนัดวันหยุดที่จัดขึ้นที่ พาแร็บ, ราปิด ครีก, ไนท์คลิฟ และพาล์มเมอร์สตั้น ส่วนในช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคมเที่ยวชมตลาดยามเย็นที่มอนดิล บีช ซันเซ็ท มาร์เก็ต ทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์

เพลินกับกิจกรรมกลางแจ้งยามค่ำคืน
สนุกสนานไปกับบรรยากาศแห่งแสงสีและความสนุกสนานในผับและไนต์คลับในยามค่ำคืนที่ถนนมิทเชล เพลินกับการรับประทานอาหารค่ำริมน้ำที่คัลเล็น เบย์ หรือลองเสี่ยงโชคของคุณดูที่คาสิโนที่หาดมินดิล บีช ในระหว่างช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมคุณสามารถใช้เวลาชมภาพยนตร์ภายใต้ท้องฟ้า แสงดาว และการจิบไวน์ได้ที่เด็คแชร์ ซีนีม่า

เที่ยวชมอาร์ต แกลลอรี่และพิพิธภัณฑ์
คุณสามารถพบเห็นอาร์ต แกลลอรี่และพิพิธภัณฑ์ได้ตามสถานที่ต่างๆของเมือง บางแห่งจะเชี่ยวชาญในด้านศิลปะของชุมชนชาวอะบอริจิน ขณะที่บางแห่งจะมีการจัดแสดงงานศิลปะที่หลากหลายมากกว่ารวมถึงเสาปักเขตแดนของชนเผ่าในเกาะติวี่และศิลปะภาพวาดแบบจุดของชนเผ่าในเขตเซ็นทรัล ออสเตรเลีย และอย่าพลาดการไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และอาร์ตแกลลอรี่แห่งรัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่ ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยมทางด้านการเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และการเผชิญกับพายุไซโคลนเทรซี่ที่ยิ่งใหญ่ การเดินเรือ และนิทรรศการศิลปะชาวอะบอริจิน

ช็อปปิ้งที่แคสชวลริน่า แสควร์ หรือ สมิธ สตรีท มอลล์
สนุกสนานกับการเดินช็อปปิ้งตามย่านร้านค้าและความบันเทิงหลายรูปแบบที่มีอยู่ในแคสชวลริน่า แสควร์ หรือสมิธ สตรีท มอลล์ และยังมีอาร์ต แกลลอรี่ที่มีงานศิลปะแบบอะบอริจินและร้านขายเครื่องประดับเช่นไข่มุก เพชร โอปอล และพลอย ตั้งเรียงรายตามถนนให้คุณได้เลือกชมและช็อป

ไปตกปลากันเถอะ
ดาร์วินเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการตกปลา บริเวณต่างของเมืองนั้นมีบึงน้ำที่สวยงาม แม่น้ำที่มีคลื่นขนาดใหญ่ บริเวณปากแม่น้ำและชายฝั่งทะเล ทั้งหมดนี้เป็นแหล่งที่คุณสามารถพบปลาชนิดต่างๆได้อย่างง่ายดายเช่น ปลาบารามันดิที่หายาก และแน่นอนว่าคุณจะสนุกสนานกับประสบการณ์การตกปลาที่ตื่นเต้นที่สุดในออสเตรเลีย

เที่ยวชมอาคารรัฐสภา
เที่ยวชมสถาปัตยกรรมอันทันสมัยของอาคารรัฐสภาแห่งนี้กับไกด์นำเที่ยวที่มีให้บริการทุกวันเสาร์และกรุณาจองล่วงหน้าเพื่อความสะดวก หรือคุณอาจจะอยากเดินเที่ยวชมสถานที่ด้วยตนเองซึ่งจะมีเครื่องนำเที่ยวแบบพกพาและคุณสามารถรับได้ที่ทางเข้าของอาคาร

ป้อนอาหารปลาที่ ด็อกเตอร์ กัลลี่, อะควอซีน
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองดาร์วินที่ซึ่งคุณสามารถเพลินกับการตกปลานับน้อยทั้งปลา mullet, milkfish, cod หรือไปที่ชายฝั่งทะเลกับการป้อนอาหารปลาด้วยมือของคุณเอง ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษที่คุณสามารถทำได้เฉพาะในช่วงน้ำขึ้นเท่านั้นซึ่งเป็นที่รู้จักกันมานานกว่า 40 ปีแล้ว

พบกับจระเข้อย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัว
คุณจะได้มีโอกาสเห็นจระเข้ตัวใหญ่กระโดดออกจากหนองน้ำเพื่อกัดกินเหยื่อของมันที่ คร็อกโคไดลัส พาร์ค, ฟาร์มจระเข้ดาร์วิน, หรือล่องเรือชมการแสดงจระเข้กระโดดที่บริเวณแม่น้ำอะเดลเลดเพื่อศึกษาชีวิตสัตว์ที่น่าพิศวงเหล่านี้

สำรวจชีวิตสัตว์ป่า
ศึกษาความแตกต่างระหว่างจิงโจ้, วัลลารู และวัลลาบี้ ด้วยตาของคุณเองระหว่างที่พวกมันใช้ชีวิตอย่างอิสระในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ หรือชมนกพื้นเมืองนานาชนิดของรัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่ที่ Bird of Prey

เที่ยวสบายๆในอุทยานแห่งชาติลิทช์ฟิลด์
มหัศจรรย์ความงามทางธรรมชาติที่อยู่ไม่ไกลเพียงแค่นั่งรถหนึ่งชั่วโมงครึ่งจากเมืองดาร์วิน คุณจะพบกับพื้นที่กว่า 1,500 ตารางกิโลเมตรที่มีชะง่อนหินทรายและน้ำตกอันสวยงามซ่อนอยู่ในป่า น้ำในสระนั้นใสจนมองดูคล้ายดั่งกระจกเหมาะแก่การว่ายน้ำเล่นในสระธรรมชาติแห่งนี้ทั้งยังมีเส้นทางเดินเที่ยวป่านับกิโลเมตรที่คุณจะได้พบกับความประทับใจต่างๆที่ทำให้อุทยานแห่งชาติลิทช์ฟิลด์แห่งนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วสำหรับการมาเที่ยวแบบวันเดียวกลับเพื่อสัมผัสบรรยากาศของความผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม

Kakadu National Park
อุทยานแห่งชาติคาคาดู


อุทยานแห่งชาติคาคาดูเป็นที่รู้จักกันในฐานะแหล่งมรดกโลกเต็มไปด้วยคุณค่าทางทรัพยากรธรรมชาติและเป็นแหล่งรวมอารยธรรมเก่าแก่ของชนเผ่าพื้นเมืองโบราณของออสเตรเลีย อุทยานแห่งชาติคาคาดูมีพื้นที่ป่าที่หนาแน่นซึ่งสามารถเข้าไปเดินสำรวจได้ อีกทั้งยังมีความชุ่มชื้นจากแหล่งน้ำต่างๆทั้งหนอง บึง น้ำตก รวมทั้งยังได้เห็นความสวยงามจากเทือกเขาต่างๆด้วย

สนุกกับกิจกรรมมากมายในเยลโล่ วอเตอร์
ที่นี่เป็นแหล่งจระเข้ ม้าป่า ควายป่า และสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ คุณสามารถล่องเรือเพื่อออกไปชมต้นไม้ป่าและชีวิตสัตว์ธรรมชาติที่อยู่ตามหนองน้ำ และประทับใจกับการนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินเหนือเขตท็อป เอ็นด์ ที่จุดชมวิว

ชมนกที่คาคาดู
ชายฝั่งทะเล แม่น้ำ และหนองบึงต่างๆนั้นเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิดอาทิเช่น ห่าน, นกเพลิแกน

เชิญพบกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่คาคาดู
เชิญมาเยี่ยมชมศูนย์บริการนักท่องเที่ยวโบวาลีสำหรับข้อมูลท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดของคาคาดู และวิธีที่ดีที่สุดที่คุณจะได้เรียนรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับชนเผ่าอะบอริจินที่อยู่อาศัยในบริเวณคาคาดูคือการเที่ยวชมศูนย์วัฒนธรรมอะบอริจินวารัดแจนที่คูอินดา

ศิลปะภาพวาดบนหิน
ชมคอลเลคชั่นภาพวาดโบราณบนหินเก่าแก่ของคาคาดูที่นูร์แลนจี้ ร็อค ผนังของหินนี้ที่ถูกศิลปินชาวอะบอริจินนำมาใช้ดั่งผืนผ้าใบเพื่อใช้บันทึกเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมา

สนุกสนานกับความบันเทิงในคาคาดู
กิจกรรมบันเทิงในยามค่ำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเขตคาคาดูคือการนั่งชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นเหนือบึงใหญ่อันสวยงามที่จุดชมวิว ซึ่งจุดชมวิวที่ดีที่สุดคือบริเวณหิน Ubirr และ Nourlangie ส่วน Kakadu Culture Camp ก็มีบริการล่องเรือส่องสัตว์ยามค่ำคืนบริเวณหนองน้ำ Djarradjin และในช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายนพรานป่าจะนำท่านไปท่องเที่ยวตั้งแคมป์ไฟตามสถานที่ต่างๆ

Katherine
แคทเธอรีน

ล่องเรือไปตามช่องแคบแคทเธอรีน(นิทมิลัก)
มีวิธีมากมายที่เราสามารถจะท่องเที่ยวอย่างเพลิดเพลินและสนุกสนานกับการผจญภัยในอุทยานแห่งชาตินิมิทลัก การล่องเรือหรือพายเรือแคนนูไปตามช่องแคบระหว่างเทือกเขาก็เป็นอีกวิธีที่เราจะได้สัมผัสความงามของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ หรือคุณอาจเลือกที่จะนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวของอุทยานทั้งหมดจากบนท้องฟ้าก็ได้

ไซแคด การ์เด้นท์
การไปเที่ยวชมสวนปาล์มดึกดำบรรพ ไซแคด การ์เด้นท์ ใช้เวลาเพียงแค่ห้านาทีจากในเมือง เพื่อชมปาล์มจากยุคดึกดำบรรพที่หายากและสวยงามที่สุดในโลก มาทำความรู้จักวัฒนธรรมอะบอริจิน ใช้เวลาในช่วงวันที่ชุมชนชาวอะบอริจินที่แมนยาลาลุกเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับกฎหมายของชาวอะบอริจิน ยารักษาโรคจากป่า อาหารป่า งานศิลปะ และหัตถกรรม

เซ็นทรัล ออสเตรเลีย
สิ่งที่น่าสนใจใน อะลิศ สปริงส์ – คิงส์ แคนย่อน – อูลูรู / แอร์ส ร็อค

Alice Springs
อะลิศ สปริงส์

บอลลูนลมร้อน
ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือท้องทุ่งกว้างของทะเลทรายบนบอลลูนลมร้อน ดูจิงโจ้กระโดดข้ามพื้นทะเลทรายด้านล่าง และปิดท้ายด้วยอาหารเช้าแบบท้องถิ่น

อะลิศ สปริงส์แหล่งรวมวัฒนธรรม
ชมผลงานศิลปะของศิลปินชาวอะบอริจิน “อัลเบิร์ต นามัตจา ที่ห้องแสดงงานศิลปะนามัตจาใน Alice Springs Cultural Precint ส่วนไฮไลท์ที่น่าสนใจอย่างอื่นได้แก่ Araluen Centre & Galleries, Museum of Central

พบกับชีวิตสัตว์ป่า
มาเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายอย่างตัวกิ้งก่ายักษ์ที่ศูนย์สัตว์เลื้อยคลาน Alice Springs Reptile Centre หรือ Alice Springs Desert Park

การศึกษาทางไกล
มาเยี่ยมชมห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดขึ้นสำหรับนักเรียนในรัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่ที่อาศัยอยู่ในเขตห่างไกล เป็นรูปแบบการศึกษาแบบใหม่ที่นักเรียนจะเรียนผ่านโทรทัศน์โดยระบบถ่ายทอดสัญญาณดาวเทียมและคอมพิวเตอร์ ภายใต้ท้องฟ้าที่ถือเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

เรด เซ็นเตอร์ ดรีมมิ่ง
เพลิดเพลินกับการชมการแสดงเต้นรำและโชว์การใช้อาวุธของชาวอะบอริจิน รวมทั้งการบรรเลงเพลงจากดิดเจอริดูซึ่งเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของชาวอะบอริจินขณะที่คุณรับประทานอาหารเมนูต่างๆ

ทัวร์สนุกในเมือง
แวะเวียนไปเที่ยวตามที่ต่างๆของเมืองไม่ว่าจะเป็นการชมความก้าวหน้าของโรงเรียนทางไกล, ชมบริการแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ, ชมวิวเมืองและเทือกเขาแม็คดอนแนลสุดสายตาในแบบ 360 องศาจากแอนแซค ฮิลล์

เทือกเขาแม็คดอนแนลตะวันตก
เดินทางไปเที่ยวทางแถบตะวันตกของเทือกเขาแม็คดอนแนลเพื่อชมช่องเขาซิมป์สัน และความยิ่งใหญ่ของ Standley Chasm สนุกกับการปิกนิกที่ช่องเขาออร์มิสตั้นที่สวยงาม

ตีกอล์ฟ
ออกมาสูดอากาศเย็นยามเช้าที่สนามกอล์ฟกลางทะเลทรายที่ติดอันดับหนึ่งในสิบสนามกอล์ฟกลางทะเลทรายที่ดีที่สุดของโลก

พบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นกับการนั่งเฮลิคอปเตอร์เหนือรอยทางลาราพินต้าที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นเส้นทางตามสันเขาของเทือกเขาแม็คดอนเนลตะวันตก บางทีคุณอาจลองเดินทางเส้นทางเหล่านี้ด้วยตนเองซึ่งแบ่งเป็น 12 ส่วน ระยะทาง 231 กิโลเมตร เริ่มต้นที่อะลิศ สปริงส์

Kings Canyon
คิงส์ แคนย่อน

สนุกกับจักรยานยนสี่ล้อ
สนุกกับการขี่รถจักรยานยนต์สี่ล้อที่อะลิศ สปริงส์ หรือ คิงส์ แคนย่อน ครีก ซึ่งมีเส้นทางหลากหลายผ่านภูมิประเทศแบบทะเลทรายที่สวยงามแปลกตา

ออกผจญภัยที่คิงส์ แคนย่อน
ชมผืนน้ำสะท้อนภาพพระอาทิตย์ขึ้นเหนือผนังหินของคิงส์ แคนย่อน ในขณะที่คุณเดินทางตามเส้นทาง Rim Walk หรือ Kings Canyon Creek เส้นทางเดินที่ง่ายที่สุดคือเส้นทางที่นำคุณไปสู่จุดชมวิวบริเวณตอนกลางของแคนย่อน

Uluru / Ayers Rock
อูลูรู / แอร์ส ร็อค

เยี่ยมชมศูนย์วัฒนธรรมอูลูรู – คาต้า จูต้า
เที่ยวชมศูนย์วัฒนธรรมอูลูรู – คาต้า จูต้า ที่ซึ่งมีการจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย วีดีโอ งานศิลปะที่อธิบายสภาพภูมิประเทศบริเวณที่ถูกยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลกโดยผ่านมุมมองของชาวอะบอริจินเผ่าอะนากูในท้องถิ่น

Uluru Base Walk
เส้นทางเดินเที่ยวอูลูรูมีระยะทางทั้งหมด 9.4 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินเที่ยวที่ดีที่สุดที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ความยิ่งใหญ่ของก้อนหินบริเวณอูรูลูจากพื้นดินอย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินเที่ยวเฉพาะบางจุดหรือจะเดินเที่ยวให้ครบตลอดเส้นทางทั้งหมดก็ได้ซึ่งใช้เวลาประมาณสามชั่วโมง

ร่วมเดินทางไปกับไกด์ชาวอะบอริจินที่ศูนย์วัฒนธรรมอูลูรู-คาต้า จูต้า เพื่อไปยังตาน้ำมัตทิตจูลูเพื่อนำท่านเข้าชมภาพวาดบนผนังถ้ำจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ รวมไปถึงตำนานของชาวอะบอริจินแห่งคูนิย่า จูเกอป้า และดูวิธีการปรุงอาหารป่าแบบชาวอะบอริจินพร้อมฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตท่ามกลางทะเลทรายที่เวิ้งว้าง

หุบเขาแห่งลม
ออกเดินทางไปเที่ยวยังหุบเขาแห่งลมที่มีระยะทาง 7.4 กิโลเมตรตามทางรอบๆโดมขนาดใหญ่ที่คาต้า จูต้า ซึ่งคุณจะต้องพอใจกับรางวัลที่ได้รับสำหรับวิวที่สวยงามจนลืมไม่ลง

ขี่อูฐ
ชมสีสันที่แปรเปลี่ยนของอูลูรูด้วยการออกสำรวจพื้นที่แถบอูลูรู – คาต้า จูต้า ยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกด้วยพาหนะแห่งทะเลทรายที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างเจ้าอูฐตัวโต

ขี่ฮาร์เล่ย์สุดเท่ห์
สัมผัสประสบการณ์ทัวร์บริเวณเอ้าท์ แบ็คของออสเตรเลียอย่างน่าตื่นเต้นด้วยการขึ้นนั่งบนอานรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน และปล่อยให้สายลมสัมผัสผ่านหน้ายามที่รถเคลื่อนไป หากคุณไม่สามารถขับรถได้เองยังมีบริการคนขับให้ด้วย

การเล่นสกี
คุณจะที่งกับสีสันแห่งภูมิประเทศที่แปรเปลี่ยนตามช่วงเวลาของอูลูรู ซึ่งถือว่าเป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติที่น่าจดจำมากที่สุดของออสเตรเลีย จากสีแดงเพลิงในตอนเช้า ไปสู่สีน้ำตาลไหม้ สีทองประกาย และสีม่วงในตอนเย็น

ภาพวาดแบบจุด
อะนากูทัวร์คือบริษัทท่องเที่ยวที่อยู่ภายใต้การบริหารโดยชาวอะบอริจิน นำเสนอบริการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำหรับครอบครัวบริเวณสถานที่ต่างๆของอูลูรู การสาธิตวาดภาพแบบจุดจัดขึ้นให้ชมทุกวันที่ศูนย์วัฒนธรรมอูลูรู – คาต้า จูต้า ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถร่วมฝึกฝนและสร้างงานศิลปะภาพวาดแบบจุดได้ ซึ่งระหว่างนั้นศิลปินยังสามารถแบ่งปันเรื่องราวทางวัฒนธรรมแห่งท้องทะเลทรายให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วม อีกทั้งยังช่วยเหลือให้นักท่องเที่ยวสามารถสร้างผลงานของตนเองเพื่อนำกลับบ้านไปเป็นของที่ระลึกได้ด้วย

ฟังเสียงเพรียกแห่งความเงียบ
รับประทานอาหารค่ำแบบบาร์บีคิวแสนอร่อยเคียงข้างพร้อมไวน์คุณภาพดีโดยมีอูลูรู – คาต้า จูต้า เป็นฉากหลังแห่งการดินเนอร์ที่น่าประทับใจภายใต้ท้องฟ้าที่ประดับด้วยดาวนับล้านดวง จากนั้นเอนหลังฟังนักดาราศาสตร์นำคุณสู่การเรียนรู้ทั้งหมดภายใต้เส้นของฟ้าของออสเตรเลีย

การเดินทาง

ท็อป เอ็นด์
สายการบินการูด้า อินโดนีเซีย, เจ็ท สตาร์, แควนตัส, ไทเกอร์ แอร์เวย์ส นั้นมีเส้นทางให้บริการมายังเมืองดาร์วิน ส่วนทางรถไฟสายเดอะ กาน นั้นมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ให้บริการสองเที่ยวต่อสัปดาห์จากเส้นทางไปกลับเมืองอะเดลเลดและเมืองดาร์วิน

เซ็นทรัล ออสเตรเลีย
เส้นทางบินภายในประเทศไปยังเมืองอะลิศ สปริงส์ มีให้บริการจากเมืองอะเดลเลด, บริสเบน, แคนส์, ดาร์วิน, เพิร์ธ, ซิดนีย์ และเมลเบิร์น คุณสามารถบินตรงจากเมืองแคนส์, เพิร์ธ, ซิดนีย์ และเมลเบิร์น ไปยังแอร์ส ร็อคได้ เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวเดอะ กาน ยังมีจุดรับส่งผู้โดยสารที่เมืองอะลิศ สปริงส์ และแคทเธอรีนด้วย

สภาพภูมิอากาศ

รัฐนอร์ทเทิร์น เทอริทอรี่ เป็นรัฐที่มีพื้นที่กว้างใหญ่และครอบคลุมพื้นที่ซึ่งสามารถแบ่งสภาพภูมิอากาศออกได้เป็นสองโซนด้วยกัน

เขตดาร์วิน, คาคาดู และแคทเธอรีน ที่อยู่ทางตอนเหนือจะมีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น เริ่มจ้นปีและท้ายปีด้วยมรสุมลมร้อน ส่วนในช่วงกลางปีจะมีอากาศอบอุ่นและแห้ง

เขตอะลิศ สปริงส์, เท็นแนนท์ ครีก และอูลูรู ในทางตอนใต้จะมีสภาพอากาศแบบผสมและมีฤดูทั้งหมดสี่ฤดูด้วยกันคือฤดูร้อน, ฤดูใบไม้ร่วง, ฤดูหนาว และฤดูใบไม้ผลิ

เว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์สำหรับคุณ
www.australia.com
www.australiasoutback.com



Tasmanian Go to top

ลองจินตนาการถึงเกาะเล็กแต่มีเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เพียงแค่ไม่กี่นาทีจากตัวเมืองคุณจะได้ชมธรรมชาติที่งดงามของชายฝั่งทะเลสีฟ้าคราม ภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ น้ำในทะเลสาบที่ใสดั่งกระจกเงา สูดหายใจให้เต็มปอดกับอากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ชิมอาหารสดๆจากทะเล อีกทั้งยังมีสัตว์ป่าหายากที่คุณจะพบเห็นได้อย่างใกล้ชิด และทุกอย่างนี้ได้ทำให้แทสมาเนียคือสถานที่ท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันหยุดของคุณ!

โฮบาร์ท
เมืองที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกคือเมืองโฮบาร์ท เป็นเมืองหลวงของรัฐแทสมาเนีย ตั้งอยู่บริเวณภูเขาเวลลิงตั้นและทะเลมีชายหาดทรายสีขาวสวยงาม อาคารบ้านเรือนเป็นแบบสมัยยุคเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ไว้อย่างมีสเน่ห์ โฮบาร์ทเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดอันดับสองของออสเตรเลีย ไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่นี่จึงมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ คลังเก็บของเก่าสมัยศตวรรษที่ 19 ครั้งนึงเคยเต็มไปด้วยนักล่าปลาวาฬ ทหาร เจ้าหน้าที่ศุลกากร และนักธุรกิจผู้แสวงหาโชค มาปัจจุบันอาคารเก่าแก่เหล่านี้ได้ถูกปรับสภาพกลายเป็นร้านอาหาร สตูดิโอ ร้านขายของสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาซึมซับบรรยากาศบ้านเรือนสมัยโบราณ อีกทั้งยังมีร้านขายของเก่า ร้านขายของงานฝีมือและงานศิลปะ ร้านขายเครื่องดื่มและร้านกาแฟ นอกจากนี้คุณยังสามารถตกปลาที่ท่าเรือร่วมกับชาวบ้านแบบได้บรรยากาศความเป็นกันเอง แต่ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม อย่าพลาดที่จะมาเที่ยวชมตลาดซาลามังก้าซึ่งมีทุกวันเสาร์ตอนเช้า เต็มไปด้วยสินค้าและผู้คนมากมาย

ลอนเซสตั้น
เป็นเมืองที่มีความเก่าแก่เป็นอันดับสองของรัฐแทสมาเนีย สภาพบ้านเรือนเต็มไปด้วยตึกเก่าแก่ที่หรูหราสวยงาม รวมทั้งร้านอาหารอร่อยระดับรางวัลมากมายอยู่ที่ย่านบริเวณด้านเหนือและใต้ของแม่น้ำเอสค์ มองเห็นวิวที่สวยงาม เมืองลอนเซสตั้นแม้เป็นเมืองขนาดเล็กแต่มากด้วยสีสันของบ้านเรือนสไตล์วิคตอเรียนที่สร้างเรียงกันทอดตัวไปตามฝั่งแม่น้ำ จำนวนประชากร 68,000 คนทำให้เมืองนี้ค่อนข้างจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มากมายไปด้วยแกลอรี่งานศิลปะและร้านอาหารตกแต่งบรรยากาศดี ขึ้นเก้าอี้กระเช้าไฟฟ้าที่พาคุณไปเหนือเทือกเขาแคททาแรคท์ชมวิวที่สวยงามจากใจกลางเมือง

ชิมอาหารอร่อย..เที่ยวชมสัตว์ป่านานาชนิด..การผจญภัยที่ไม่มีวันสิ้นสุด..
อาหารอร่อยผลิตจากวัตถุดิบที่ปลูกในดินคุณภาพและน้ำธรรมชาติ สัตว์ป่านานาชนิดทั้งสัตว์ป่าหายากและสัตว์ป่าที่มีเฉพาะที่ทสมาเนียเท่านั้น การผจญภัยที่สนุกสนานเริ่มต้นจากป่าโบราณบนเกาะ เห็นวิวเขาเขียวขจีที่ยิ่งใหญ่ ชายหาดที่บริสุทธิ์ และทะเลสาบน้ำใสดั่งกระจก เหล่านี้คือประสบการณ์ที่คุณจะหาที่ใดไม่ได้นอกจากที่แทสมาเนีย

พบกับอาหารอร่อยที่คุณต้องติดใจ
เนื่องจากสภาพธรรมชาติของรัฐแทสมาเนียเป็นเกาะ ที่นี่จึงมีอาหารทะเลที่สดใหม่จากแหล่งธรรมชาติให้คุณได้ลิ้มลอง บนเกาะยังมีสภาพธรรมชาติที่สมบูรณ์ดังนั้นจึงเป็นแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพดีที่สุด รวมทั้งสวนผลไม้และการผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงของออสเตรเลีย เหล่านี้คือสิ่งที่เป็นพื้นฐานของความอร่อยที่คุณสามารถพบได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะมาเที่ยวเก็บผลไม้กินสดๆจากสวนในฤดูผลไม้ หรือจะมาลองชิมชีสสดๆจากฟาร์ม ไวน์รสดีรอคุณอยู่ที่ห้องเก็บไวน์ของไร่ไวน์ชื่อดัง และอาหารทะเลสดจากเรือประมงมีให้คุณทุกอย่างที่ต้องการ และแน่นอนว่าของคุณภาพเหล่านี้จะถูกนำมาปรุงผ่านเชฟฝีมือดีที่อยู่ในร้านอาหารตามย่านต่างๆของเมือง

สนุกกับครอบครัวและแหล่งอาหารอร่อย

Cadbury Chocolate Factory Tour (เมืองโฮบาร์ท)
ชิมช็อกโกแลตที่ทำสดๆจากโรงงานพร้อมช็อปช็อกโกแลตจากร้านค้าในราคาที่คุณพลาดไม่ได้ออกเดินทางมาจาก Brooke St Pier
โทร: 613 6249 0333
www.cadbury.com.au

Barilla Bay Oysters
(ใกล้สนามบินเมืองโฮบาร์ท)
มีบริการทัวร์ ร้านอาหาร หรือเลือกซื้อหอยนางรมสดๆเป็นของฝากก็ได้
บริการทัวร์: วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 12.00 – 16.00 น.
โทร: 613 6248 5458
www.barillabay.com.au

Sorell Fruit Farm
(เดินทาง 35 นาทีจากเมืองโฮบาร์ท)
มาสนุกกับการเก็บผลไม้จากไร่ด้วยตัวคุณเอง หรือแวะพักสำหรับกาแฟหรืออาหารกลางวันมื้ออร่อย
โทร: 613 6265 2744
www.sorellfruitfarm.com

 

 

 

Tasmanian Honey Company (เมืองเพิร์ธ ทางใต้ของลอนเซสตั้น)
ลองชิมน้ำผึ้ง leatherwood ที่มีชื่อเสียง และยังมีน้ำผึ้งหลากชนิดให้เลือกซื้อ
โทร: 613 6398 2666

Hillwood Strawberry Farm
(หุบเขาทามาร์)
สนุกกับการเก็บผลไม้สดๆจากต้น ลองชิมไอศกรีมผลไม้แสนอร่อย (เปิดบริการทุกวัน)
โทร: 613 6394 8180

41 Degrees South
(เดลโลเรน)
ฟาร์มปลา บึงตกปลา และแหล่งปลูกโสม
โทร: 613 6362 4130
www.41south-aquaculture.com

 

 

 

The Honey Farm
(Chudleigh)
ชมสวนผึ้ง ชิมน้ำผึ้งชนิดต่างๆ
โทร: 613 6363 6160
www.thehoneyfarm.com.au

Ashgrove Cheese Farm
(Elizabeth Town)
ชิมและเลือกซื้อชีสคุณภาพดีชนิดต่างๆ
โทร: 613 6368 1105
www.ashgrovecheese.com.au

Pyengana Dairy Company (Pyengana)
สนุกกับการชิมชีสหลากรส
โทร: 613 6373 6157

แหล่งป่าไม้และสัตว์นานาชนิด
ธรรมชาติที่งดงามคือจิตวิญญาณของความเป็นแทสมาเนีย พื้นที่มากกว่าหนึ่งในสามของรัฐแทสมาเนียนั้นคือพื้นที่ที่ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ทั้งป่าไม้ สัตว์ทะเล และพื้นที่แหล่งมรดกโลก สภาพภูมิทัศน์ของรัฐแทสมาเนียเต็มไปด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติที่สมบูรณ์เช่นชายฝั่งทะเลที่ทอดตัวยาวรอบเกาะ ภูเขาสูงที่เคยปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ทะเลสาบกว้างใหญ่ ป่าที่มีต้นสนโบราณอายุมากกว่า 2,000 ปี และคุณยังได้มีโอกาสพบสัตว์ที่น่าพิศวงซึ่งมีอยู่ที่รัฐแทสมาเนียที่เดียวในโลกอย่างตัวตุ่นปากเป็ด, แทสมาเนียน เดวิล ฯลฯ

มาลองสัมผัสชีวิตสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด

Bonorong Wildlife Park       (เมืองโฮบาร์ท)
พบกับแทสมาเนียน เดวิลที่มีชื่อเสียง และยังมีตัววอมแบ็ทและวอลลาบี้ส์
โทร: 613 6268 1184

Curringa Farm    
(เมืองแฮมิลตั้นใช้เวลา 90 นาทีจากเมืองโฮบาร์ท)
ลองมาสัมผัสชีวิตแบบชาวไร่ดูซักครั้ง
โทร: 613 6286 3332
www.curringafarm.com

Something Wild Wildlife Park (อุทยานแห่งชาติเขาฟิลด์)
อุทยานแห่งชาติที่เต็มไปด้วยสัตว์นานาชนิด
โทร: 613 6288 1013
www.somethingwild.com.au

 

 

 

Bicheno Penguin Tour
(เมืองบิเชนโนทางฝั่งทะเลตะวันออกของแทสมาเนีย)
ชมนกเพนกวินด้วยการเดินเที่ยว
โทร: 613 6375 1333
www.bichenopenguintours.com.au

Brickendon Historic Farm and Convict Village
(ลองฟอร์ด)                       
ให้อาหารสัตว์ด้วยตัวคุณเอง
โทร: 613 6391 1251
www.brickendon.com.au

Seahorse World                    (แหลมบิวตี้ - หุบเขาทามาร์)
มหัศจรรย์ชีวิตม้าน้ำหลากชนิด
โทร: 613 6383 4111
www.seahorseworld.com.au

 

 

 

Platypus House                     (แหลมบิวตี้ - หุบเขาทามาร์)
บ้านของตุ่นปากเป็ด
โทร:  613 6383 4884 www.platypushouse.com.au

Trowunna Wildlife Park (โมล ครีก)
พบกับสัตว์ป่าในแทสมาเนีย
โทร: 613 6363 6162
www.trowunna.com.au

 Devils@Cradle (ภูเขาเครเดิ้ล)
ชมชีวิตตัวแทสมาเนียน เดวิลจากกล้องส่องที่จุดชม
โทร: 613 6492 1491
www.devilsatcradle.com

ชมธรรมชาติจากจุดท่องเที่ยวที่ดีที่สุด

Bruny Island Charters
โปรแกรมเที่ยวระหว่างวันจากเมืองโฮบาร์ท หรือล่องเรือ 3 ชั่วโมง เป็นการท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์เพื่อชมหน้าผาบนชายฝั่งธรรมชาติ แมวน้ำ และสัตว์ป่าอื่นๆ
โทร: 613 6293 1465
www.brunycharters.com.au

Peppermint Bay Cruise
(เมืองโฮบาร์ท)
ล่องเรือไปตามแม่น้ำเดอร์เว้นท์เพื่อไปทานอาหารค่ำที่อ่าวเปปเปอร์มินท์
โทร: 613 6267 4088
www.hobartcruises.com

Tahune Forest AirWalk            (หุบเขาฮูออน)
เดินบนทางเดินเหนือยอดไม้และข้ามแม่น้ำด้วยสะพานแขวนที่น่าหวาดเสียวโทร: 613 6297 0068
www.forestrytas.com.au/visiting/visitor-sites/south/tahune-airwalk

 

 

 

Russell Falls
(อุทยานแห่งชาติเขาฟิลด์)
เดินไปชมน้ำตกสามชั้น
โทร: 613 6288 1149

Cataract Gorge              
(เมืองลอนเซสตั้น)
ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าที่ยาวที่สุดในโลก

Tamar River Cruise
(เมืองลอนเซสตั้น)
ล่องเรือชมวิวและรับประทานอาหารกลางวันแสนอร่อย
โทร: 613 6334 9900
www.tamarrivercruises.com.au

 

 

 

Bridestowe Lavender Farm (นาโบลลา - หุบเขาทามาร์)
แหล่งผลิตน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย
โทร: 613 6352 8182
www.bridestoweestates.com.au

Marakoopa and King Solomon Caves (โมล ครีก)
ตื่นเต้นกับการสำรวจชีวิตใต้ดิน
โทร: 613 6363 5182
www.parks.tas.gov.au/natparks/molecreek/index.html

 

ท้าทายตนเองด้วยความสนุกจากการท่องเที่ยวผจญภัย
การท่องเที่ยวแบบผจญภัยในรัฐแทสมาเนียนั้นมีหลายรูปแบบ เริ่มต้นอย่างง่ายๆด้วยการเดินเที่ยวไปตามทางเดินในป่าเพื่อสัมผัสกับพืชพรรณธรรมชาติที่สวยงาม ไปจนถึงความสนุกสนานแบบสุดขีดจากความเร็วบนเรือเจ็ทที่พาคุณล่องไปพื้นน้ำทะเลด้วยความสะใจ แทสมาเนียคือสวรรค์สำหรับผู้ที่รักกิจกรรมผจญภัยอย่างแท้จริง มีบริการด้สนการท่องเที่ยวผจญภัยนี้หลายรูปแบบ ซึ่งคุณสามารถที่จะจัดโปรแกรมความสนุกสนานต่างๆได้ด้วยตัวคุณเอง ทั้งล่องแก่ง ตั้งแคมป์ ปีนเขา พายเรือคายัคกลางทะเล เที่ยวถ้ำ ล่องเรือ เดินป่า ดำน้ำงมหาหอยเป๋าฮื้อสดๆ มีกิจกรรมผจญภัยให้ทำมากมายท่ามกลางสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลายของรัฐแทสมาเนียอย่าง ป่า ชายฝั่งทะเล ทะเลสาบ ภูเขา คุณจะพบว่าการมาเที่ยวรัฐแทสมาเนียคือความทรงจำอันสนุกสนานที่จะต้องประทับใจไปอีกนาน  

เที่ยวสนุกกับการผจญภัย

Island Cycle Tours
(เมืองโฮบาร์ท)
ปั่นจักรยานเกียร์ 18 สปีดลงมาจากเขาเวลลิงตั้น
โทร: 613 6234 4951
www.islandcycletours.com.au

Bruny Island Charters
(เมืองโฮบาร์ท)
ล่องเรือเที่ยวเกาะบรูนี่แบบเชิงอนุรักษ์
โทร: 613 6293 1465
www.brunycharters.com.au

Wild Thing Adventures
(เมืองโฮบาร์ท) 
ล่องเรือผจญภัยตามเส้นทางต่างๆบริการมีตั้งแต่ 45 นาที จนถึงทัวร์หนึ่งวันเต็ม
โทร: 613 6224 6021
www.wildthingadventures.com.au

 

 

 

Blackaby’s Sea Kayaking (เมืองโฮบาร์ท)
พายเรือชมเมืองโฮบาร์ทยามพระอาทิตย์ตก
โทร: 613 418 124 072
www.blackabyseakayaks.com.au

Huon River Jet Boat
(ฮูออนวิลล์, หุบเขาฮูออน)
ตื่นเต้นกับความเร็วแบบเต็มสปีดของเรือเจ็ท
โทร: 613 6264 1838

Tasmanian Devil Jet
(นิว นอโฟล์ค)
นั่งเรือเจ็ทความเร็วสูง
โทร: 613 6261 3460
www.deviljet.com.au

 

 

 

Freycinet Sea Cruise
(เฟร์ยซิเน็ท) 
ล่องเรือชมอ่าวไวน์กลาสหรือเที่ยวเกาะสเค้าเท็น
โทร: 613 6257 0355
www.freycinetseacruises.com

Freycinet National Park – Wineglass Bay
เที่ยวชายหาดที่โด่งดังเรืองความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

All 4 Adventure
(อ่าวโคลส์)
ขึ่รถจักรยานสี่ล้อตะลุยทุ่ง
โทร: 613 6257 0018
www.all4adventure.com.au

 

 

 

Freycinet Adventures
(อ่าวโคลส์)
ปีนผา, ปีนเขา, พายเรือคายัค
โทร: 613 6257 0500
www.freycinetadventures.com.au

Bicheno Penguin Tours
(เมืองบิเชนโน) 
ชมนกเพนกวินอย่างใกล้ชิดด้วยทัวร์เดินเที่ยวเกาะ
โทร: 613 6375 1333
www.bichenopenguintours.com.au

 

ประวัติศาสตร์และสถานที่ที่เป็นแหล่งมรดก
Port Arthur Historic Site
จะใช้บริการของทัวร์ระหว่างวัน ล่องเรือ หรือออกเที่ยวตอนพลบค่ำตามสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของรัฐแทสมาเนียและประเทศออสเตรเลีย นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ได้รวบรวมเรื่องราวการก่อตั้งรัฐแทสมาเนียและอดีตที่น่าสนใจเคล้ากับเรื่องเล่าแสนเศร้าของนักโทษที่ถูกนำตัวมาคุมขังยังคุกบนเกาะแทสมาเนีย
โทร: 613 6251 2310
เว็บไซต์: www.portarthur.org.au

สภาพอากาศ
สภาพอากาศในแทสมาเนียเป็นอากาศแบบริมทะเลสบายๆ โดยมีครบทั้ง 4 ฤดู อีกทั้งในฤดูร้อนจะมีช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นนานกว่าฤดูอื่นๆ จึงทำให้คุณสามารถสนุกกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างยาวนาน

ในฤดูร้อน(ธันวาคม-กุมภาพันธ์)จะมีแสงแดดที่อบอุ่นและมีช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นยาวนานกว่าที่อื่นๆ อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 21 องศา  และต่ำสุดจะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 12 องศา

สภาพอากาศในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็มีหลากหลาย แสงแดดที่สดใส ท้องฟ้าที่ครามในระหว่างวัน ช่วงตอนเย็นอากาศจะเย็นลง  อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 17 องศา  และต่ำสุดจะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 9 องศา

ในช่วงฤดูหนาว อากาศจะเย็นลงแต่ยังมีแสงแดดพอให้อบอุ่น ภูเขาปกคลุมด้วยหมอกและหิมะ อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 12องศา  และต่ำสุดจะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 5 องศา

ส่วนใบไม้ผลิ อากาศจะเย็ฯในตอนเช้า และจะอบอุ่นขึ้นในตอนบ่าย ตามสวนและและป่าต่างๆจะเห็นต้นไม้ผลิใบ ผลิดอก ออกผลอย่างสดใสสวยงาม อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 17 องศา  และต่ำสุดจะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 8 องศา

ขอแนะนำให้เตรียมเสื้อกันลม เสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน และรองเท้าเดินสบายๆติดมาด้วยตามช่วงฤดูต่างๆ

ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวแห่งรัฐแทสมาเนีย
เมืองโฮบาร์ท
Cnr Davey & Elizabeth Streets. โทร: 03-6230 8233
เมืองลอนเซสตั้น
Cnr St John & Paterson Streets. โทร: 03-6336 3122
เว็บไซต์
Tourism Tasmania:  www.discovertasmania.com
Tasmania’s Park and Wildlife: www.parks.tas.gov.au
Forestry Tasmania:  www.forestrytas.com.au
Trout Fishing Guide: www.fishnet.com.au/TPTGA.html
Adventure:  www.tasmanianadventures.com.au

ช็อปปิ้ง
ร้านค้าส่วนมากในช็อปปิ้งเซ็นเตอร์จะเปิดให้บริการเวลา 09.00 – 18.00 น.ในวันจันทร์ถึงเสาร์ และจะมีช่วงวันช็อปปิ้งที่ร้านค้าจะเปิดให้ทำการนานกว่าปกติคือวันศุกร์ จะเปิดให้บริการถึง 21.00 น. เมืองโฮบาร์ทจะมีตลาดที่มีชื่อเสียงมากๆคือตลาดซาลามังก้า ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวันเสาร์เวลา 8.30 – 15.00 น.  
ส่วนร้านขายของชำจะเปิดให้บริการนานกว่าเวลาทำการของร้านค้าและส่วนมากจะเปิดให้บริการในวันเสาร์อาทิตย์ด้วย สำหรับปั๊มน้ำมันจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงในเมืองใหญ่ๆ และธนาคารจะเปิดให้บริการ 9.30 – 16.00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและบางที่ก็มีการขยายเวลาเปิดจนถึง 17.00 น.

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อwww.discovertasmania.com



Brisbane Go to top

บริสเบนเป็นเมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์ เป็นที่รู้จักกันในนาม “River City” อีกด้วย เป็นเมืองสบายๆ แต่ก็มีความกระฉับกระเฉงในตัว มีชื่อเสียงในความเรียบง่ายและความเป็นมิตร เป็นเมืองที่เหมาะแก่การทำกิจกรรมกลางแจ้งเพราะมีแสงแดดตลอดทั้งปี มีสวนที่เขียวชอุ่มและสายน้ำวกไปวนวนมา ในบริสเบนยังมีร้านค้าที่มีสไตล์มากมายนับไม่ถ้วน มีตลาดที่มีสีสัน แหล่งท่องเที่ยวยามราตรี และร้านอาหารระดับชั้นนำอีกมากมายสำหรับไว้เป็นทางเลือกให้แก่คุณ

สถานที่ท่องเที่ยว

บริสเบนมีกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในตัวเมืองและนอกเมือง ล้อมรอบด้วยชายหาดที่มีคลื่นเหมาะกับการเล่นเซิร์ฟ เทือกเขาและป่าฝนโบราณที่มีมาแต่ช้านานตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ด้านหลังของฝั่งทะเล เหมาะแก่การมาทัวร์ในระหว่างวันทั้งที่เมืองซันไชน์ โคสต์และเมืองโกลด์ โคสต์ที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองบริสเบนเพียงแค่ 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์ และในเมืองบริสเบนเองก็มีสถานที่เล่นกีฬาทางน้ำ เช่นที่อ่าวมอร์ตั้นและตามเกาะต่างๆ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตัวเมือง

South Bank Parklands
เพลิดเพลินกับการเดินเที่ยวในบริเวณย่านเซาธ์ แบงค์ พาร์คแลนด์ส ที่ซึ่งมีอาณาเขตประมาณ 16 เฮคเตอร์ มีสถานที่ให้เลือกสำหรับรับประทานอาหารริมน้ำ และพักผ่อนจิบเครื่องดื่มตามอัธยาศัย นับเป็นจุดที่ได้รับความนิยมในการมาขี่จักรยาน ปิกนิก และว่ายน้ำในบริเวณสระน้ำที่ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้น

City Botanic Gardens
สวนพฤกษศาสตร์ในใจกลางเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ประมาณ 20 เฮคเตอร์เต็มไปด้วยผืนหญ้าเขียวชอุ่ม และมีทั้งพืชพันธุ์ดั้งเดิมของออสเตรเลียเองและจากต่างประเทศ

City Cat
ล่องเรือเร็วซิตี้ แคทเพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงามในแม่น้ำ นับเป็นวิธีการสำรวจเมืองบริสเบนที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง เพียงแค่ไม่กี่ดอลล่าร์คุณก็สามารถล่องเรือแท็กซี่น้ำได้นานเท่าที่คุณต้องการ

Story Bridge Adventure Climb
กิจกรรมปีนข้ามสะพาน Story Bridge พร้อมชมวิวเมืองบริสเบนและบริเวณรอบๆ นี้ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่ง จะมีไกด์นำพาขึ้นปีนสะพานอย่างปลอดภัย คุณจะได้ขึ้นไปบนยอดสะพานในความสูง 80 เมตร เหนือแม่น้ำบริสเบนชมวิวที่สวยงาม
www.storybridgeadventureclimb.com.au

Lone Pine Koala Sanctuary
ศูนย์อนุรักษ์และเพาะพันธุ์หมีโคอาล่า Lone Pine Koala Sanctuary ตั้งอยู่บนที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์บนริมฝั่งแม่น้ำบริสเบน นับเป็นสวนพิทักษ์เคาล่าที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังมีพันธุ์สัตว์ป่าชนิดอื่นเลี้ยงอยู่ในนี้ด้วยทั้งจิงโจ้ วอมแบท และนกอีมู
www.koala.net

Tangalooma Wild dolphin Resort
รีสอร์ตธรรมชาติแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เกาะมอร์ตั้นอันสวยงาม นั่งเรือไปจากบริสเบนใช้เวลาประมาณ 75 นาที คุณจะได้เพลิดเพลินกับการให้อาหารโลมาที่อาศัยตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุกๆ เช่นสไลด์เลื่อนบนสันทรายสูง ขี่จักรยาน ดำน้ำ สน็อกเกิ้ล และดูปลาวาฬ
www.tangalooma.com

Sirromet Winery
แวะเยือนไร่องุ่นเซอร์โรเม็ต ที่มีขนาดใหญที่สุดในรัฐควีนส์แลนด์และเป็นโรงบ่มไวน์ที่มีชื่อเสียงเคยได้รับรางวัลมากมาย ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองบริสเบนเพียงไม่ถึงชั่วโมง เป็นไร่องุ่นที่มีการบริการอย่างครบวงจร มีร้านอาหาร Lurleen’s ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ได้รับรางวัลและให้บริการอาหารที่เอร็ดอร่อยคละเคล้าพร้อมกับมีบรรยากาศและทัศนียภาพที่งดงาม
www.sirromet.com.au

ช็อปปิ้ง

ร้านค้าทั่วไปเปิดเวลา 9.00 น. ถึง 17.30 น. วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี วันที่ร้านค้าจะเปิดให้ทำการนานกว่าวันปกติคือวันศุกร์สำหรับร้านในเมือง แต่ถ้าเป็นร้านค้านอกเมืองจะเปิดถึงช่วงค่ำในวันพฤหัสบดี โดยร้านส่วนใหญ่จะปิดในเวลา 21.00 น. สำหรับวันเสาร์ร้านค้าจะเปิดบริการตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 17.00 น. ส่วนวันอาทิตย์เปิดเวลา 10.30 น. ถึง 16.30 น.

Queen Street Mall
หากต้องการสนุกกับการช็อปปิ้งตลอดทั้งวัน คุณต้องมาที่ห้างควีน สตรีท มอลล์ซึ่งมีร้านค้ามากกว่า 1,200 ร้านรวมทั้งร้านแบรนด์เนมชั้นนำจากต่างประเทศและร้านที่มีดีไซน์สไตล์ใหม่ๆ นอกจากการช้อปปิ้ง คุณยังจะได้เพลิดเพลินกับร้านอาหารและสถานบันเทิงอีกมากมายในบริเวณนี้

Fortitude Valley
ทั้งร้านค้า คาเฟ่ และบาร์ในย่านฟอร์ติจูล แวลลี่ย์จะมีสไตล์เป็นของตนเอง บนถนนบรันซ์วิคและถนนแอนน์เป็นย่านที่ขายเสื้อผ้าสไตล์เก๋ๆ และเป็นผลงานจากดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ๆ

เดินเที่ยวตลาด
การเดินเล่นในตลาดท้องถิ่นเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนบริสเบน หากเป็นวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ควรแวะ ช้อปปิ้งที่ตลาดเซาธ์ แบงค์ พาร์คแลนด์ สำหรับสินค้างานประดิษฐ์ หรือจะแวะที่ตลาดตรงถนนบรันซ์วิคในวันเสาร์ก็ได้ เป็นตลาดที่มือของมือสองขายทั้งแผ่นเสียง เสือผ้า และของกระจุกกระจิกของผู้หญิง สำหรับวันอาทิตย์ไม่ควรพลาดแวะที่ตลาดริมน้ำ (Riverside Markets) ซึ่งเป็นที่นิยมมาก มีทั้งเสื้อผ้า สินค้าหัตถกรรม งานศิลปะ และพวกของขวัญ

Direct Factory Outlet
ห้างขายสินค้าราคาโรงงานนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินเมืองบริสเบน มีร้านค้าประมาณ 90 ร้าน หลากหลายยี่ห้อทั้ง Country Road, Quicksilver, Esprit และอื่นๆ ราคาสินค้าไม่แพงนักและมีบริเวณที่ขายสินค้าลดราคา หรือสินค้าค้างสต็อคจากฤดูกาลก่อน หรือแม้แต่สินค้าในฤดูกาลปัจจุบันก็จะมีการจัดวางขายในราคาพิเศษ

อาหารและไลฟ์สไตล์

บริสเบนมีร้านอาหารหลากหลายให้เลือกลิ้มรสได้ตามแต่ใจคุณต้องการจะสรรหาจากเมืองที่มีความผสมผสานทางวัฒนธรรมอย่างมีสีสัน บรรยากาศที่แสนสบายเต็มไปด้วยร้านอาหารกลางแจ้ง มีเครื่องปรุงอาหารจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่สดใหม่เสมอ อีกทั้งอาหารทะเลและไวน์อีกด้วย ในช่วงพลบค่ำบริสเบนมีกิจกรรมบันเทิงมากมาย นอกจากคาสิโนที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ยังมีไนท์คลับ ผับ และบาร์ไวน์ด้วย นอกจากนี้บริสเบนยังเป็นเมืองที่มีการจัดงานเทศกาลและการแสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมมากมายเพื่อให้เหมาะกับทุกรสนิยมและตอบสนองทุกความสนใจของทุกคน

เที่ยวในเมือง
ที่ห้างควีน สตรีท มอลล์ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองมีคาเฟ่และภัตตาคารที่บริการอาหารสไตล์ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลียนแบบร่วมสมัยมากมาย ที่ถนนอัลเบิร์ต สตรีทจะมีร้านอาหารทั้งที่จัดตั้งโต๊ะกลางแจ้งและในร่ม ส่วนที่ถนนจอร์จ สตรีทมีร้านอาหารเด็ด ๆ บาร์เก๋ๆ และผับเรียบง่าย รอให้คุณแวะมาสัมผัสบรรยากาศ

Milton
ออกนอกเมืองไปยังย่านถนนพาร์ค โร้ดซึ่งเป็นย่านคาเฟ่เก่าแก่แห่งหนึ่งของบริเวณนอกเมืองบริสเบน ที่มิลตั้นมีหอไอเฟลจำลองที่ผู้คนนิยมมารับประทานอาหารและนั่งจิบกาแฟ

Fortitude Valley
ตั้งอยู่ทางเหนือของเมือง Fortitude Valley มีบาร์และสถานที่เที่ยวตอนกลางคืนที่ครึกครื้น อีกทั้งภัตตาคารหรูหราหรือแม้แต่ร้านขายอาหารที่ราคาย่อมเยา ไชน่าทาวน์ก็ตั้งอยู่ในย่านนี้มีอาหารสไตล์เอเชียให้คุณเลือกมากมายหลายชนิด

New Farm
นิว ฟาร์มเป็นย่านที่เก่าแก่ที่สุดในบริสเบน ซึ่งกลับมามีความนิยมอีกครั้งเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง และในขณะนี้ก็เป็นสถานที่ที่มีความสดใหม่และสนุกสนาน ที่ถนนบรันซ์วิค สตรีทและถนนเจมส์ สตรีท มีร้านคาเฟ่ที่ทันสมัยและมีสไตล์ นอกจากนี้ที่ย่านนิว ฟาร์ม ยังมี Powerhouse และศูนย์ศิลปะการแสดงบนเวที ในทุกๆ วันเสาร์ที่สองและสี่ของเดือนจะมีตลาดนัด Farmers Market ซึ่งคุณจะได้เลือกซื้อหอยนางรมสดและปลาไหลรมควัน ชีส และช็อคโกแลตชนิดต่างๆ

Eagle Street Pier
ท่าเรือ Eagle Street Pier มีร้านอาหารที่เคยได้รับรางวัลต่างๆมากมายและมีเชฟมากความสามารถอยู่ประจำอยู่ตามร้านต่างๆซึ่งรับรองได้ถึงรสชาติและคุณภาพอาหาร ภายในร้านมีการตกแต่งอย่างมีสไตล์ หรูหรา พร้อมกับการชมวิวแม่น้ำที่สะดุดตา

Adelaide Street East
เป็นย่านที่ขึ้นชื่อด้านอาหารการกิน พร้อมด้วยวิวแม่น้ำบริสเบนและสะพาน Story Bridge ร้านอาหารส่วนใหญ่ในย่านนี้ก็เป็นร้านสมัยใหม่ที่มีรางวัลต่างๆการันตีมากมาย

Southbank
ย่านเซาธ์ แบงค์เป็นศูนย์รวมกิจกรรมสันทนาการและกิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรม มีร้านอาหารและสถานบันเทิง คาเฟ่ และร้านค้าช้อปปิ้งมากมาย

ซันไชน์ โคสต์

เมืองซันไชน์ โคสต์นับเป็นอัญมณีที่ซ่อนอยู่ในเมืองบริสเบน ชายหาดของเมืองซันไชน์ โคสต์จะมีทรายสีขาวละเอียดสวยงามทอดยาวดังสายสวรรค์ น้ำใสสะอาดดังคริสตัล และมีทิวเขาอันเขียวชอุ่ม เพียงขับรถออกจากตัวเมืองบริสเบนไปเพียง 1 ชั่วโมง เป็นสถานที่ที่ชาวออสเตรเลียเองก็นิยมมาพักผ่อนในช่วงวันหยุด

สถานที่ท่องเที่ยว
เมืองซันไชน์ โคสต์มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติและแบบที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น เป็นประตูเปิดสู่การพักผ่อนที่มีความสนุกสนานรออยู่ทั้งสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก บริเวณพื้นที่ด้านในที่ไม่ติดกับชายฝั่งก็มีหมู่บ้านเก่าแก่และป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ หรือคุณอาจจะเลือกพักค้างคืนตามรีสอร์ทบริเวณชายทะเลที่มีทัศนียภาพอันงดงามก็ได้

Australia Zoo
สวนสัตว์ออสเตรเลียแห่งนี้เป็นของ Steve Irwin เจ้าของสมญา Crocodile Hunter มีโชว์การแสดงการป้อนอาหารจระเข้ที่น่าตื่นเต้น และมีสัตว์นานาชนิดเช่น จิงโจ้ โคอาล่า งูพันธุ์ต่างๆ วอมแบ็ท และสัตว์ประเภทอื่นๆ ทั้งของออสเตรเลียเองและสัตว์นำเข้าจากต่างประเทศ
www.australiazoo.com.au

Camel riding
ผจญภัยกับการขี่อูฐเล่นบนชายหาดที่มีแสงแดดทอดผ่าน และสนุกกับการขี่เลาะผ่านบริเวณที่มีพุ่มไม้ รับรองว่าจะเป็นประสบการณ์อันยากที่จะลืม
www.camelcompany.com.au

Colored Sands Tour
ทัวร์บนรถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นบนชายหาดยาวนับหลายไมล์ คุณจะได้เห็นหน้าผาที่เป็นทรายสีอันสวยงาม และหากโชคดีอาจจะได้เห็นฝูงโลมา เต่า และปลาวาฬว่ายน้ำเล่นอยู่ในน้ำทะเล
www.noosa4wdtours.com.au

Ginger Factory
มุ่งหน้าไปยังโรงงานขิงที่ใหญ่ที่สุดในโลกและลิ้มรสชิมเครื่องดื่มที่ทำจากขิง แยมรสขิง ช็อคโกแลตผสมขิง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีส่วนผสมของขิงอีกมากมาย แล้วเพลิดเพลินกับการล่องเรือผจญภัย Gingerbread Man
www.buderimginger.com.au

Superbee Honey Factory
แวะเยือนโรงงานผลิตน้ำผึ้งและชมสาธิตวิธีการเพาะเลี้ยงผึ้ง ชิมน้ำผึ้งบริสุทธิ์หลากหลายรสชาติเช่นรสแม็คคาดาเมียและรสยูคาลิปตัส สำหรับเด็กๆ จะได้สนุกสนานกับของเล่นที่คุ้นเคยจากในนิทานเช่นหมีสามตัว หรือ สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด
www.superbee.com.au

Underwater World
แวะเยือนโลกใต้น้ำที่ Underwater World นับว่าเป็นสถานแสดงสัตว์น้ำทางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย คุณจะได้เห็นฉลาม จระเข้ แมวน้ำ ปลากระเบนยักษ์ อย่างใกล้ชิด
www.underwaterworld.com.au

ช็อปปิ้ง

เมืองซันไชน์ โคสต์เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งรวมศิลปินและนักประดิษฐ์ที่มีฝีมือ และเป็นที่ตั้งของแกลเลอรี่มากมาย รวมทั้งสตูดิโอเครื่องปั้น และร้านขายของงานประดิษฐ์ ร้านค้าที่ Sunshine Coast ส่วนใหญ่เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 ถึง 17.00 น. สำหรับวันอาทิตย์เปิดเวลา 10.30 น. ถึง 16.00 น.

Eumundi Markets
ตลาดอูมันดิเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดแห่งหนึ่งในออสเตรเลียมีร้านค้ากว่าร้อยร้านตั้งเรียงราย ตลาดแห่งนี้เปิดวันพุธในเวลา 8.00 น. ถึง 13.30 น. และวันเสาร์ในเวลา 6.30 น. ถึง 14.00 น. คุณสามารถหาซื้อทุกอย่างได้จากที่นี่มีทั้งแครอทปลอดสารพิษ สบู่ทำมือ อัญมณีดีไซน์ทันสมัย และภาพวาดสีน้ำมันสวยๆ
www.eumundimarkets.com.au

Hastings Street
สำรวจถนนสายบูติคที่ถนนแฮสติ้ง สตรีทในเมืองนูซ่าซึ่งเป็นเมืองแห่งการพักผ่อนที่น่ารัก แวะชมอาร์ตแกลเลอรี่และร้านค้าต่างๆมากมาย

Maroochydore
Morrochydore เป็นย่านชายหาดที่ตรงบริเวณท่าน้ำจัดเป็น Sunshine Plaza มีร้านค้ามากกว่า 200 ร้าน นับเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองซันไชน์ โคสต์

Montville
แวะสำรวจหมู่บ้านตามภูเขาที่แปลกตาด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่นที่ Montville คุณจะได้พบเห็นกระท่อมที่ปลูกสร้างด้วยหินและท่อนซุงและพบผู้คนชาวควีนส์แลนด์ในสไตล์ยุคอาณานิคม มีทั้งอาร์ตแกลเลอรี่ ร้านขายของที่ระลึก และร้านสำหรับนั่งดื่มน้ำชา พร้อมชมวิวอันแสนมีมนต์เสน่ห์ของเขา Glass House Mountains

อาหารและไลฟ์สไตล์

เมืองซันไชน์ โคสต์มีชื่อเสียงในเรื่องภัตตาคารร้านอาหารและผลิตภัณฑ์ทางเกษตรที่นำมาเป็นเครื่องปรุงอาหารอันสดใหม่ จึงนับเป็นสววรค์ของผู้รักการกิน ที่นี่เป็นแหล่งของการทำฟาร์มและโรงงานมากมายหลายประเภท ผลิตเครื่องปรุงทุกอย่างทั้งสมุนไพรและมะกอกปลอดสารพิษรวมไปถึงตังเมและชีส

Mooloolaba
เป็นเมืองริมทะเลที่มีชื่อเสียงด้านอาหารการกิน มีร้านค้าช้อปปิ้ง และบาร์เรียงรายอยู่ริมชายหาดขาวสวยและริมอ่าวที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก ในย่านนี้มีร้านอาหารที่แตกต่างกันในด้านรสชาติ ประเภทอาหารและราคากว่า 20 ร้านให้คุณเลือก

Noosa
นูซ่าเป็นจุดหมายที่รู้จักกันดีสำหรับการรับประทานอาหาร ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศหลากหลายแบบจากร้านอาหารที่ผ่านการได้รับรางวัลมากมายหลายร้าน มีทั้งร้านที่เปิดบริการกลางแจ้งและมีเชฟที่มีความสามารถ โดยเฉพาะร้านบนถนน แฮสติ้ง สตรีท

โกลด์ โคสต์
เมืองโกลด์ โคสต์อยู่ห่างจากบริสเบนไปทางใต้ประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นชายหาดทอดยาวถึง 70 กิโลเมตร มีทรายสวยและคลื่นที่เหมาะที่สุดสำหรับการเล่นกระดานโต้คลื่น โกลด์ โคสต์เป็นเมืองที่มีไลฟ์สไตล์แบบวันหยุดพักผ่อน มีสวนสนุก ร้านค้าช้อปปิ้งที่ทันสมัย ภัตตาคารหรูหรา และงานเทศกาลต่างๆ นับเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับวันพักผ่อนที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในออสเตรเลียด้วย เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เหมาะกับทุกเพศทุกวัย และมักเป็นที่โปรดปรานสำหรับครอบครัว นอกจากนี้บริเวณพื้นที่ที่ลึกเข้าไปห่างจากชายฝั่งไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ก็มีอุทยานแห่งชาติแสนสวยที่มีทั้งน้ำตก และที่พักตามเชิงภูเขา

สถานที่ท่องเที่ยว

เมืองโกลด์ โคสต์มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งที่เป็นสวนสนุก หรือการล่องเรือเพื่อความสำราญ นอกจากนี้ยังมีอุทยานแห่งชาติที่มีความงดงามตามธรรมชาติ รวมทั้งกิจกรรมท่องเที่ยวสนุกๆมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้เมืองโกลด์ โคสต์เป็นที่ที่มีความสุขสำหรับทุกคน

ท่องเที่ยวกับครอบครัว
Family Fun

Adventure Duck
สำรวจเมือง Gold Coast ทั้งบนน้ำและบนบก ด้วยการขึ้นยาน Adventure Duck เป็นทัวร์ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เปิดบริการทุกวัน และคุณสามารถเลือกนั่งเที่ยวแบบ 40 นาที หรือแบบ 1 ชั่วโมงก็ได้
www.aquaduck.com.au

Australian Outback Spectacular
แวะชมการแสดงพร้อมบริการอาหารมื้อค่ำและเครื่องดื่มในสนามขนาดใหญ่ที่จุคนได้นับพัน สัมผัสกับภาพบรรยากาศชีวิตท้องทุ่งของชาวออสซี่ที่ขี่ม้าเป็นพาหนะ วิถีชีวิตการทำปศุสัตว์ และชมการแสดงโชว์โลดโผนของนักแสดงผู้กล้าเสี่ยง
www.outbackspectacular.com.au

Dreamworld
สวนสนุกดรีมเวิร์ดได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย มีเครื่องเล่นที่สนุกสนานและน่าตื่นเต้นมากที่สุด อาทิ Giant Drop และ The Craw นอกจากนี้ยังมีบริเวณที่โชว์ชีวิตสัตว์ป่าออสเตรเลีย คุณจะได้สัมผัสกับหมีโคอาล่าอย่างใกล้ชิด ได้ให้อาหารจิงโจ้ด้วยตัวคุณเอง เด็กๆ จะได้สนุกสนานกับเครื่องเล่น Nick Central เกมส์ต่างๆ และการแสดงจากการ์ตูนชุด Nickelodeon ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเด็กทุกคน รวมทั้ง SpongeBob SquarePants
www.dreamworld.com.au

Infinity
อินฟินิตี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะพาคุณท่องไปในอนาคตอย่างน่าตื่นเต้น คุณจะได้ปล่อยใจเพลิดเพลินไปตามเส้นทางแห่งอนาคตที่สวยงาม
www.infinitygc.com.au

Paradise Country
สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมและชีวิตชาวฟาร์มของออสเตรเลียที่ Paradise Country ชมการต้อนฝูงแกะ สาธิตการขี่ม้าแบบออสซี่ จิบชาและนั่งเล่นกองไฟ สนุกครื้นเครงกับลีลาการเต้นแบบชาวฟาร์ม
www.paradisecountry.com.au

Sea World
ซี เวิล์ดเป็นสวนสนุกทางทะเลที่ใหญ่ที่สุด คุณจะได้ใกล้ชิดกับฉลาม โลมา สิงโตทะเล และสัตว์น้ำประเภทอื่นๆ คุณสามารถว่ายน้ำกับโลมาหรืออาจจะดำน้ำเล่นกับฉลามด้วยก็ได้ ที่นี่ยังมีเครื่องเล่นอันน่าตื่นเต้นมากมาย รวมทั้งการแสดงโชว์อีกหลากหลาย
www.seaworld.com.au

Warner Bros. Movie World
Warner Bros. Movie World คือสถานที่ที่เราจะได้เห็นชีวิตจริงของฉากจากในภาพยนตร์ ได้ใกล้ชิดกับตัวแสดงในภาพยนตร์ที่คุณโปรดปราน อาทิ Batman, Catwoman และ Austin Powers สนุกสนานและตื่นเต้นกับเครื่องเล่นเช่น Superman Escape รถไฟเหาะที่เร่งความเร็วด้วยการวิ่งร่นระยะเวลาของความเร็วในอัตรา 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจนเหลือเพียงภายในเวลา 2 วินาที
www.movieworld.com.au

Wet N Wild Water World
ใช้เวลาสัก 1 ชั่วโมงเพลิดเพลินกับสวนน้ำที่มีกิจกรรมมากมาย สำหรับผู้รักการผจญภัยที่นี่มีกระดานลื่นขนาดใหญ่หลายแบบเช่น Super 8 Aqua Racer, Tornado และ Black Hole และยังมีสระน้ำสำหรับเด็กเล่นด้วย หลังจากสัมผัสกับความตื่นเต้นในสวนน้ำนี้แล้ว ขอแนะนำให้แวะพักผ่อนที่ Calypso Beach
www.wetnwild.com.au

WhiteWater World
ที่นี่เป็นสวนน้ำแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดบริการในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยเป็นสาขาจาก Dreamworld มีเครื่องเล่นทางน้ำที่ตื่นเต้นที่สุดในโลก มีบริเวณสำหรับให้เด็กเล่นเพลิดเพลินกับ Nickelodeon บนพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร สำหรับเด็กเล็ก สามารถเล่นน้ำได้ใน Wiggle Bay ซึ่งเป็นสวนน้ำขนาดย่อมสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
www.whitewaterworld.com.au

เที่ยวชมธรรมชาติและชีวิตสัตว์หายาก

Binna Burra Mountain Lodge
พักค้างคืนที่อุทยานแห่งชาติลามิงตั้น เพลิดเพลินกับการเดินชมแมกไม้ธรรมชาติ ตอนหัวค่ำก็สนุกสนานกับแคมป์ไฟ เต้นระบำรอบกองไฟ แล้วออกเดินดูสัตว์ที่ออกหากินตอนกลางคืน
www.binnaburralodge.com.au

Catch-a-crab cruise
นั่งเรือล่องแม่น้ำ Tweed River แล้วลองดักจับปูอันเลื่องชื่อของรัฐควีนส์แลนด์ไว้สำหรับปรุงอาหารกลางวัน สนุกสนานกับกิจกรรมผจญภัยในแม่น้ำ ให้อาหารนกและชื่นชมกับความสวยงามของนกนานาชนิด
www.catchacrab.com.au

Currumbin Wildlife Sanctuary
สัมผัสกับชีวิตสัตว์ออสเตรเลียอย่างใกล้ชิดที่สถานพิทักษ์สัตว์ป่า Currumbin Wildlife Sanctuary ณ ที่นี่คุณจะได้เพลิดเพลินกับการให้อาหารนกสวยงามหลากสีสัน
www.currumbin-sanctuary.org.au

Glow Worm Tour
ออกทัวร์กลางคืนไปยังอุทยานแห่งชาติ Springbrook National Park คุณจะได้ชื่นชมกับเหล่าตัวหนอนสะท้อนแสงที่อาศัยเกาะกลุ่มกันอยู่ในป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่มีทั้งทะเลสาบและน้ำตก
www.ariestours.com

O’Reilly’s Rainforest Guesthouse
เดินเที่ยวชมป่าไปตามเส้นทางเดินที่จัดไว้ให้สำหรับชื่นชมธรรมชาติและต้นไม้สูงใหญ่และสนุกกับกิจกรรมดูนกที่ O’ Reilly’s Rainforest Guesthouse ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติที่ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกโลก
www.oreillys.com.au

Tropical Fruit World
แวะที่ Tropical Fruit World ซึ่งเป็นสวนผลไม้เมืองร้อนที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย ออกสำรวจสวนผลไม้ชนิดต่างๆ อันกว้างใหญ่บนรถแทร็กเตอร์ที่วิ่งไปตามรางรถไฟ หรือจะสนุกสนานกับการล่องเรือไปตามแม่น้ำ และเลือกชิมผลไม้รสอร่อย มีทั้งผลไม้แปรรูปซึ่งรวมถึงผลไม้เคลือบช็อคโกแลตด้วย และยังมีของฝากรสชาติอร่อยให้คุณเลือกซื้อกลับบ้านอีกมากมายทั้งแยม ซอส และชารสผลไม้
www.tropicalfruitworld.com.au

ช็อปปิ้ง

Harbour Town
ในเมือง Harbour Town มีร้านค้าประเภท Factory Outlet Storeที่ขายของราคาโรงงานมากกว่า 40 ร้าน มีทั้งสินค้าจากยี่ห้อดังๆ เช่น Calvin Klein, Nike และ Rip Curl ราคาถูกกว่าปกติถึงร้อยละ 60
www.harbourtown.com.au

Pacific Fair
Pacific Fair เป็นศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในรัฐควีนส์แลนด์ มีร้านค้าและร้านอาหารนับหลายร้อยร้าน มีทั้งบริเวณช้อปปิ้งที่อยู่กลางแจ้งล้อมรอบด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม และทั้งที่อยู่ภายในอาคารสูงหลายชั้นที่มีเครื่องปรับอากาศ
www.pacificfair.com.au

ตลาดนัดวันหยุด
ตลาดนัดวันหยุดในเมืองโกลด์ โคสต์เป็นที่เลื่องชื่อในหมู่นักท่องเที่ยวสำหรับการมาเดินเล่นและเลือกซื้อของในราคาย่อมเยา ตลาดนัดที่เป็นตลาดเก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดในเมืองโกลด์ โคสต์คือที่ Carrara มีทุกวันเสาร์และอาทิตย์ นอกจากนี้ก็มีที่ย่านเซิร์ฟเฟอร์ส พาราไดซ์ซึ่งอยู่ริมชายหาดซึ่งมีทุกวันพุธและวันศุกร์ในตอนเย็น ขายของจำพวกศิลปะสไตล์ท้องถิ่น งานประดิษฐ์ และของที่ระลึก

ร้านอาหารและไลฟ์สไตล์


โกลด์ โคสต์เป็นเมืองที่มีชีวิตชวา แม้กระทั่งในเวลากลางคืน ที่หาดเซิร์ฟเฟอร์ส พาราไดซ์และหาดบรอดบีชจะเต็มไปด้วยผู้คนมาสังสรรค์กันตลอดปี มีบาร์ คาเฟ่ และไนท์คลับมากมายที่เปิดจนกระทั่งดึก อาหารการกินที่เมืองโกลด์ โคสต์นั้นเป็นเลิศ มีทั้งภัตตาคารร้านอาหาร คาเฟ่และประเภทอาหารนานาชนิดที่เหมาะสำหรับทุกรสนิยม

Broadbeach
ที่หาดบรอดบีชมีบาร์ คาเฟ่ และร้านอาหารสมัยใหม่ตั้งเรียงราย และที่ริมหาดยังมีตลาดที่ขายของจำพวกงานหัตถกรรมเป็นประจำทุกวันอาทิตย์แรกและวันอาทิตย์ที่สามของเดือน

Burleigh Heads
Burleigh Heads เป็นย่านที่เหมาะแก่การมารับประทานอาหารริมชายหาดที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองโกลด์ โคสต์มีร้านอาหารดีๆ ตั้งเรียงรายพร้อมวิวอันสวยงาม และส่วนใหญ่เป็นร้านที่เคยได้รับรางวัลมาแล้ว

Circle on Cavill
Circle on Cavill ตั้งอยู่ใจกลางย่านเซิร์ฟเฟอร์ส พาราไดซ์เป็นศูนย์กลางแหล่งช็อปปิ้งและการนัดหมายของวัยรุ่น มีทั้งร้านค้า ร้านอาหารสไตล์ใหม่ๆ คาเฟ่ และบาร์ มีตลาดอาหารสด นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางแห่งกิจกรรมสันทนาการ มีจอขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในที่สาธารณะโชว์สารพัดความบันเทิงเพื่อสร้างสีสันให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน

Conrad Jupiters
คาสิโนคอนราด จูปิเตอร์สตั้งอยู่ที่บรอดบีชเปิดตลอด 24 ชั่วโมง มีเกมส์สารพัดชนิด และยังมีโรงละคร Jupiters Theatre ที่มีโชว์การแสดงบนเวทีสไตล์เดียวกับที่โชว์ที่ลาสเวกัส มีทั้งการแสดงแบบโลดโผนและโชว์มายากล แต่งกายด้วยชุดที่งดงาม อีกทั้งมีเพลงประกอบและการแสดงเต้นรำที่อลังการ

Dracula’s
Dracula’s เป็นร้านอาหารที่มีการแสดงโชว์คาบาเร่ต์ บริการอาหารให้คุณ 4 ชุด พร้อมด้วยโชว์ละครเพลงแบบตลกสนุกสนาน และยังมีส่วนที่เปิดเพิ่มเติมใหม่คือ Dracula’s Haunted House ให้คุณได้สนุกกับการหลอนระทึกใจของผีดูดเลือดที่น่ากลัว
www.draculas.com.au

Marina Mirage
Marina Mirage เป็นศูนย์ช้อปปิ้งและเป็นแหล่งรวมร้านอาหารตั้งอยู่ริมน้ำ มีวิวของผืนน้ำอันกว้างใหญ่ ร้านค้าบูติคมีสไตล์และร้านอาหารที่เคยผ่านการได้รับรางวัลมาแล้วทั้งนั้น
www.marinamirage.com.au

Palazzo Versace
Palazzao Versace เป็นโรงแรมที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ของเวอร์ซาเช่ที่มีรสนิยมและสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมันและวังในยุโรป แวะรับประทานอาหารและเพลิดเพลินกับบรรยากาศและทิวทัศน์อันสวยงาม
www.palazzoversace.com

Q1
Q1 เป็นอาคารที่พักอาศัยที่สูงที่สุดในโลกด้วยมีจำนวนชั้นถึง 80 ชั้น เป็นรีสอร์ทระดับหรู 5 ดาว บริการด้วยลิฟท์ความเร็วสูงขึ้นไปยังชั้นที่ 77 และ 78 ซึ่งเป็นชั้นชมวิว คุณจะได้ชมวิวเมือง Gold Coast ในมุม 360 องศา บนชั้นที่ 10 ของอาคารมีสวนหย่อมและสระว่ายน้ำ และยังมีน้ำตกจำลอง รวมทั้งร้านอาหาร ร้านค้า และโรงภาพยนตร์ด้วย
www.q1.com.au

Surfers Paradise
เซิร์ฟเฟอร์ส พาราไดซ์เปรียบเสมือนหัวใจของเมืองโกลด์ โคสต์ที่เต็มไปด้วยร้านค้าบูติค ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ ร้านส่วนใหญ่เปิดให้บริการจนถึง 21.00 น. ทุกคืน ย่านนี้มักจะมีชีวิตชีวาเต็มไปด้วยนักเล่นกระดานโต้คลื่นมาดเท่ห์ รวมไปถึงนักแสดงโชว์ตามท้องถนน เป็นต้น

Tedder Avenue
ถนน Tedder Avenue ตั้งอยู่ที่ตอนปลายของเมืองโกลด์ โคสต์มีร้านอาหารประเภทนั่งกลางแจ้ง และบาร์ เป็นที่ที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับการนั่งจิบกาแฟและมองดูผู้คน

แคนส์
แคนส์เป็นเมืองรีสอร์ทสำหรับวันพักผ่อน เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเป็นประตูหลักสู่ The Great Barrier Reef ซึ่งเป็นแนวปะการังที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ มีทรัพยากร ธรรมชาติทางป่าไม้ที่ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกโลก เมืองแคนส์ยังเป็นที่รู้จักกันในฐานะเมืองแห่งการผจญภัยของออสเตรเลียที่มีกิจกรรมโลดโผนและน่าตื่นเต้นมากมาย

สถานที่ท่องเที่ยว

เมืองแคนส์เป็นดังความฝันของผู้รักธรรมชาติ มีป่าไม้อันอุดสมบูรณ์ น้ำตกสวยงาม สระน้ำใสดังคริสตัล ทิวเทือกเขาเรียงซ้อนตัวกันอย่างงดงาม เป็นเมืองที่มีกิจกรรมตื่นเต้นให้ทำสารพัดและมีสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกมากมายรอให้คุณมาเยือน

เที่ยวสนุกกับครอบครัว

Great Barrier Reef
แนวปะการัง Great Barrier Reef มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งหมดมากกว่า 2,000 กิโลเมตร ซึ่งมีประมาณ 3,400 แนวปะการัง ประกอบด้วยปะการัง 400 ชนิด และมีปลาประมาณ 1,500 สายพันธุ์แหวกว่ายอยู่ในบริเวณนี้

คุณอาจจะเลือกทัวร์เรือ 1 วันเต็มเพื่อไปที่แนวปะการัง เพลิดเพลินกับการดำน้ำสนอร์เกิ้ลหรือจะดำน้ำแบบสคูบ้าก็ได้ ถ้าคุณว่ายน้ำไม่เป็น ขอแนะนำให้นั่งเรือตู้กระจก คุณจะได้เห็นภาพใต้ท้องทะเลจากกระจกใต้ท้องเรือ นอกจากนี้ยังมี Seawalk ที่มีบริการพาให้คุณเดินสำรวจใต้ท้องทะเลโดยสวมหมวกจินตนาการหรืออาจจะขึ้น Scuba Doo เป็นรถเครื่องพาท่องใต้ทะเลโดยสวมหมวกจินตนาการเช่นเดียวกัน หากต้องการชมความงามของแนวปะการัง การเลือกนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวจากเบื้องบนลงมาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

Kuranda Scenic Railway
นั่งรถไฟชมประวัติศาสตร์ ผ่านอุโมงค์ที่มนุษย์ก่อสร้างขึ้นด้วยมือในอดีต ผ่านน้ำตกและข้ามหุบเขาชมแม่น้ำลำธารที่ยังคงความงามตามธรรมชาติ
www.kurandascenicrailway.com.au

Rainforestation Nature Park
สวนธรรมชาติ Rainforest Nature Park เป็นสวนที่มีพื้นที่ 40 เฮคเตอร์ มีความสนุกหลายแบบ ทั้งเครื่องเล่น World War II Army Duck และเพลิดเพลินกับทัวร์ป่าธรรมชาติทั้งบนบกและในน้ำ แวะชมหมีโคอาล่าและสวนสัตว์ พร้อมสัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมของอะบอริจิน
www.rainforest.com.au

Skyrail
นั่งรถไฟลอยฟ้าชมความงามของป่าอันเขียวชอุ่มและอุดมสมบูรณ์จากเบื้องสูง นับเป็นกระเช้าสายเคเบิ้ลที่ยาวที่สุดในโลก Skyrail นี้อยู่ห่างจากตัวเมืองแคนส์เพียง 15 นาที

Tjapukai Aboriginal Cultural Park
แวะเยือนสวนอะบอริจิน Tjapukai Aboriginal Cultural Park ซึ่งเคยผ่านการได้รับรางวัลมาแล้ว มาเรียนรู้อย่างสนุกสนานกับการฝึกโยนบูมเมอแรง ลองเล่นดิดเจอริดูและรู้จักกับยาสมุนไพรที่มีมาแต่โบราณ นอกจากนี้ยังมีโรงละครที่คุณจะได้ชมการแสดงพร้อมกับนั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำสไตล์พื้นเมืองอะบอริจินด้วย
www.tjapukai.com.au

เที่ยวสนุกสนานผจญภัย

ATV adventure
ขี่รถ ATV (All Terrain Vehicle) ไปตามเส้นทางธรรมชาติและเทือกเขา พร้อมดื่มด่ำกับทัศนียภาพชายฝั่งและเกาะแก่งต่างๆ
www.blazingsaddles.com.au

Helicopter flights
ชมวิวสวยงามและความยิ่งใหญ่ของแนวปะการังเกรท แบริเออร์ รีฟ จากบนท้องฟ้าซึ่งทำให้คุณได้ประสบการณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใครจริงๆ
www.gbrhelicopters.com.au
www.downunderheli.com

Horse riding
สนุกกับการขี่ม้าเข้าไปในป่าหรือพื้นที่อุดมสมบูรณ์ และเพลิดเพลินชมวิวชายหาดและเกาะใกล้เคียง
www.blazingsaddles.com.au

Hot Air Ballooning
มุ่งหน้าไปยังเมือง Mareeba ซึ่งเป็นเมืองแห่งกิจกรรมการขึ้นบลลูนลมร้อนของซีกโลกใต้นี้ ห่างจากเมืองแคนส์เพียง 1 ชั่วโมง การขึ้นบอลลูนจะได้สัมผัสบรรยากาศสดชื่นจากเบื้องบนและชมทัศนียภาพของป่าไม้อันเขียวขจีรวมทั้งบริเวณไร่สวนที่งดงาม และยังได้เห็นวิวของสายน้ำที่วกวนไปมาอีกด้วย
www.hotair.com.au
www.ragingthunder.com.au

Whitewater rafting
กิจกรรมพายเรือล่องแก่ง Whitewater Rafting ที่แม่น้ำ Tully River เป็นกิจกรรมท้าทายและเป็นการล่องแก่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก สำหรับผู้หัดใหม่ควรเล่นล่องแก่งที่แม่น้ำ Barron River ซึ่งก็มีความสนุกสนานรอคอยคุณอยู่
www.raft.com.au
www.ragingthunder.com.au
www.foamingfury.com.au

ช็อปปิ้ง

ด้วยบรรยากาศสบายๆของเมืองแคนส์ อีกทั้งที่นี่มีร้านค้า ห้าง และตลาดมากมาย รวมถึงคาเฟ่และบาร์ต่างๆตั้งเรียงรายอยู่ที่ Esplanade ซึ่งเป็นถนนใหญ่ริมทะเล

Cairns Central
Cairns Central เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแคนส์ มีร้านค้าเกือบ 200 ร้านที่ขายสินค้าทุกชนิดตั้งแต่เสื้อผ้าและอุปกรณ์การเล่นเซิร์ฟหรือแม้กระทั่งสินค้าหัตถกรรม เปิดทุกวันจนถึงเวลา 17.30 น. สำหรับวันพฤหัสบดีปิดเวลา 21.00 น. แต่วันอาทิตย์จะปิดเวลา 16.00 น.
www.cairnscentral.com.au

The Pier MarketPlace
The Pier MarketPlace เป็นศูนย์ช็อปปิ้งที่ท่าน้ำ เปิดในตอนกลางคืนจนถึงเวลา 21.00 น. มีทั้งเสื้อผ้าบูติค เครื่องประดับอัญมณี ของที่ระลึก และอื่นๆ อีกมากมาย ที่นี่ยังมีร้านอาหารอีกมากที่คุณจะได้ชมวิวอันสวยงามของ Trinity Inlet อีกด้วย

Cairns Night Markets
ตลาดนัดกลางคืนของเมืองแคนส์นี้ตั้งอยู่ที่ Cairns Esplanade เปิดตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 23.00 น. เป็นประจำทุกคืน มีแผงร้านค้ามากกว่า 70 ร้าน คุณสามารถเลือกซื้อของขวัญและของที่ระลึกได้ที่นี่ มีทั้งหมวกสำหรับเดินป่าดิดเจอริดูและงานศิลป์ที่ทำจากแก้ว
www.nightmarkets.com.au

ร้านอาหารและไลฟ์สไตล์

เมืองแคนส์มีความสนุกมากมายสำหรับวัยรุ่นและผู้ที่ยังมีใจเป็นวัยรุ่นอยู่ ภายในตัวเมืองมีร้านอาหาร คาเฟ่ และไนท์คลับสมัยใหม่มากมาย หากคุณต้องการความเงียบสงบริมทะเล ขอแนะนำให้มุ่งหน้าไปยังเมืองรีสอร์ทที่อยู่รอบๆ เมืองแคนส์

Cairns Esplanade
Cairns Esplanade เป็นศูนย์กลางของตัวเมืองแคนส์มีร้านอาหารทุกสไตล์ ผับ และไนท์คลับแบบเก๋ๆ มากมาย มีสระน้ำเค็มที่มีขนาดใหญ่ถึง 4,800 ตารางเมตร คุณอาจจะเลือกปิกนิกหรือบาร์บีคิวในสวนก็ได้ สนามเด็กเล่นที่นี่มีเครื่องเล่นสารพัดชนิดทั้งไม้ลื่น ชิงช้า น้ำพุ เป็นต้น
www.cairnsesplanade.com

Palm Cove
Palm Cove ห่างจากเมืองแคนส์ไปทางเหนือประมาณ 20 นาที เป็นเมืองริมทะเลที่มีมนต์เสน่ห์แห่งความงดงาม มีต้นปาล์มเรียงรายอยู่ริมหาด และเป็นย่านที่มีรีสอร์ทสปาหรูหรา
www.palmcove.net

Port Douglas
Port Douglas ห่างจากเมืองแคนส์ไปทางเหนือประมาณ 1 ชั่วโมง โดยขับรถไปบนถนนเรียบชายหาดที่มีวิวอันสวยงาม Port Douglas เป็นเมืองพักผ่อนที่มีความงดงามดังภาพวาด นอกจากจะมีคาเฟ่ รีสอร์ท สนามกอล์ฟ และหาดที่สวยแล้ว Port Douglas ยังมีตลาดนัดสไตล์หมู่บ้านทุกๆ วันอาทิตย์ นอกจากนี้ยังมีศูนย์พิทักษ์สัตว์ป่า Rainforest Habitat ที่น่าแวะชมด้วย
www.pddt.com.au

Sofitel Reef Casino
แวะเสี่ยงโชคที่ Sofitel Reef Casino ซึ่งเป็นคาสิโนสไตล์บูติคที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย มีโต๊ะเกมส์พนันมากมายหลายแบบ และยังมีตู้เครื่องเล่นเกมส์พนันอีกมากกว่า 500 เครื่อง คาสิโนแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแคนส์ เปิดถึงเวลา 03.00 น. ในวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี สำหรับวันศุกร์และวันเสาร์เปิดจนถึงเวลา 05.00 น
www.reefcasino.com.au