Untitled Document
     


แนะนำที่เที่ยว



 



   
      
มิวนิค เมืองหลวงแห่งแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี
          มิวนิค เมืองหลวงของแคว้นบาวาเรียและเมืองหลวงแห่งเบียร์ของยุโรป มิวนิคได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่รุ่มรวยศิลปและสถาปัตยกรรมสไตล์บารอกและเรอเนสซอง เมืองที่รอคอยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกลิ่นอายขนบธรรมเนียมประเพณีแบบบาวาเรียนแท้ๆ ที่เปี่ยมเสน่ห์และน่าหลงไหล

สถานที่ท่องเที่ยว

เฟราเอ่นเคียร์ชเช่อ ( The Frauenkirche )
          โบสถ์พระแม่มารีทรงหัวหอมคู่ สร้างด้วยอิฐสีแดง สูง 99 เมตรนี้ เป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิวนิค นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปถึงข้างบนจะได้ชื่นชมกับวิวโดยรอบของเมืองมิวนิค ตัวโบสถ์สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1468 แต่ถูกทำลายอย่างย่อยยับในสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับบูรณะในปี 1953 ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดชมในโบสถ์คือ แท่นบูชาที่ตกแต่งอย่างหรูหรา โออ่า และรอยเท้าปีศาจ ( Devil''''s Footprint ) หน้าโถงทางเข้า

มาเรียนพลาตซ์ ( Marienplatz )
          เป็น " หัวใจ " ของเขตเมืองเก่า และเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มชมเมือง ในยุคกลางที่นี่เคยเป็นตลาด แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่างๆ มาเรียนพลาตซ์ มีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ Mariensaule รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเขาสูงศาลาว่าการเมืองใหม่ ( Neuse Rathaus ) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ Glockenspiel หอระฆัง ที่มีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ เวลา 11 โมงเช้าในหน้าหนาว และเพิ่มรอบ 5 โมงเย็นในหน้าร้อน

เรสซิเดนซ์ ( Residentz )
          พระราชวังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของ มิวนิค ที่ซึ่งเป็นที่ประทับและศูนย์กลางอำนาจของกษัตริย์บาวาเรียนนานถึง 500 ปี  ปัจจุบันห้องจำนวน 130 ห้อง ภายในพระราชวังเป็นสถานที่จัดแสดงสมบัติล้ำค่ามากมายทั้งเฟอร์นิเจอร์ ภาพเขียน เครื่องเคลือบ และเครื่องเงิน ไฮไลท์ที่ควรเยี่ยมชมคือ Antiquarium ห้องโถงสไตล์เรอเนสซองส์ที่สวยงาม สร้างปี 1570 เพื่อเป็นสถานที่เก็บสะสมคอลเลกชั่นของโบราณของยุค Albrecht ที่ 5

ตลาดวิคทัวเลียน ( Viktualienmarkt )
          ถูกค้นพบในปี 1807 เป็นตลาดผักและผลไม้สดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ที่ที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะมาซื้อและหาของกิน ตั้งแต่ผักสด ๆ จากฟาร์มไปจนถึงผลไม้นำเข้า รวมถึงแผงลอยที่ขายอาหารทานเล่น เช่น ชีส ฮอตด็อก หรือไส้กรอกอีกนับไม่ถ้วน

พระราชวังนิมเฟนบูร์ก ( Nymphenburg Castle )
          พระราชวังบารอกแห่งนี้เดิมเป็นที่ประทับฤดูร้อนของพระเจ้าลุดวิกที่ 1 พระราชวังนิมเฟนบูร์กได้รับการกล่าวขานถึงการตกแต่งภายในอันงดงามและสวนสวย ภายในพระราชวังมีห้องที่ควรเยี่ยมชม คือ Gallery Beauties ของพระเจ้าลุดวิกที่ 1 แสดงภาพวาดสตรีสาวสวย 36 นางในวงสังคมนิวมิค รวมถึงภาพวาดนางโลล่า มอนเทซ นักเต้นรำชาวไอริช ผู้มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าลุดวิกที่ 1 และเป็นสาเหตุที่ทำให้พระองค์ต้องสละราชบัลลังก์ นอกจากนี้ตัวสวนยังได้รับการออกแบบอย่างสวยงามสไตล์ฝรั่งเศส สวนที่ประทับในฤดูล่าสัตว์ อะมาเลียนบูร์ก (Amalienburg) ถือเป็นผลงานรอคโคโคชั้นเอกของยุโรป

โอลิมปิกปาร์ก ( Olympic Park )
          ศูนย์กีฬาขนาดใหญ่สำหรับการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ที่มิวนิคเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 1972 ปัจจุบันนี้โอลิมปิกปาร์กเปรียบเหมือนส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของชีวิตชาวเมือง ที่นี่เป็นที่ตั้งของแลนด์มาร์กสมัยใหม่ที่สำคัญ 2 อย่างของมิวนิค คือ หอโทรคมนาคม สูง 290 เมตร และสเตเดียมทันสมัยสร้างแบบหลังคาเต็นท์ด้วยแท่งสลิงเหล็กยึดแขวนแผ่นอะครีลิกโปร่งแสงที่คลุม เป็นหลังคาเหมือนใยแมงมุม ถ้าไม่กลัวความสูง สามารถขึ้นลิฟต์ไปชมวิวชั้นบนสุดได้ ภายในโอลิมปาร์กแห่งนี้ยังมีสระว่ายน้ำ และที่เล่นสเก็ตสำหรับผู้รักการออกกำลังกายทั้งหลาย

นอย พิกาโกเตก ( Neue Pinakothek )
          พิพิธภัณฑ์ศิลปะพินาโกเตกยุคใหม่ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับอัลเท่อ พินาโกเตก ( The Alter Pinakothek ) จัดแสดงภาพวาดและงานปติมากรรมยุโรปตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 ถึงศตวรรษที่ 20 ที่มีจุดเด่นอยู่ที่งานศิลปะเยอรมันในสมัยศตวรรษที่ 19 คอลเลกชั่นที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งยวด นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่เก็บรวบรวมคอลเลกชั่นดี ๆ ของงานศิลปะอิมเพรสชั่นนิสม์จากประเทศอังกฤษ สเปน และฝรั่งเศส ในสมัยศตวรรษที่ 19 อีกด้วย

พินาโกเตก เดียร์ โมแดนเนอร์ ( Pinakotek der Moderne )
          สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดของมิวนิค หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งประกอบด้วย 4 พิพิธภัณฑ์ คือ The State Gallery Art , The New Collection , The Architecture , The State Art Collaction ภายในบรรจุงานศิลป์สมัยใหม่นับร้อยนับพันชิ้น จากทุกสำนักทุกสไตล์ ตั้งแต่งานของคาดินสกี้ (Kadinsky) ปิกัสโซ วอร์ฮอล เรื่อยมาจนถึงงานศิลปร่วมสมัย ไม่เพียงเฉพาะภาพวาด แต่ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีรูปปั้นและผลงานในรูปมัลติมิเดียจัดแสดงในส่วนนิทรรศการถาวร และนิทรรศการพิเศษ ความยิ่งใหญ่ของ Pinakotek der Moderne เทียบได้กับเททแกลเลอรี่ของอังกฤษ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติบาวาเรียน ( The Bavarian National Museum ) 
           อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมและศิลปะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป สร้างขึ้นในปี 1855 โดยพระเจ้าแมกซิมิเลียนที่ 2 จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์นี้คือ คอลเลกชั่นงานศิลปะของราชวงศ์ วิทเทลสบาค ซึ่งมีงานศิลป์ชั้นยอด ตั้งแต่ยุคกลางเรื่อยมาจนถึงยุคอาร์ตนูโว จัดแสดงเต็มพื้นที่ทั้ง 3 ชั้น ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาวัฒนธรรมและศิลปะยุโรปในยุคต่าง ๆ ผ่านทาง ภาพเขียน เฟอร์นิเจอร์ งานหัตถกรรม เครื่องดนตรี และอาวุธในสมัยโบราณ

พิพิธภัณฑ์เยอรมัน ( The Deutsches Museum )
          ได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื่นที่ถึง 13 เอเคอร์ ที่มากมายด้วยความบันเทิงอย่างน่าอัศจรรย์ใจ นักท่องเที่ยวอาจต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์เพื่อจะเดินชมส่วนจัดแสดงต่าง ๆ อาทิ เรือใบ เรือดำน้ำ รถไฟ เครื่องบิน และเครื่องดนตรี และยังมากมายด้วยอินเตอร์แอคทีฟดิสเพลย์ที่ให้ผู้ชมโดยเฉพาะเด็ก ๆ มีส่วนในการสาธิตได้อย่างแสนสนุก


เที่ยวนอกมิวนิค

ปราสาทนอยชวานชไตน์
          สร้างโดยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 เป็นปราสาทสีขาวซึ่งมีลักษณะดุจดังปราสาทในเทพนิยายตั้งเด่นอยู่กลางเนินเขาสูง ซึ่งสามารถมองเห็นได้แต่ไกล ภายในมีภาพวาดจากละครโอเปร่าของริชาร์ด วากเนอร์ เครื่องเรือนแกะสลักเสลาประณีตงดงาม ถือว่าเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
ปราสาทโฮเฮนชวานเกา
          ที่ประทับของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ในวัยเยาว์ ซึ่งเป็นแรงบัลดาลใจในการก่อสร้างปราสาทนอยชวานชไตน์ จุดเด่นของปราสาทแห่งนี้คือภาพวาดเรื่องราวอัศวินแห่งหงส์ในนิยายพื้นบ้าน
ปราสาทลินเดอร์ฮอฟ
          ที่พักผ่อนยามออกล่าสัตว์ของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 มีต้นแบบมาจากมาพระราชวังแวร์ซายส์ ภายในตกแต่งด้วยศิลปะแบบรอคโคโค ซึ่งภายในพระราชวังสะท้อนถึงจินตนาการของกษัตริย์นักฝันและเทคนิคล้ำยุคในสมัยนั้น เช่น บัลลังก์เปลือกหอย เครื่องปั่นไฟในถ้ำเพื่อจุดประกายใต้น้ำ หรือเรือพายไว้ทรงนั่งเล่นในทะเลสาบภายในถ้ำ

แบร์กเทสการ์เดน (Berchtesgaden)
          เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในหุบเขายอดเขาแสนสวยสูงเป็นอันดับ 2 ของเยอรมนี เป็นเมืองที่ฮิตเลอร์ได้สร้าง “รักนกอินทรี” อันโด่งดังในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ปัจจุบันยังมีบังเกอร์และเครื่องป้องกันหลงเหลือให้ชมอยู่ และนักท่องเที่ยวยังสามารถนั่งเรือล่องข้ามทะเลสาบเคอนิกเซที่น้ำใสราวกับคริสตัลได้อีกด้วย

ซาลส์บวร์ก (Salzburg)

          เป็นเมืองเกิดของโมสาร์ต ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของความเก่าแก่ในเมือง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ถนน ร้านค้า และสายน้ำ (ที่ว่ากันว่ามีแร่เกลือ) ไหลผ่านเมือง และยังมีถนนสายช้อปปิ้ง Getreidegasse สถานที่ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาเยือนมากที่สุด

คีมเซ (Chiemsee)
          เป็นทะเลสาบที่สวยงามแห่งหนึ่งท่ามกลางธรรมชาติและป่าเขา ซึ่งสามารถล่องเรือไปกลางทะเลสาบ ซึ่งมีหมู่บ้านที่เลี้ยงชีพด้วยการตกปลา ซึ่งสามารถฝากท้องไว้กับร้านอาหารบนเกาะนี้ได้เลย

ซุกสปิตเซ (Zugspitze)
          ภูเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี สามารถขึ้นไปชมถึงยอดได้โดยใช้รถไฟ และเคเบิลคาร์

เชอลีเซ (Schliersee)
          เป็นเมืองที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาและทะเลสาบอันสวยงาม จุดเด่นคือการท่องเที่ยวธรรมชาติ ด้วยการขึ้นกระเช้าหรือเคเบิลคาร์ไปบนยอดเขา เพื่อชมวิวและสนุกสนาน ตื่นเต้นไปกับการนั่งรถสไลเดอร์ลงจากเขา


!!! แล้วพบกันที่มิวนิค!!!