|
กุ้ยหลิน
มณฑลกวางสี ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ไกด์ เปิ้ล นะคะ เปิ้ลมีโอกาสนำคณะ เดินทางสู่ กุ้ยหลิน มงฑลกวางสี ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ช่วง พ.ค. 2548 เปิ้ลมีเรื่องเล่า สนุก ๆ มาเล่าให้ฟังคะ การเดินทางครั้งนี้มีสมาชิกทั้งหมด 16 ท่าน การเดินทางครั้งนี้ค่อนข้าง เป็นส่วนตัวมากเนื่องจากเป็นช่วงใกล้เปิดเทอมจึงไม่ค่อยเบียดเสียดผู้คนเหมือนน่าเทศกาล ซึ่งเราเดินทางโดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์บินตรงสู่กุ้ยหลิน คณะเราถึงทีหมายช่วงค่ำ ที่กุ้ยหลิน อากาศดีมาก เย็นสบาย ทุกคนเลยไม่เหนื่อยมากนัก จากนั้นเราก็ไปทานอาหารค่ำ อาหารที่เมืองกุ้ยหลินถูกปากคนไทยอย่างเราๆ ท่านๆทีเดียว คะ จากนั้นเราก็เข้าพักที่โรงแรม Brovo Hotel เป็นโรงแรม ???? บวก คะ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ของโรงแรมนี้จะเป็นฝรั่ง และญี่ปุ่นทั้งนั้น ที่โรงแรมนี้สามารถเดินไปที่ช้อปปิ้ง เพียง 15 นาทีซึ่งเป็นถนนคนเดิน ที่นี่มีของให้จับจ่ายซื้อกันอย่างสนุกสนาน ถนนนี้ปิดประมาณเที่ยงคืน สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าพื้นเมือง หิน ลูกปัด เสื้อผ้า รองเท้า เยอะแยะไปหมด แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคนนะว่าจะได้ของถูก หรือ ถูกกว่า
วันรุ่งขึ้น ที่แรกที่เราไป "สวนเจ็ดดาว" เป็นสวนสาธารณะที่จัดเป็นระเบียบได้ดีมากถ้าเราเดินไม่ไหว เค้าก็จะมีรถรางเล็กให้เรานั่ง คณะของเราก็ได้นั่งด้วยนะ ไม่ใช่ว่าเดินไม่ไหวแต่เนื่องจากถ้าเดินเองต้องใช้เวลาเกือบครึ่งวัน ช่วงที่เราไปเป็นช่วงที่มีเทศกาลแข่งว่าวของทางเมืองกุ้ยหลิน ภายในสวนสาธารณะก็เลยถูกประดับประดาด้วยว่าวขนาดน้อยใหญ่ ทำให้ดูน่ารักไปทั้งสวน และเราก็มาถึงจุดแวะให้ถ่ายรูปกำแพงที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของประเทศจีนทั้งหมดผ่านภาพปั้นนูนสูงบนกำแพง แต่ว่าเดินๆอยู่ลูกทัวร์หายไปไหน ปรากฏว่าไปอยู่ร้านไอติม เนื่องจากอากาศช่วงบ่ายวันนี้ค่อนข้างร้อนนิดหนึ่งจึงทำให้ร้านไอติมขายดีมาก (เราเหมาเค้าหมดร้านเลย) เดินสวนสาธารณไปทางไอติมไปได้บรรยากาศที่สดชื่นขึ้นมาทันที จากนั้นเราก็ไปเที่ยวกันต่อที่ "ถ้ำเงิน" ซึ่งเป็นถ้ำที่ค้นพบแห่งแรกแห่งเมืองกุ้ยหลิน สวยมาก ระหว่างทางขึ้นลงถ้ำคณะทัวร์ของเราก็บอกว่า ถ้ำจริงจริง ๆ หรือ เพราะว่าความสมบูรณ์ของหินงอกหินย้อยมีเยอะมาก เที่ยวถ้ำนี้เดินค่อนข้างเหนื่อยพอสมควร แต่ลูกค้าตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าหนื่อยแต่สวยมาก ๆ เลยถ่ายรูปกันหลายอัลบัมเลย จากนั้นช่วงค่ำมีโปรแกรมพิเศษ คือชม "กายกรรมกุ้ยหลิน" ณ ตอนนี้เป็นกายกรรมที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองจีนก็ว่าได้
รุ่งขึ้นวันที่สามของการเดินทาง มีกิจกรรมพิเศษอีกแล้ว คือการ "ล่องเรือแม่น้ำหลีเจียง" เป็นการล่องแบบคาราวานเรือ ตามลำน้ำของแม่น้ำหลีเจียง ลูกทัวร์ในคณะแต่ละท่านก็ขึ้นมาถ่ายรูปที่ดาดฟ้าของเรือเนื่องจากว่าสภาพบรรยากาศสองข้างทางเป็นเสมือนภูเขาที่ถูกวาดเป็นภาพน้ำหมึกของภาพเขียนสีของจีนเลยทีเดียว จึงทำให้ตลอด 3 ชั่วโมงที่ล่องเรือไม่มีท่านใดนั่งหลับเลย และประมาณ 12.30 เรือแล่นมาถึงเมือง หยางซั่ว เมืองนี้เป็นเมืองเล็ก ๆ แต่ ชาวต่างชาติพวก ยุโรป ญี่ปุ่น นิยมมาเมืองนี้กันมากเพราะว่าเป็นเมืองที่น่ารัก เรือเทียบท่าแล้วไกด์จีนของเราก็พาคณะลูกทัวร์ไปช้อปปิ้งที่ถนนฝรั่ง (ประมาณถนนข้าวสารบ้านเรา) ของที่ขายก็จะเน้นสไตล์ hand made เป็นส่วนใหญ่ จากนั้นเราไปกันที่ "ถ้ำเงิน" ซึ่งเป็นถ้ำที่สวยที่สุดในเมืองกุ้ยหลิน เหมือนภาพวาดมาก ๆ เลย คะ เข้าไปถึงปากถ้ำ เย็นมาก จากนั้นเราก็ลุยกันต่อภายในถ้ำเงิน เป็นระบบแสง สี เค้าดีมาก เมื่อถึงจุด จุดใดที่ทางถ้ำต้องการให้ดูสวยงามเป็นพิเศษเค้าก็จะเปิดสวิทซ์ไฟ สะท้อนกับหินงอกและหินย้อย ให้เป็นสีต่างๆเช่น แดง เขียง เหลือง น้ำเงิน ส้ม เราชมความงามภายในถ้ำตามจุดต่างๆๆ ใช้จินตนการเอาว่าเหมือน หินก้อนนี้เหมือนเห็ด เหมือน นางเงือก เหมือน หนูแล้วแต่จินตนาการของแต่ละคน หลังจากเที่ยวชมถ้ำแล้ว หลังอาหารเย็นตามโปรแกรมเดิมของเรา จะออกเดินทางจากเมืองหยางซั่ว สู่ อำเภอลี่ผู่ และเข้าที่พักที่ เมืองหยางซั่วนี้มีการแสดงโชว์อันยิ่งใหญ่ตระการตาจากการกำกับของ "ผู้กำกับชื่อดังคือ จางอี้โหมว" เค้าก็คือผู้กำกับหนังที่ชื่อว่า The Hero นั้นไงค่ะ ทางคณะทัวร์ของเราก็ซื้อบัตรชมการแสดงนี้เพราะถ้าท่านใดมาเมืองหยางซั่วแล้วได้ชมการแสดงนี้ถือว่าโชคดีมาก เนื่องจากท่านที่มาถึงหยางซั่ว บางทีก็ชมได้ บางทีก็ชมไม่ได้เนื่องจาก ฉากที่ใช้แสดงเป็นฉากธรรมชาติจริงๆๆ คือแสดงในแม่น้ำหลีเจียง และฉากด้านหลังประกอบคือภูเขา ใช้ผู้แสดงมากกว่า 600 กว่าชีวิต ซึ่งราวจะเล่าความเป็นมาของชนเผ่าต่างๆในเมืองจีนและแสดงความเป็นมาของชนชาติจีน ซึ่งประทับใจมากสำหรับการแสดงชุดนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น ที่เที่ยวที่แรกของเราวันนี้คือ ถ้ำฟงหวีเหวี่ยน (ถ้ำปลา) อยู่ห่างจากโรงแรมที่เราพักประมาณ 5 นาที ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดของกุ้ยหลิน พอไปถึงปากถ้ำเย็นมากเหมือนติดแอร์อีกแล้ว อันดับแรกเราก็ต้องเดินชมความงามของหินงอกหินย้อย หลังจากการชมแล้ว ไฮไลท์ สำหรับถ้ำนี้ก็คือ "ล่องเรือ" ภายในถ้ำ ชมหินงอกหินย้อย สวยมากเลย ระบบความปลอดภัยสำหรับการท่องเที่ยวที่นี่คือเราต้องใส่หมวกกันน็อคด้วยเวลาล่องเรือ ล่องเรือรอบแรกเสร็จเราก็ต้องขึ้นมาบนฝั่งเพื่อ รอต่อเรืออีกทอดหนึ่ง เนื่องจากว่าเรือไม่สามารถแล่นผ่านลำน้ำช่วงนี้ได้ เมื่อเรือรอบสองแล่นต่อไปเรื่อยๆ จนผ่านออกนอกถ้ำ ชมทิวทัศน์ที่เป็นสวนส้ม ที่ชาวเมืองลี่ผู่ปลูกกันไว้ อาชีพหลักของเมืองลี่ผู่คือเกษตรกรรม ขี้นจากเรือแล้ว ให้ทุกท่านได้นั่งรถรางไฟรางเดียวกลับไปขึ้นรถโค้ช ระหว่างการรอขึ้นรถก็มีร้านขายขนมอีก ทุกคนก็มีของติดไม่ติดมือกันตามระเบียบ จากนั้นเราก็เดินทางต่อไปยัง "เมืองลับแล" ทำไมถึงเรียกว่าเมืองลับแล? เนื่องจากว่าเป็นหมู่บ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเผ่าจ้วง อาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังมีคนป่าจริงๆค่ะ อาศัยอยู่ด้วยปลีกวิเวกจากเมืองที่คนพลุกพล่าน (เมืองจีนนอกจากคนจีนแล้ว ยังมีชาวเขาเผ่าต่าง และคนป่าด้วย) เราก็ล่องเรือ ชมสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเผ่าจ้วงพอถึงแต่ละจุด ก็มีจะมีซุ้มจัดการแสดงให้เราชม เรือก็จะจอดอยู่ประมาณ ซัก 3 นาทีให้เราได้ถ่ายรูป เรือแล่นไปเรื่อยๆเราก็พบกับ "คอนโดนกนางแอ่น" เหมือนกับทางใต้ของเราเลย แต่ที่นี่เค้าไม่ได้เก็บมาทานเหมือนอย่างบ้านเรา เค้าสร้างให้นกอยู่อย่างเดียว ล่องเรือเสร็จขึ้นฝั่งระหว่างทางก็จะมีของขายที่ระลึก ที่ขึ้นชื่อก็จะเป็น เน็คไทปักจากฝีมือชาวจ้วง (ชาวบ้านนั่งปักให้เราดูเลย เส้นหนึ่งประมาณ 300-350 หยวน ) จากนั้นเราก็เดินทางกลับเมืองกุ้ยหลินระหว่างทางทุกคนก็พักผ่อนกันบนรถ ถึงเมืองกุ้ยหลินเราก็เที่ยว "เขาฝูโป" ชื่อภูเขาลูกนี้เป็นชื่อของแม่ทัพฝูโปในสมัยราชวงศ์ถังได้เคยเดินทัพผ่านมาพักแรมที่นี่ ใต้เขาเป็นถ้ำชื่อ ถ้ำคืนมุกภายในมีแกะสลักนูนสูงของพระพุทธรูปสมัยราชวงศ์ถัง ผนังอีกฝั่งหนึ่งเป็นรูปแม่ทัพและภาพสลักลัทธิเต๋า จุดที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งคือ เสาหินที่ลอยเหนือพื้นประมาณ 2 นิ้ว เป็นหินศักดิ์สิทธิที่เชื่อกันว่า ผู้ใดไปถ่ายภาพโดยแตะที่ปลายแท่งหินนี้แล้วอธิษฐานขอสิ่งใดก็จะสมหวัง รอบๆบริเวณ ก็จะมีร้านขายของที่ระลึกอยู่เป็นจำนวนมาก ให้ทางเราได้เลือกซื้อได้อย่างจุใจ
ต่อไปเราก็ไปที่ "เขางวงช้าง" ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกุ้ยหลิน คือรูปร่างเขาจะมีลักษณะเหมือนกับงวงช้าง คณะของเราก็ถ่ายรูปกันกันไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นใกล้เที่ยงแล้วได้เวลารับประทานอาหาร หลังอาหารกลางวัน มื้อนี้ ช่วงบ่าย ทางเราก็อิสระให้ทุกท่านได้เลือกซื้อสินค้ากัน ณ บริเวณ ตลาดใต้ดินของเมืองกุ้ยหลิน (ใหญ่มากเลย) เดิน 3 ชั่วโมงยังไม่ทั่วการต่อของที่ตลาดใต้ดินก็จะคล้ายกับเมืองจีนก็คือต่อลงมาเยอะๆก่อน ถ้าพ่อค้าแม่ค้าไม่ให้ก็ค่อยๆเพิ่มราคาให้เค้าตามราคาที่เราต้องการ สินค้าที่ขายที่ตลาดใต้ดิน จะมีทั้ง เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ฯลฯ เยอะมาก ท่านที่ชอบ ช้อปปิ้งรับรองมาที่ตลาดใต้ดินแล้วไม่ผิดหวัง เวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง เกือบทุกคนต่างได้ของติดไม้ติดมือมากันคนละหลายชิ้น จากนั้นเราก็ขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินกลับ กรุงเทพฯ ทุกคนต่างบอกว่าสนุกมากกับการเดินทางครั้งนี้ ถ้าท่านใดต้องการความสนุกสนานที่ไม่เหมือน เชิญติดต่อเราได้นะ
***เฟิร์สท เวิล์ด ทัวร์ ทางเลือกใหม่ให้สัมผัสโลก***
|